โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผ่าปัญหาประเทศไทยเมื่อหนี้ท่วม 2 มิติ “หนี้ครัวเรือน-หนี้สาธารณะ” สู่ข้อจำกัดการคลัง

Thairath Money

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

เศรษฐกิจไทยปี 2569 ท่ามกลางโลกที่ไม่แน่นอน ยังมีทั้งความหวังและความเปราะบางซ่อนอยู่ โดยเฉพาะเรื่องหนี้ที่ไทยเจอปัญหาหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง และหนี้สาธารณะของไทยเกือบติดเพดาน…

ทั้งสองเรื่องนี้กลายเป็นข้อจำกัดที่กระทบต่อการใช้จ่ายของประชาชน และการทำมาตรการของภาครัฐ ทว่าโจทย์ใหญ่ของประเทศไทยคือเราต้องเดินไปข้างหน้า เศรษฐกิจต้องเติบโตเราจะรับมือความท้าทายเหล่านี้อย่างไร?

GDP ปี 2569 ดูดีขึ้น แต่เศรษฐกิจยังเปราะบาง

เข้าสู่โค้งสุดท้ายของปี 2569 ทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวได้ในช่วง 2.0 - 2.5% ขณะที่ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศรับเป้าหมายการเติบโตของไทยขึ้นเช่นกัน โดยคาดว่า GDP ไทยปี 69 อยู่ที่ 2.1% จากการคาดการณ์ก่อนหน้าที่อยู่ราว 1.9% ส่วนหนึ่งเพราะได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีและ AI

แม้จะมีข่าวดีที่ GDP จะเพิ่มขึ้นในปี 2569 ทว่าถ้ามองถึงปี 2570 GDP ไทยอาจชะลอลงเพราะหลายฝ่ายมองว่า ผลดีจากมาตรการที่รัฐออกมากระตุ้นเศรษฐกิจอาจมีผลเพียงระยะสั้น ซึ่งไทยยังมีความท้าทายหลัก ปัญหาเชิงโครงสร้าง สังคมสูงวัยที่ทำให้แรงงานหดตัวลง รวมถึงปัญหาหนี้ 2 มิติ

“กับดักหนี้” ที่ทำให้คนไทยและรัฐยังเหนื่อย

มิติแรกคือปัญหา “หนี้ครัวเรือน” ข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้ให้เห็นว่ายอดคงค้างหนี้ครัวเรือนไทย ณ ไตรมาส 2 ปี 2569 สูงถึง 16.4 ล้านล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าคนไทยจำนวนมากยังมีกระแสเงินสดที่ตึงตัว

ขณะที่ หนี้ครัวเรือนต่อ GDP ณ ไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 85.2% ถือว่าอยู่ในระดับสูงและอาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่าย รวมถึงการบริโภคของครัวเรือน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า แม้ตัวเลขที่ออกมาล่าสุดจะลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ระดับ 86.0% แต่ภาระหนี้เมื่อเทียบกับรายได้ของครัวเรือนยังไม่ได้ผ่อนคลายลง เพราะนับตั้งแต่ปี 2566 คนไทยยังมีหนี้สูงกว่ารายได้ราว 1.5 เท่า (ยอดหนี้ครัวเรือนยังสูงถึงประมาณ 1.5 เท่าของรายได้ฯ ข้อมูลเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2566)

มิติที่สองคือปัญหา “หนี้สาธารณะ” ข้อมูลล่าสุดจาก สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ระบุว่า ณ 31 ส.ค. 2569 หนี้สาธารณะคงค้างต่อ GDP อยู่ที่ 67.94% ซึ่งถือว่าเข้าใกล้เพดานหนี้ฯ ที่ระดับ 70% จนช่วงที่ผ่านมามีกระแสข่าวถึงการเพิ่มเพดานหนี้ขึ้นไปอีก เพื่อให้คลังมีพื้นที่มากขึ้นในการรับมือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

ฝั่ง KKP Research วิเคราะห์ว่าอัตราส่วนหนี้สาธารณะของไทยกำลังเข้าใกล้เพดานกฎหมายที่ 70% ต่อ GDP ทำให้รัฐบาลมีพื้นที่ทางนโยบายการคลังจำกัด ท่ามกลางราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลางที่กระทบต่อประชาชน ขณะเดียวกันหากเศรษฐกิจไทยเจอผลกระทบจนโตช้าลง ก็อาจทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยเพิ่มขึ้นด้วย ถือเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองว่าภาครัฐจะเดินหน้าเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร

ทางออกของไทยเมื่อเจอหนี้ 2 ด้าน

สำหรับคำถามว่าแล้วปีนี้ปัญหาหนี้ของไทยจะดีขึ้นไหม ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า สิ้นปี 2569 หนี้ครัวเรือนต่อ GDP อาจลดลงมาที่ 84.0% (จาก 86.8% ณ สิ้นปี 2568) สาเหตุเพราะยอดหนี้อาจโตช้ากว่าการเติบโตของ Nominal GDP ขณะเดียวกันภาคครัวเรือนอาจเจอปัญหารายได้-สภาพคล่องที่ตึงตัว รวมถึงมีข้อจำกัดในการก่อหนี้ใหม่และภาระหนี้เดิมก็อาจยังคงกดดันกำลังซื้อซึ่งจะกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

ในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนมาต่อเนื่อง โดยมีมาตรการช่วยเหลือที่ครอบคลุมปัญหาหนี้ในแต่ละจุด เช่น สนับสนุนให้เกิดการปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่ยังไม่เป็นหนี้เสีย, โครงการคลินิกแก้หนี้เพื่อดูแลกลุ่มคนมีหนี้เสียให้ปรับตัวและลุกขึ้นมาได้, การรวมหนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถลดภาระดอกเบี้ยลง และบริหารหนี้ที่มีอยู่ได้ง่ายขึ้น ฯลฯ แต่ผลของโครงการเหล่านี้ยังติดตามผลลัพธ์ในระยะยาวซึ่งเชื่อว่า ธปท. จะยังขยายมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนในกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ

ในส่วนของหนี้สาธารณะ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยกล่าวไว้ว่า สถานการณ์ของไทยในปัจจุบันมีความแตกต่างจากวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 อย่างมาก เพราะไทยได้ถอดบทเรียนและเดินหน้าแก้ไขเพื่อให้มีเสถียรภาพทางการคลัง โดยปัจจุบันไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่าหนี้ระยะสั้นเกือบ 3 เท่า ซึ่งถือเป็นภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งในการรองรับความเสี่ยง

สุดท้ายนี้ KKP Research มองว่าโจทย์สำคัญในการแก้ปัญหาหนี้สาธารณะ คือ การเพิ่มประสิทธิผลและความคุ้มค่าของรายจ่ายทางการคลัง โดยต้องเริ่มปฏิรูปรายได้ภาษี การปฏิรูปขนาด ขณะเดียวกันสิ่งที่ภาครัฐควรทำคือการออกมาตรการที่เฉพาะกลุ่มเพื่อให้ตรงกับคนที่ต้องการความช่วยเหลือจริง

ที่มา ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, ธปท., สภาพัฒน์, สบน.

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผ่าปัญหาประเทศไทยเมื่อหนี้ท่วม 2 มิติ “หนี้ครัวเรือน-หนี้สาธารณะ” สู่ข้อจำกัดการคลัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...