‘มาร์ค’ เฉ่งรัฐบาลขาดประสานหน้างาน ชี้ถึงเวลารื้อกฎหมายสาธารณภัย
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ในการพิจารณาญัตติด้วยวาจาเรื่องน้ำท่วม ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาอุทกภัยแบบครบวงจร เพื่อให้รัฐบาลไปดำเนินการ โดยตนขอถ่ายทอดสิ่งที่ได้พบเห็นจากการลงพื้นที่ 4-5 วันที่ผ่านมา คือ 1.การเตือนภัย ประชาชนที่ประสบภัยได้รับคำเตือนเมื่อสายเกินไป ไม่มีคำเตือนก่อนหน้านี้ที่เป็นรูปธรรมให้ปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง ถ้าไม่ปรับปรุงปัญหาจะลุกลามสร้างความเสียหาย ทั้งที่สามารถหลีกเลี่ยง บรรเทาได้ หากการเตือนภัยมีประสิทธิภาพ 2.การเตรียมรับมือ พื้นที่ประสบน้ำท่วมหนัก ล้วนสัมพันธ์กับคลองแสนแสบ แต่การพร่องน้ำให้สัมพันธ์กับสภาพอากาศกลับไม่ได้ทำ อุโมงค์ยักษ์ทำงานได้แค่ร้อยละ 60 เหตุใดไม่สามารถระบายน้ำได้ ทุกคลองที่อยู่ใกล้อุโมงค์ยักษ์ มีแต่น้ำเอ่อล้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า 3.ขาดการบริหารจัดการโดยสิ้นเชิง วันที่ไปแฟลตคลองจั่น หรือเคหะร่มเกล้า ถ้าไม่มีอาสาสมัครก็เหมือนไม่มีการดำเนินการแก้ปัญหาอะไร ทั้ง 2 ที่ขาดการบริหารจัดการแก้ปัญหา เหมือนที่เคยเกิดขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ แต่ยังเกิดซ้ำ เพราะขาดการประสานงานเรื่องการบัญชาการแก้ปัญหา ขณะที่ต่างจังหวัดมีผู้บริหารท้องถิ่นที่แก้ปัญหาได้ดีกว่า 4.ปัญหาการเยียวยา แม้จะมีกองทุนระบบภัยพิบัติแห่งชาติ แต่จะใช้ได้หรือไม่ เพราะเป็นเหตุที่เกิดขึ้นก่อนทำสัญญา ขณะที่หลักเกณฑ์การเยียวยา 9,000 บาท ก็มีคำถามว่า คนที่อยู่บนแฟลตสูงๆ ถูกน้ำท่วม ออกมาไม่ได้ ก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน จะได้รับเงินเยียวยาก้อนนี้หรือไม่
“เมื่อครั้งเกิดเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ บอกจะถอดบทเรียน ตั้งคณะกรรมการมาศึกษา แต่เชื่อว่าการตั้งกรรมการคงไม่ได้อะไร เพราะคนเป็นกรรมการ ต้องปกป้องหน่วยงานตัวเอง ขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมการอิสระมาถอดบทเรียน และถึงเวลาต้องปรับปรุงกฎหมายสาธารณภัยครั้งใหญ่ ให้มีหน่วยงานบัญชาการประสานงานกับคนมีน้ำใจ ทั้งภาครัฐ เอกชน เพราะบ้านเราไม่ขาดเรื่องน้ำใจ แต่ขาดเรื่องการบริหารจัดการ ประสานงาน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว