โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เปิดปมแก้มลิง กทม. “ณัฏฐ์ มงคลนาวิน” งัดหลักฐานโต้ข่าวลือ ยัน “ชัชชาติ” ไม่ได้เซ็นยกเลิก แต่ปล่อยโครงการตกไปตามสภาพ จนบึงรับน้ำกลายเป็นหมู่บ้านจัดสรร

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แฉปมลับแก้มลิง กทม. “ณัฏฐ์ มงคลนาวิน” งัดหลักฐานโต้ข่าวลือ ยัน “ชัชชาติ” ไม่ได้เซ็นยกเลิก แต่ปล่อยโครงการตกไปตามสภาพ จนบึงรับน้ำกลายเป็นหมู่บ้านจัดสรร

นายณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคมโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

ช่วงที่ผ่านมา เกิดกระแสข่าวลือและคลิปไวรัลสะพัดในโลกออนไลน์อย่างหนักว่า “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สั่งยกเลิกโครงการแก้มลิงตามแนวพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9” จนกลายเป็นประเด็นร้อนแรงและสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคม

ในฐานะนักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม ผมขอชวนทุกท่านถอยออกจากอารมณ์ดราม่า แล้วมาดู “หลักฐานเชิงประจักษ์” จากฐานข้อมูลมติคณะรัฐมนตรี แผนปฏิบัติราชการสำนักการระบายน้ำ และข้อเท็จจริงในร่างผังเมืองรวม กทม. ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 เพื่อตอบคำถามสำคัญ: ที่มาคืออะไร มีโครงการไหนบ้างที่เกิดปัญหานี้ อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ใคร และทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นโจทย์เร่งด่วนของเมือง?

จุดเริ่มต้น: แนวคิดเชิงยุทธศาสตร์จาก "แนวพระราชดำริ"

ในแง่หลักการ โครงการเหล่านี้มีที่มาจาก แนวพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 อย่างแท้จริง:

คันกั้นน้ำและผังน้ำฝั่งตะวันออก: ในหลวง รัชกาลที่ 9 เคยมีแนวพระราชดำริในการวางแนวคันกั้นน้ำและระบบระบายน้ำโซนตะวันออก เพื่อชะลอน้ำหลากไม่ให้ไหลบ่าเข้าท่วมกรุงเทพฯ ชั้นใน

การวางตำแหน่งแก้มลิง: ภายใต้แนวคิดดังกล่าว พื้นที่ใต้คันกั้นน้ำลงมาควรมีบึงรับน้ำหรือแก้มลิงกระจายตัว เพื่อทำหน้าที่หน่วงน้ำก่อนระบายลงสู่ทะเล

การแปลงสู่แผนปฏิบัติการ: กรุงเทพมหานครได้นำแนวทางดังกล่าวมาศึกษาต่อยอดเชิงวิศวกรรม กำหนดพิกัดแปลงที่ดิน วางแนวเขตเวนคืน จนเกิดเป็นโครงการศึกษาจัดทำบึงรับน้ำหลายแห่งในฝั่งตะวันออก

เจาะลึกกลุ่มโครงการที่เป็นประเด็นและพื้นที่ที่กลายเป็นหมู่บ้านจัดสรร

โครงการที่ถูกภาคประชาชนและฝ่ายการเมืองตั้งข้อสังเกตว่า "หายไปหรือไม่ปรากฏแนวคุ้มครองในร่างผังเมืองรวม กทม. ฉบับใหม่" คือกลุ่มโครงการบึงรับน้ำที่เคยผ่านประชาพิจารณ์ (ปี 2560) และผ่านมติ ครม. เห็นชอบหลักการเวนคืน (ปี 2562) ซึ่งมีทั้งสิ้น 6 โครงการ (ความจุกักเก็บน้ำรวมกว่า 5–6 ล้าน ลบ.ม.) โดยมีตัวอย่างโครงการที่เห็นภาพความเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ชัดเจน ได้แก่:

