โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระวังภัยเงียบ! เบาหวานและฮอร์โมนผิดปกติ ตัวการทำกระดูกเสื่อม

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

เลิกเข้าใจผิดว่าการดูแลกระดูกมีแค่การกินแคลเซียมและระวังหกล้มเท่านั้น เพราะภัยเงียบที่ทำลายกระดูกอย่างแท้จริงมักซ่อนอยู่ในปัญหา “ระบบเผาผลาญ” โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้มีภาวะฮอร์โมนผิดปกติ

ความผิดปกติของสุขภาพเมตาบอลิกเหล่านี้ ส่งผลให้กระดูกเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่คิด การหันมาดูแลระบบเผาผลาญและรักษาสมดุลฮอร์โมนตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญ เพื่อรักษากระดูกให้แข็งแรงโดยไม่ต้องรอให้กระดูกหักก่อนแล้วค่อยรักษา

กระดูกพรุนป้องกันได้ตั้งแต่วัยรุ่น สะสมมวลกระดูกก่อนสายเกินแก้

หลายคนมักเข้าใจว่าการดูแลกระดูกต้องเริ่มช่วงวัยกลางคนขึ้นไป แต่ นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อายุรแพทย์เฉพาะทางโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ชี้ว่า ต้นทุนความแข็งแรงของกระดูกถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น

ช่วงปลายวัยรุ่นจนถึงผู้ใหญ่ตอนต้น คือจังหวะที่ร่างกายสร้างมวลกระดูกได้หนาแน่นที่สุด ปัจจัยอย่างอาหารการกิน การขยับร่างกาย และความสมดุลของฮอร์โมน ล้วนเป็นตัวกำหนดความแข็งแรงของกระดูกในอนาคต

ในทางกลับกัน การอดอาหารจนส่งผลให้ประจำเดือนขาด หรือการใช้ชีวิตโดยไม่ออกกำลังกาย จะทำให้ร่างกายสะสมเนื้อกระดูกได้ไม่เต็มที่ เมื่ออายุมากขึ้นและการสร้างกระดูกตามไม่ทันการสลายตัว กระดูกจะเปราะบางลง การพึ่งพาแคลเซียมเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ

เบาหวานและฮอร์โมน ปัจจัยเสี่ยงทำกระดูกเปราะหักง่าย

ความเสี่ยงกระดูกหักอาจไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุเพียงอย่างเดียว แต่มีจุดเริ่มต้นมาจากความผิดปกติของระบบเผาผลาญและสมดุลฮอร์โมนภายในร่างกาย

  • เบาหวานกับคุณภาพกระดูก โรคเบาหวานทั้งชนิดที่ 1 และ 2 เพิ่มโอกาสการเกิดกระดูกหักอย่างชัดเจน สิ่งสำคัญคือผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อาจมีค่าความหนาแน่นกระดูกปกติ แต่คุณภาพและการยึดเกาะของโครงสร้างกระดูกกลับลดลง
  • ฮอร์โมนและปัจจัยร่วม เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนและขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน การสูญเสียมวลกระดูกจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะฮอร์โมนเพศต่ำ ปัญหาไทรอยด์เป็นพิษ หรือผลข้างเคียงจากการใช้ยาสเตียรอยด์ระยะยาว ซึ่งล้วนบั่นทอนความแข็งแรงของกระดูก

ตารางเปรียบเทียบ ปัจจัยที่ส่งผลต่อกระดูกและกล้ามเนื้อ

ปัจจัยทางร่างกาย ผลกระทบที่เกิดขึ้น วิธีการรับมือเบื้องต้น โรคเบาหวาน
เสี่ยงกระดูกหักเพิ่มขึ้น แม้มวลกระดูกปกติ
คุมน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ ระวังภาวะน้ำตาลต่ำที่ทำให้หกล้ม
ฮอร์โมนผิดปกติ / วัยทอง
เร่งการสลายมวลกระดูก ทำให้กระดูกบาง
ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและปรับพฤติกรรม
มวลกล้ามเนื้อน้อย
ทรงตัวไม่ดี เพิ่มโอกาสหกล้มและกระดูกหัก
ทานโปรตีนให้ถึง ออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน

กระดูกดีแต่กล้ามเนื้ออ่อนแรง เสี่ยงหกล้มมากกว่าที่คิด

ความแข็งแรงของกระดูกไม่ได้ขึ้นอยู่กับมวลกระดูกเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการแรงพยุงจากกล้ามเนื้อ เพราะการเคลื่อนไหวที่ดึงผ่านเส้นเอ็นคือกลไกธรรมชาติที่ช่วยกระตุ้นให้กระดูกไม่เสื่อมสภาพเร็ว

นพ.ชาญวัฒน์ เตือนว่า การใช้ชีวิตที่ขยับร่างกายน้อยเกินไป จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนกำลังลงและกระดูกไม่ได้รับการกระตุ้น เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ร่างกายจะเริ่มสูญเสียสมดุลในการลุก นั่ง หรือเดิน ซึ่งกลายเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มได้ง่าย

เคล็ดลับดูแลกระดูกและกล้ามเนื้อ เสริมระบบเผาผลาญให้แข็งแรง

การฟื้นฟูร่างกายไม่จำเป็นต้องแยกส่วน เพราะกระดูก กล้ามเนื้อ และระบบเผาผลาญทำงานเชื่อมโยงกันเสมอ การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันจึงควรทำไปพร้อมกัน

1. เลือกอาหารให้ครบถ้วน

นอกจากการกินแคลเซียมแล้ว ร่างกายยังต้องการโปรตีนเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อ และวิตามินดีเพื่อช่วยดูดซึมแคลเซียม สำหรับผู้สูงอายุ แนะนำให้ได้รับโปรตีน 1.0–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ส่วนผู้ที่มีโรคไตควรปรึกษาแพทย์ประจำตัว

2. เคลื่อนไหวร่างกายให้หลากหลาย

  • ออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น เดินเร็วหรือคาร์ดิโอ รวม 150–300 นาทีต่อสัปดาห์
  • เสริมกิจกรรมที่มีแรงกระแทกลงน้ำหนัก เช่น การเต้นหรือเดินขึ้นบันได
  • ฝึกกล้ามเนื้อด้วยแรงต้าน เช่น ใช้ยางยืด ยกขวดน้ำ ยกเคตเทิลเบล หรือฝึกท่าลุกนั่งจากเก้าอี้ อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์

3. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ

ลดปริมาณแอลกอฮอล์ เลิกสูบบุหรี่ และไม่ควรนั่งติดเก้าอี้ติดต่อกันนานเกินไป หมั่นลุกขึ้นขยับตัวบ่อยๆ

เป้าหมายสำคัญของการดูแลกระดูกไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขมวลกระดูกที่ดี แต่คือการลดความเสี่ยงกระดูกหักจากการหกล้ม พร้อมรักษากล้ามเนื้อให้แข็งแรง เพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวและพึ่งพาตนเองได้ยาวนานที่สุด

ไม่ควรรอให้เกิดอุบัติเหตุกระดูกหักแล้วจึงเริ่มรักษา หากเริ่มมีสัญญาณเตือน เช่น ส่วนสูงลดลงหรือตัวเตี้ยลง มีอาการปวดหลังแม้ได้รับการกระแทกเพียงเล็กน้อย หรือรู้สึกว่ากล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรง ควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินตั้งแต่เนิ่นๆ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ระวังภัยเงียบ! เบาหวานและฮอร์โมนผิดปกติ ตัวการทำกระดูกเสื่อม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...