โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

หนุ่มมือมีดแทงพ่อค้าพวงมาลัยดับมอบตัวแล้ว คุมทำแผนรับสารภาพหลังหนีกบดานเขางวงช้าง

สยามรัฐ

อัพเดต 17 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตำรวจเมืองระยองปิดฉากไล่ล่ามือมีดวัย 20 ปี ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุแทงพ่อค้าพวงมาลัยวัย 42 ปี เสียชีวิตกลางเมือง หลังหลบหนีไปกบดานบนเขางวงช้างนานหลายวัน ตำรวจกดดันผ่านญาติและแฟนสาวจนยอมออกจากที่ซ่อน ก่อนรวบตัวตามหมายจับศาล คุมไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณจุดเกิดเหตุ เจ้าตัวอ้างแค้นฝังใจจากปมขัดแย้งสมัยทำงานที่เก่า เคยถูกผู้ตายทำร้าย เจอกันที่ไหนก็มักมีเรื่อง วันเกิดเหตุอ้างพาเพื่อนไปเคลียร์ปัญหา แต่กลับบานปลายเป็นเหตุสลด ชักมีดกระหน่ำแทงชายโครงขวาและลำคอจนเสียชีวิต ก่อนแยกย้ายหลบหนี พร้อมเอ่ยปากขอโทษครอบครัวผู้ตาย

วันที่ 27 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงพ่อค้าพวงมาลัยเสียชีวิต บริเวณปากทางเข้าร้านวรรณ 1 ถนนราชชุมพล ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระยอง สามารถติดตามจับกุมนายภาณุวัฒน์ อายุ 20 ปี ผู้ต้องสงสัยใช้อาวุธมีดก่อเหตุได้แล้ว หลังหลบหนีไปซ่อนตัวบริเวณเขางวงช้าง ก่อนนำตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ภายหลังการจับกุม พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.สภ.เมืองระยอง พร้อมด้วย ร.ต.อ.ทองดาว โคตรคำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองระยอง และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัวนายภาณุวัฒน์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด เพื่อประกอบสำนวนคดีและตรวจสอบคำให้การกับพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

3324886

จากการสอบสวน นายภาณุวัฒน์ ให้การอ้างว่า ตนกับผู้เสียชีวิตเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาตั้งแต่สมัยทำงานอยู่ที่เก่า โดยกล่าวอ้างว่าเคยถูกผู้ตายทำร้ายร่างกายมาก่อน ทำให้เกิดความโกรธแค้นสะสมอยู่ในใจ แม้เวลาจะผ่านไป แต่เมื่อมีโอกาสพบหน้ากันตามสถานที่ต่าง ๆ ก็มักมีปากเสียงหรือเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันอยู่เป็นระยะ จนกลายเป็นปมขัดแย้งที่ยังไม่สามารถสะสางได้

กระทั่งวันเกิดเหตุ นายภาณุวัฒน์ อ้างว่าได้พาเพื่อนไปพบผู้ตายเพื่อพูดคุยเคลียร์ปัญหาที่ค้างคาใจ หวังสะสางเรื่องบาดหมางที่มีต่อกัน แต่สถานการณ์กลับไม่เป็นไปตามที่คิด เมื่อทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันจนเกิดความโกรธ ก่อนที่ตนจะบันดาลโทสะใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายบริเวณชายโครงขวาและลำคอด้านขวาอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องสงสัยได้แยกย้ายกับเพื่อนก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่ โดยพยายามตัดขาดจากการติดตามของเจ้าหน้าที่ กระทั่งมุ่งหน้าไปซ่อนตัวอยู่บริเวณเขางวงช้าง หวังหลบเลี่ยงการจับกุม แต่ตำรวจไม่ปล่อยให้คดีเงียบ เร่งแกะรอยและติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานบุคคลใกล้ชิดเพื่อกดดันให้ผู้ต้องสงสัยออกมามอบตัว ก่อนจะสามารถควบคุมตัวไว้ได้ในที่สุด

ด้าน พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.สภ.เมืองระยอง เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 18 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดี โดยสามารถจับกุมผู้ขี่รถจักรยานยนต์ได้ก่อน ส่วนผู้ต้องสงสัยที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ใช้อาวุธมีดก่อเหตุได้หลบหนีไปตั้งแต่วันเกิดเหตุ

3324887

เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังติดตามหาเบาะแสอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่าผู้ต้องสงสัยหลบไปซ่อนตัวบริเวณเขางวงช้าง ก่อนใช้แนวทางกดดันผ่านญาติและแฟนสาว กระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวได้สำเร็จ พร้อมนำตัวกลับมาดำเนินคดีและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพื่อรวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์และตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน

ระหว่างให้การ นายภาณุวัฒน์ยังกล่าวขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบคำให้การของผู้ต้องสงสัยอย่างละเอียด พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน พยานบุคคล และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อประกอบการดำเนินคดีให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย

เบื้องต้น ตำรวจควบคุมตัวนายภาณุวัฒน์ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง เพื่อดำเนินคดีตามหมายจับ พร้อมสอบสวนขยายผลถึงพฤติการณ์การก่อเหตุและบทบาทของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยคำกล่าวอ้างเรื่องความขัดแย้งในอดีตยังต้องได้รับการตรวจสอบ และผู้ต้องหายังคงเป็นผู้ถูกกล่าวหาจนกว่าคดีจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...