บึงรับน้ำบริเวณคลองคู้บอน(เขตคันนายาว/คลองสามวา): เนื้อที่ประมาณ130 ไร่ความจุ870,000 ลบ.ม. ผ่านประชาพิจารณ์ปี2560 และมติครม. ปี2562 รวมถึงบรรจุในแผนสำนักการระบายน้ำปี2565 แต่เมื่อถึงร่างผังเมืองปี2566 พื้นที่กลับหายไปจากผังน้ำ และที่ดินเอกชนในแนวศึกษาถูกเปลี่ยนมือไปยังบริษัทอสังหาริมทรัพย์เพื่อรอการพัฒนาจัดสรร

บึงรับน้ำบริเวณคลองบางชัน(เขตมีนบุรี): เนื้อที่ทั้งหมด39 ไร่วางแผนเป็นบึงรับน้ำรองรับโซนมีนบุรี–คลองสามวาแต่ปัจจุบันแปลงที่ดินดังกล่าวกลายเป็นโครงการบ้านจัดสรรไปแล้ว

บึงรับน้ำบริเวณคลองสามวา1 (เขตคลองสามวา): เนื้อที่ทั้งหมด127 ไร่ออกแบบให้เชื่อมโยงกับแนวคลองพระยาสุเรนทร์และคลองสามวาแต่จากความล่าช้าในการเวนคืนพื้นที่ส่วนใหญ่จึงถูกพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยไปเกือบหมดเช่นเดียวกัน

บึงรับน้ำบริเวณคลองสามวา 2 (เขตคลองสามวา): ความจุประมาณ 890,000 ลบ.ม.

บึงรับน้ำบริเวณคลองลำหม้อแตก(เขตสายไหม/บางเขน)

บึงรับน้ำบริเวณคลองพระยาสุเรนทร์(เขตคลองสามวา)

ทางการสั่ง"ยกเลิก" หรือไม่?

ในทางเอกสารราชการ กทม. ไม่ได้ออกคำสั่งว่ายกเลิกโครงการเป็นลายลักษณ์อักษร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติคือ:

ไม่ปรากฏแนวรับน้ำในร่างผังเมืองใหม่: พื้นที่เหล่านี้ไม่ถูกลากเส้นเป็นแนวรับน้ำ/ผังน้ำ แต่ถูกจัดโซนการใช้ประโยชน์ที่ดินตามสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ทำให้เอกชนสามารถพัฒนาโครงการจัดสรรได้ตามปกติ

ค้างท่อและไม่เคยมี พ.ร.ฎ. เวนคืน: แผนเหล่านี้ค้างท่อมาตั้งแต่ปี 2559–2560 ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่มีการเสนอตรา พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ออกมาประกาศใช้จริงในราชกิจจานุเบกษา จึงไม่มีสภาพบังคับทางกฎหมายในการห้ามเอกชนซื้อขายหรือใช้สิทธิ์ในที่ดิน

กทม. ชี้แจงเรื่องการ "ทบทวนความคุ้มค่า": ฝ่ายบริหารชี้แจงว่าต้องทบทวนเชิงเศรษฐศาสตร์และวิศวกรรม เนื่องจากราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว และการทำแก้มลิงต้องเชื่อมต่อกับคลองระบายน้ำหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Hydraulic connectivity) ไม่ใช่ทุกบึงจะรับและระบายน้ำได้คุ้มค่าการลงทุน

สรุปสถานะจริง: จึงไม่ใช่การ "เซ็นยกเลิก" ตรงๆ แต่เป็นการ "ปล่อยให้โครงการตกไปตามสภาพ (De facto abandonment)" จากความล่าช้าข้ามหลายยุคสมัย ผนวกกับการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของฝ่ายบริหาร

เจาะลึกโครงสร้างอำนาจ: การตัดสินใจนี้อยู่ที่ใคร?

เมื่อพิจารณาตามกฎหมายและการบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ต้องแยกโครงสร้างอำนาจออกเป็น 2 ส่วน:

1) ส่วนที่เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร กทม. (ผู้ว่าฯ ชัชชาติ) โดยตรง:

การจัดลำดับความสำคัญ (Prioritization): เป็นดุลยพินิจของฝ่ายบริหารว่าจะผลักดัน ชะลอ หรือไม่ตั้งงบประมาณโครงการใดของสำนักการระบายน้ำ

การเสนอออกกฎหมายเวนคืน: กทม. เป็นหน่วยงานต้นเรื่อง หากฝ่ายบริหารเห็นว่าคุ้มค่า จะเป็นผู้ชงเรื่องไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อเสนอ ครม. แต่หากฝ่ายบริหารไม่เสนอเดินหน้าต่อ กระบวนการก็หยุดลง

การกำหนดรายละเอียดในร่างผังเมือง: สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง (กทม.) เป็นผู้จัดทำร่างผังเมืองรวมและผังระบายน้ำ ซึ่งอยู่ภายใต้สายการบังคับบัญชาของฝ่ายบริหาร กทม. โดยตรง

2) ส่วนที่อยู่นอกเหนืออำนาจ กทม. (กลไกระดับชาติ):

การตรา พ.ร.ฎ. เวนคืน: ผู้ว่าฯ กทม. ไม่มีอำนาจออกกฎหมายเวนคืนเอง เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เท่านั้น

การอนุมัติผังเมืองรวม: เมื่อ กทม. รับฟังความเห็นแล้ว ร่างผังเมืองต้องผ่านคณะกรรมการผังเมืองระดับชาติ และประกาศใช้โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

บทวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์สังคม: บทเรียนจากภัยพิบัติ และคำถามใหญ่ถึง กทม.

เราทุกคนเห็นภาพชัดเจนจาก “ภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งล่าสุด” แล้วว่า ปริมาณน้ำฝนและน้ำหลากจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศมีความรุนแรงและคาดเดาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งข้อสรุปที่ทั้งนักวิชาการ วิศวกร และประชาชนพูดตรงกันเป็นเสียงเดียว คือ "เมืองต้องการพื้นที่หน่วงน้ำและแก้มลิงเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ลดลง"

แต่ในความเป็นจริง โครงการแก้มลิงสำคัญกลับถูกชะลอ และพื้นที่บึงรับน้ำหลายจุด เช่น คลองบางชัน คลองสามวา 1 หรือคลองคู้บอน ได้กลายสภาพเป็นโครงการจัดสรรไปแล้ว ส่งผลให้ศักยภาพการหน่วงน้ำตามแผนเดิมกว่า 5–6 ล้าน ลบ.ม. ต้องสูญเสียไปอย่างถาวร

แม้ในทางบริหาร กทม. จะมีอำนาจในการชะลอโครงการด้วยเหตุผลเรื่องงบประมาณหรือความคุ้มค่าเชิงวิศวกรรม แต่สิ่งสำคัญที่สังคมกำลังรอฟังคำชี้แจง คือ:

"เมื่อ กทม. เลือกที่จะหยุดหรือชะลอโครงการแก้มลิงเหล่านี้ อะไรคือทางออกและมาตรการทดแทน (Mitigation Plan) ที่เตรียมไว้รองรับน้ำปริมาณมหาศาล?"

หากไม่เวนคืนที่ดินทำบึงรับน้ำ กทม. มีระบบระบายน้ำ ทางผันน้ำใต้ดิน หรืออุโมงค์ยักษ์ส่วนใดที่พร้อมจะชดเชยปริมาตรน้ำที่หายไปได้อย่างแท้จริง? นี่คือสิ่งที่ กทม. ต้องสื่อสารให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใส เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนกรุงเทพฯ ในการรับมือกับภัยพิบัติระยะยาวครับ

ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

ท่านคิดเห็นอย่างไรต่อแนวทางการจัดการพื้นที่รับน้ำของ กทม. ระหว่างการเร่งเวนคืนที่ดินทำแก้มลิง กับการปรับงบไปพัฒนาระบบคลองและสถานีสูบน้ำ? มาร่วมแชร์มุมมองและข้อเสนอแนะกันใต้โพสต์นี้ได้เลยครับ! หากเห็นว่าบทวิเคราะห์นี้มีประโยชน์ต่อการพัฒนาเมือง ฝากกดไลก์และแชร์เพื่อร่วมสร้างพลังตรวจสอบเชิงสร้างสรรค์ไปด้วยกันครับ

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน

นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม

29 กันยายน 2569

#ณัฏฐ์มงคลนาวิน #วิเคราะห์ข้อมูล #ยุทธศาสตร์สังคม #แก้มลิง #บึงรับน้ำคู้บอน #บึงรับน้ำคลองบางชัน #บึงรับน้ำคลองสามวา #ผังเมืองกทม #น้ำท่วมกรุงเทพ #การจัดการน้ำกทม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...