ดาวโจนส์ 05/11/69 ร่วงหนัก 1,833 จุด Nasdaq ดิ่ง 5.52% เข้าสู่ภาวะปรับฐาน หุ้นชิป-เทคโนโลยีถูกเทขายหนัก
ตลาดหุ้นนิวยอร์กเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในการซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2569 โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 1,800 จุด หรือ 3.44% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดิ่งลง 5.52% นับเป็นการปรับตัวลงในวันเดียวรุนแรงที่สุดในรอบ 19 เดือน และเข้าสู่ภาวะปรับฐานทางเทคนิค (Correction) หลังราคาหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก
แรงกดดันต่อตลาดเกิดขึ้นท่ามกลางความวิตกกังวลของนักลงทุนว่า พรรคเดโมแครตอาจผลักดันมาตรการและกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อควบคุมธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายหลังสามารถคว้าชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อแนวโน้มการลงทุนและการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยี โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และการผลิตชิป
สำหรับการปิดตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ดัชนีสำคัญทั้ง 3 ตลาดปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ดังนี้
- ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones) ปิดที่ 51,523.06 จุด ลดลง 1,833.06 จุด หรือ 3.44%
- ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,353.73 จุด ลดลง 334.89 จุด หรือ 4.36%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,315.00 จุด ลดลง 1,421.52 จุด หรือ 5.52%
ทั้งนี้ หุ้นทั้ง 11 กลุ่มอุตสาหกรรมที่คำนวณในดัชนี S&P 500 ปิดตลาดในแดนลบทั้งหมด โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเผชิญแรงขายหนักที่สุด ปรับตัวลดลงถึง 7.3% รองลงมาคือหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ร่วงลง 4.1% สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่กระจายตัวไปทั่วตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ขณะที่ดัชนี Nasdaq ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบสำคัญ ปรับตัวลดลงมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ดัชนีเข้าสู่ภาวะปรับฐานทางเทคนิค (Correction) อย่างเป็นทางการตามเกณฑ์ตลาด ซึ่งกำหนดให้ดัชนีลดลงอย่างน้อย 10% จากจุดสูงสุดล่าสุด
การปรับตัวลงอย่างรุนแรงของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทครั้งนี้สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อทิศทางธุรกิจ AI และแนวโน้มการเติบโตของหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปที่ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายและกฎระเบียบของสหรัฐฯ ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดต้องจับตาในระยะต่อไป