โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สาวจำรถผิดคิดว่ารถตัวเองถูกขโมย! รื้อท้ายกระบะไร้ป้ายทะเบียน ถูกเจ้าของทำร้ายเจ็บ

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สาวเข้าใจผิดคิดว่ากระบะสีขาวไร้ป้ายทะเบียนเป็นรถตัวเองที่ถูกขโมย จึงขึ้นไปรื้อท้ายรถ ก่อนมีปากเสียงกับชายที่อ้างเป็นเจ้าของรถและถูกทำร้ายบาดเจ็บ เจ้าตัวอ้างมือถือกับใบขับขี่ถูกนำไป ตำรวจนาจอมเทียนเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและที่มาของรถ

วันที่ 28 ต.ค.69 ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ ได้รับแจ้งเหตุหญิงถูกทำร้ายร่างกาย ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงประสาน พ.ต.อ.พิสิทธิ์ ตั้งศิริเสถียร ผกก.สภ.นาจอมเทียน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบหญิงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อ น.ส.อารยา (ขอสงวนนามสกุล) มีบาดแผลบริเวณใบหน้า เจ้าหน้าที่กู้ภัยประสานรถพยาบาลเทศบาลตำบลนาจอมเทียน นำตัวส่งโรงพยาบาลวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร เพื่อรับการรักษา

S 36773933

จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้บาดเจ็บให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุพบรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ เป็นลักษณะ รถกระบะ ตอนเดียวสีขาว ติดท้ายรถติดตั้งหลังคาสูงบรรทุกของ โดยตนคิดว่าเป็นรถของตนเองที่เคยโจรถูกขโมยไป จึงขึ้นไปบริเวณท้ายรถเพื่อรื้อค้นสิ่งของ และหาหลักฐาน เนื่องจากเชื่อว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถของตนเอง

ต่อมามีชายเจ้าของรถเข้ามาพบและแจ้งว่าเป็นรถของตน ก่อนจะเกิดการโต้เถียงและทะเลาะวิวาทกัน โดยผู้บาดเจ็บอ้างว่าถูกชายคนดังกล่าวทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้า

นอกจากนี้ ผู้บาดเจ็บยังระบุว่า ชายคนดังกล่าวได้นำโทรศัพท์มือถือและใบขับขี่ของตนติดตัวไป ก่อนจะขับรถออกจากที่เกิดเหตุ โดยไม่ทราบทิศทางหลบหนี ผู้บาดเจ็บยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับรถยนต์คันดังกล่าว เนื่องจากไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง อีกทั้งมีลักษณะคล้ายกับรถที่ตนแจ้งว่าถูกขโมยไป ทั้งรอยบุบและรอยเฉี่ยวชน จึงทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นรถของตนเอง

S 36773944

เบื้องต้น พ.ต.ท.อดิศร กองโกย รอง ผกก.สืบสวน สภ.นาจอมเทียน พร้อมชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีชาวบ้านบันทึกคลิปวิดีโอขณะเกิดเหตุทะเลาะวิวาทไว้เป็นหลักฐาน และส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามชายที่ขับรถยนต์คันดังกล่าวและบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน พร้อมตรวจสอบที่มาของรถยนต์ว่าเป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบกรณีโทรศัพท์มือถือและใบขับขี่ที่ผู้บาดเจ็บอ้างว่าถูกนำไป เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...