โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมศุลฯ ชงพาณิชย์ห้ามนำเข้า “เศษโลหะ-เศษยาง” ปิดช่องสวมรอยลักลอบนำเข้าขยะพิษ

AEC10NEWs

อัพเดต 23 ตุลาคม 2569 เวลา 5.54 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • AEC10NEWS

กรมศุลกากรส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงกรมการค้าต่างประเทศ เสนอออกมาตรการห้ามนำเข้าเศษโลหะและเศษยาง เพื่อแก้ปัญหาการลักลอบนำเข้าซากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายที่แฝงมากับสินค้า ป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจพบสถานประกอบการและสถานที่เก็บกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมายในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของสารเคมี มลพิษทางอากาศ และกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างน่าเป็นห่วง กรมศุลกากรจึงได้เสนอให้กำหนดให้เศษโลหะและเศษยางเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร

ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2563 กระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์แล้ว แต่ยังพบผู้กระทำผิดอาศัยช่องว่างสวมรอยนำเข้าเศษโลหะและเศษยาง

โดยการสำแดงประเภทสินค้าเป็นเท็จ หรือซุกซ่อนขยะพิษปะปนมากับวัตถุดิบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดตรวจตู้คอนเทนเนอร์ได้ทุกตู้ เนื่องจากอาจกระทบต่อต้นทุนและระยะเวลาในการตรวจปล่อยสินค้าของภาคอุตสาหกรรม

สำหรับสถิติการนำเข้าช่วงเดือนมกราคม ถึง กันยายน 2569 ประเทศไทยนำเข้าเศษเหล็ก เศษอะลูมิเนียม และเศษทองแดง รวมมูลค่าสูงถึง 71,193 ล้านบาท ปริมาณรวมไม่น้อยกว่า 2.76 ล้านตัน (เฉลี่ย 14,600 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อเดือน)

โดยเศษเหล็กมีการนำเข้าสูงสุดถึง 2.12 ล้านตัน สะท้อนให้เห็นว่าปริมาณการนำเข้าวัตถุดิบกลุ่มนี้อยู่ในระดับสูง และจำเป็นต้องยกระดับมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด

ขณะที่ผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 กรมศุลกากรสามารถจับกุมของเสียอันตรายและขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้รวม 10.29 ล้านกิโลกรัม และผลักดันส่งกลับประเทศต้นทางแล้ว 5.29 ล้านกิโลกรัม

ทางกรมฯ จึงเห็นว่าการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องแก้ปัญหาที่ต้นทางด้วยการทบทวนมาตรการอนุญาตนำเข้า

ข้อเสนอของกรมศุลกากร คือการออกประกาศห้ามนำเข้าเศษโลหะ (พิกัดศุลกากร 72.04, 74.04 และ 76.02) รวมถึงเศษยาง (พิกัด 40.04) โดยใช้แนวทางเดียวกับมาตรการควบคุมเศษพลาสติก

พร้อมกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 6-12 เดือน เพื่อประเมินผลกระทบและให้เวลาภาคอุตสาหกรรมเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะโรงงานหลอมและแปรรูปโลหะในประเทศจำนวน 41 รายที่ยังจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบนำเข้า

ทั้งนี้ ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ได้เสนอเงื่อนไขการนำเข้าที่เข้มงวด ดังนี้

* จำกัดสิทธิ์เฉพาะโรงงาน: อนุญาตให้เฉพาะผู้ประกอบกิจการโรงงานที่ใช้วัตถุดิบในกระบวนการผลิตจริงเท่านั้น ไม่อนุญาตให้พ่อค้าคนกลางนำเข้า

* ประเมินความต้องการ: ต้องมีการประเมินความเพียงพอของวัตถุดิบภายในประเทศก่อนอนุญาตให้นำเข้า

* สำรวจเอกสารและรับผิดชอบค่าใช้จ่าย: ผู้นำเข้าต้องจัดทำใบรับรองการตรวจสอบสินค้าก่อนส่งออกทุกครั้ง และหากตรวจพบซากอิเล็กทรอนิกส์หรือขยะพิษปะปนมา ผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งสินค้ากลับประเทศต้นทางทันที

นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้จัดตั้งกลไกการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันระหว่าง 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมศุลกากร, กรมการค้าต่างประเทศ, กรมควบคุมมลพิษ และกรมโรงงานอุตสาหกรรม

เพื่อติดตามการนำเข้าอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังการเลี่ยงพิกัดศุลกากร และปิดช่องโหว่การสำแดงเท็จอย่างยั่งยืน โดยมุ่งคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กรมศุลกากร ยกระดับคุมเข้มสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ผนึกกำลัง ศพร. ปกป้องเกษตรกรไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...