โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชน. เตรียมยื่น ป.ป.ช. ฟ้อง กกต.ยกชุด 25 ก.ย. นี้ ปมสั่งฟ้องฮั้วเลือก สว. ส่อมิชอบ-ละเว้นหน้าที่

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“ณัฐพงษ์” แถลงพรรคประชาชนเตรียมยื่น ป.ป.ช. ฟ้อง กกต.ยกชุด 25 ก.ย. นี้ ปมสั่งฟ้องฮั้วเลือก สว. ส่อมิชอบ-ละเว้นหน้าที่ ติงไม่เหมาะ ตั้ง “ปิยะ” คุม DSI หวั่นตัดตอนคดีเอื้อรัฐบาล

วันที่ 23 กันยายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยว่าพรรคประชาชนเตรียมยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตั้งคณะไต่สวนดำเนินคดีกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ในความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีส่อใช้อำนาจและดุลพินิจโดยมิชอบในการตรวจสอบการทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จากการติดตามการทำงานของ กกต.พบข้อพฤติการณ์ส่อไปในทางมิชอบและเข้าข่ายอาจขัดต่อกฎหมายหลายฉบับ ประกอบด้วย รัฐธรรมนูญ มาตรา 234, พ.ร.ป. ว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา 172, พ.ร.ป. ว่าด้วย กกต. มาตรา 69 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยสาระสำคัญของคำร้องแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มประเด็นหลัก

ประเด็นแรกคือ มติ กกต. เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าเป็นการปฏิเสธการพิจารณาความผิดในลักษณะร่วมกันทำเป็นกระบวนการ โดย กกต. พยายามแถลงชี้แจงว่าจะพิจารณาเป็นรายบุคคล ทั้งที่ข้อเท็จจริงชี้ชัดว่าเป็นการดำเนินการที่มีลักษณะเป็นกระบวนการซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

นอกจากนี้ กกต. ยังเมินเฉยต่อวัตถุพยานสำคัญอย่าง “โพยใบสั่ง” ทั้งที่ขัดต่อบรรทัดฐานเดิมของ กกต. เอง ที่เคยสั่งฟ้องเพียงเพราะมีหลักฐานข้อความในแอปพลิเคชันไลน์ขอแลกคะแนน แต่ในคดีนี้กลับมีวัตถุพยานมากกว่า แต่กลับละเลย รวมถึงยังพบการอ้างการกลับคำให้การของพยานบางราย คือ นายเอกราช ช่างเหลา เพื่อตัดตอนรูปคดี อันส่อไปในทางเอื้อประโยชน์ต่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่

สำหรับประเด็นที่สอง คือ การดำเนินงานของ กกต. ในช่วงก่อนที่จะมีลงมติ ซึ่งส่อให้เห็นว่าจงใจปล่อยปละละเลยหรืออาจรู้เห็นเป็นใจให้เกิดการทุจริต เช่น การออกระเบียบที่เอื้อต่อการทำโพย โดยกำหนดให้ผู้สมัครใช้หมายเลขเดียวกันทั้งในรอบเช้าและรอบบ่าย ซึ่งในทางปฏิบัติทำให้สะดวกต่อการจัดทำโพย ตลอดจนความบกพร่องในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครและการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในวันเลือกตั้ง ซึ่งวันศุกร์นี้จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ด้วยตนเอง

ส่วนจะยื่นฟ้อง กกต. ทั้ง 7 คนหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เบื้องต้นจะยื่นฟ้องทุกคนที่อยู่ในข่ายเกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งการยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ในครั้งนี้ เป็นการขอให้ ป.ป.ช. ตั้งคณะไต่สวนขึ้นมาตรวจสอบตามข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นจึงเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่จะไต่สวนว่าใครถูกหรือผิด ส่วนน้ำหนักในคำร้องนั้น ต้องการให้ ป.ป.ช. เห็นภาพรวมเหมือนที่ประชาชนเห็น ว่าการดำเนินการดังกล่าวทำเป็นกระบวนการ ไม่สามารถพิจารณาแยกเป็นรายเหตุการณ์หรือรายบุคคลได้ หากนำจิ๊กซอว์ทุกตัวมาประกอบกันจะเห็นพฤติการณ์ส่อทุจริตอย่างชัดเจน

เมื่อถามต่อว่า จะเป็นเนื้อหาเดียวที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เป็นการดำเนินการแยกส่วนกัน และขอแนะนำไปยังผู้เสียหายโดยตรง เช่น ผู้สมัคร สว. หรือ สว. สำรอง ว่ามีอีกหนึ่งช่องทางคือการร้องไปยังศาลโดยตรง ส่วนพรรคประชาชนเนื่องจากไม่ได้เป็นผู้เสียหายโดยตรงตามกฎหมาย จึงไม่สามารถใช้ช่องทางดังกล่าวได้ ต้องยื่นผ่าน ป.ป.ช. เท่านั้น

ขณะที่นายพริษฐ์ กล่าวเสริมว่า เหตุผลที่ต้องยื่นร้อง กกต. ทั้ง 7 คน เนื่องจาก กกต. ไม่เคยเปิดเผยผลการลงมติเป็นรายบุคคลว่ากรรมการคนใดลงมติอย่างไรในการสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องในแต่ละข้อกล่าวหา โดยเปิดเผยเพียงแค่ตัวเลขคะแนนเสียงเท่านั้น จึงจำเป็นต้องร้อง กกต. ทั้งหมด 7 คน เพื่อให้ ป.ป.ช. ไปไต่สวนข้อเท็จจริง ขณะเดียวกัน ฝ่ายกฎหมายของพรรคกำลังพิจารณาว่าสามารถยื่นร้องเอาผิด คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 36 ได้ด้วยหรือไม่ เนื่องจาก พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 69 ครอบคลุมถึงอนุกรรมการด้วย ซึ่งอนุกรรมการชุดที่ 36 มีมติเสียงข้างมากคาดว่า 5 ต่อ 2 เสนอว่า กกต. ไม่ควรสั่งฟ้องใครเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่ง1ใน5 เสียงข้างมากคือ ร.ต.อ.ปิยะ โดยมองว่าการเสนอความเห็นดังกล่าวขัดต่อหลักการ ข้อกฎหมาย และหลักฐานที่ปรากฏต่อสาธารณะ

ส่วนที่ ครม.มีมติ แต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่นั้น นายพริษฐ์กล่าวว่า เป็นประเด็นที่ สส. พรรคประชาชน เคยแสดงความกังวลไว้ล่วงหน้า และถือเป็นเหตุให้ต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยลำดับเหตุการณ์ที่ผ่านมา DSI เคยสรุปสำนวนเสนอให้อัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหา 8 คนเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ก่อนที่อัยการจะตีกลับมาว่าการกระทำความผิดมีลักษณะเป็นกระบวนการ ไม่ควรสั่งฟ้องเพียง 8 คน DSI จึงชะลอเพื่อรอมติจาก กกต. จนกระทั่ง กกต. มีมติเมื่อวันที่ 14 กันยายน สั่งฟ้อง 77 คน ซึ่งถือว่ายืนยันชัดเจนแล้วว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ดังนั้น DSI จึงมีบทบาทสำคัญมากในการเดินหน้าสอบสวนอย่างตรงไปตรงมาเพื่อขยายผลนำผู้กระทำผิดมารับโทษ

“การเปลี่ยนตัวอธิบดีกรม DSI ในช่วงเวลานี้ แล้วยิ่งเปลี่ยนมาเป็นคุณปิยะ ซึ่งเป็นหนึ่งในอนุกรรมการชุดที่ 36 ที่เคยลงความเห็นว่าไม่มีใครทำผิดเลยแม้แต่คนเดียว ทำให้เกิดข้อกังวลว่าเป็นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเพื่อพยายามทำให้การทำงานของ DSI เป็นคุณต่อคนในรัฐบาลหรือผู้ถูกกล่าวหาที่อยู่ในรัฐบาลหรือไม่ จึงต้องเรียกร้องไม่ให้มีการแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่” นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อถามย้ำว่าการแต่งตั้งดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการแต่งตั้งโดยมิชอบหรือไม่ นายพริษฐ์ ระบุว่า ในข้อกฎหมายต้องไปดูรายละเอียด แต่ในเชิงความเหมาะสมทางการเมืองถือเป็นคำถามใหญ่ เพราะเป็นการแต่งตั้งคนที่เคยลงความเห็นสวนทางกับหลักฐาน สวนทางกับความคิดเห็นของคนในสังคม ขัดแย้งกับข้อสรุปของคณะไต่สวนชุดที่ 16 ขัดแย้งกับความเห็นของเลขาธิการ กกต. และขัดแย้งกับมติ กกต. ที่สั่งฟ้อง 77 คน ให้มาคุม DSI ในห้วงเวลาสำคัญ ซึ่งในฐานะฝ่ายค้านจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างแน่นอน

ส่วนกรณีกระแสข่าวว่า DSI อาจตัดจบในคดีเกี่ยวกับเงินหรือคดีอ้างอิงซ่องโจรนั้น นายพริษฐ์ ยืนยันว่า พรรคจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเมื่อ กกต. มีมติยืนยันว่ามีการกระทำความผิดจริง DSI ยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะไม่เดินหน้าสอบสวนต่อ โดยในการประชุมคณะกรรมาธิการองค์กรอิสระเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีมติบรรจุเรื่องนี้เข้าเป็นวาระการประชุมในสัปดาห์หน้า เพื่อเชิญตัวแทนจาก กกต., DSI และอัยการ เข้ามาชี้แจงและตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้อำนาจในทางมิชอบเพื่อเป็นคุณต่อผู้ถูกกล่าวหาในรัฐบาลอย่างแน่นอน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปชน. เตรียมยื่น ป.ป.ช. ฟ้อง กกต.ยกชุด 25 ก.ย. นี้ ปมสั่งฟ้องฮั้วเลือก สว. ส่อมิชอบ-ละเว้นหน้าที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...