“สุริยะ” เผยข่าวดี เขื่อนเจ้าพระยาลดระบายน้ำ เร่งสูบน้ำท่วมขังช่วยประชาชน
“สุริยะ” รมว.เกษตรและสหกรณ์ เผยกรมชลประทานปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้ลดลงเหลือ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ช่วยให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลง พร้อมเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และให้เกษตรกรกลับมาเพาะปลูกได้โดยเร็ว ขณะที่สถานการณ์ฝนภาคใต้เริ่มคลี่คลาย แต่ยังต้องเฝ้าระวังจนกว่าฤดูฝนจะสิ้นสุด
30 ต.ค. 2569 – นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่มีแนวโน้มดีขึ้น โดยกรมชลประทานได้ทยอยปรับลดอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดลดจาก 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อเวลา 06.00 น. วันนี้ (30 ต.ค.) และจะคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง
การระบายน้ำในอัตรา 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นระดับที่ไม่ทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาท้ายเขื่อนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ส่งผลให้ระดับน้ำท่าในพื้นที่ดังกล่าวทยอยลดลงกลับเข้าสู่ระดับตลิ่ง และช่วยให้การสูบน้ำที่ยังท่วมขังอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาทำได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมชลประทานระดมเครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรกลเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และให้เกษตรกรสามารถกลับมาเพาะปลูกได้โดยเร็ว โดยจะบริหารจัดการให้มีน้ำค้างทุ่งบางส่วนอย่างเหมาะสม สำหรับให้ชาวนาใช้เตรียมแปลงเพาะปลูกในรอบการผลิตใหม่
นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า กรมชลประทานพร้อมรับข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเร่งระดมเครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรกลเข้าช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมขัง พร้อมติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภาคใต้ที่ขณะนี้ฝนตกหนักในช่วงก่อนหน้าเริ่มลดลง แต่ยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และภูเก็ต โดยข้อมูลปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. ณ วันที่ 30 ตุลาคม พบว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์วัดได้สูงสุด 143 มิลลิเมตร ที่สถานีบ้านไทรคู่ อำเภอบางสะพาน ส่วนจังหวัดภูเก็ตวัดได้สูงสุด 124 มิลลิเมตร ที่สถานีสะพานดำรง อำเภอเมืองภูเก็ต
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ฝนที่ยังตกในภาคใต้เป็นผลจากอิทธิพลของลมและความชื้นที่ยังหลงเหลือจากหย่อมความกดอากาศต่ำ ซึ่งเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลอันดามันไปแล้ว ทำให้สถานการณ์ฝนตกหนักเริ่มคลี่คลาย และมีแนวโน้มลดลงในระยะนี้ แต่อาจมีฝนเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงวันที่ 5–6 พฤศจิกายน โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
นายวิทยา กล่าวว่า กรมชลประทานจะยังคงติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำ รวมถึงปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะภาคใต้ที่จะต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนและน้ำอย่างต่อเนื่องจนกว่าฤดูฝนจะสิ้นสุด
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO