โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“ทนายตั้ม” บุก DSI ยื่นหลักฐานแฉ “กัน จอมพลัง” ปมเงินปริศนา-เว็บพนัน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ทนายตั้ม" บุก DSI ยื่นหลักฐานมัด “กัน จอมพลัง” เตือนอีกไม่นานอาจถึงคิว แฉปมเงินปริศนาจากต่างประเทศ-เว็บพนัน-บริษัทนอมินี จ่อเรียกสอบผู้เกี่ยวข้องใน 10 วัน อ้างพบเส้นทางเงินหลายทอด ขณะที่อดีตนายทหารโต้เงิน 200 ล้านช่วยชายแดน ชี้ค่าใช้จ่ายจริงอาจไม่ถึง 10 ล้าน

วันที่ 6 พ.ย. 2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ พร้อมด้วย พล.ร.ต.ชรัมม์ภากร พรหมภากร อดีตรองผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ข้อมูลและส่งมอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม กรณีตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้

นายษิทรา กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ต้องการวัดใจการทำงานของกระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอ ว่าจะสามารถดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องได้จริงหรือไม่ โดยไม่อยากให้เจ้าหน้าที่นำเรื่องสีเสื้อหรือประเด็นทางการเมืองมาเกี่ยวข้อง เพราะการบังคับใช้กฎหมายต้องมีความเป็นกลาง แม้จะมีข้อสงสัยจากหลายฝ่ายว่าอาจมีการเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายการเมืองก็ตาม

พร้อมกล่าวถึงนายกัณฐิศว์ พงศ์ไพบูลย์ หรือ “กัน จอมพลัง” ว่า หากมีหมายเรียกหรือหมายจับออกมา ขอให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง เพราะเชื่อว่าเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานไว้ค่อนข้างละเอียดแล้ว อีกทั้งยังฝากถึงบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง หากไม่ต้องการตกเป็นผู้ต้องหาร่วมและประสงค์จะเข้าให้ข้อมูลในฐานะพยาน สามารถติดต่อผ่านเพจเฟซบุ๊กของตนได้

นายษิทราเปิดเผยว่า หลักฐานที่นำมามอบให้เจ้าหน้าที่มีหลายประเด็นที่ต้องตรวจสอบ ทั้งความผิดปกติของเส้นทางการเงิน การจัดซื้อสิ่งของในราคาสูงเกินจริง และเงินปริศนาที่โอนมาจากต่างประเทศ ซึ่งกำลังตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินผ่านมูลนิธิหรือไม่ โดยคาดว่าภายใน 10 วัน อาจมีการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง หากไม่สามารถให้คำอธิบายได้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการนำเงินของมูลนิธิไปจ่ายค่าจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย การจัดตั้งบริษัทนอมินี ตลอดจนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ โดยอ้างว่ามีข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาทุก 3 วัน ในช่วงที่มีการดำเนินธุรกิจดังกล่าว พร้อมนำพยานซึ่งเป็นเจ้าของอาคารให้เช่ามายืนยันว่ามีการเช่าสถานที่เพื่อใช้ดำเนินกิจการเว็บพนัน และส่งมอบหลักฐานการโอนเงินให้พนักงานสอบสวนแล้ว

นายษิทรากล่าวอีกว่า ขณะนี้มีพยานเข้าให้ข้อมูลกับดีเอสไอแล้วกว่า 10 คน และยังมีแนวโน้มทยอยเข้ามาเพิ่มเติม โดยมองว่าคดีนี้มีความซับซ้อนกว่ากรณีของบุ๋ม ปนัดดา เนื่องจากมีลักษณะการวางแผนจัดตั้งมูลนิธิและธุรกรรมทางการเงินหลายทอดเพื่อปกปิดเส้นทางเงิน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเรียกผู้เกี่ยวข้องสอบปากคำและตรวจสอบเส้นทางการเงินในรอบที่ 3 และ 4

ด้าน พล.ร.ต.ชรัมม์ภากร กล่าวถึงกรณีที่กัน จอมพลัง อ้างว่านำเงิน 200 ล้านบาทไปช่วยเหลืองานชายแดนว่า จากการทบทวนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ตนเห็นว่าแม้แต่ยอด 50 ล้านบาทก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะชี้แจง และอาจมีมูลค่าต่ำกว่า 10 ล้านบาทด้วยซ้ำ เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างอย่างบังเกอร์ไม่ปรากฏว่ามีการก่อสร้างขึ้นแม้แต่แห่งเดียว

ส่วนสิ่งที่นำไปใช้ในพื้นที่มีเพียงตู้คอนเทนเนอร์มือสองประมาณ 50-60 ตู้ ซึ่งกัน จอมพลังเคยระบุว่าซื้อมาในราคาตู้ละ 30,000 บาท รวมถึงกล้องวงจรปิดและการเดินสายไฟหม้อแปลง โดย พล.ร.ต.ชรัมม์ภากรมองว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่น่าจะสูงถึง 200 ล้านบาท พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเครื่องปรับอากาศภายในตู้คอนเทนเนอร์ไม่ได้มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทหาร แต่ใช้เป็นพื้นที่สำหรับทีมงานไลฟ์สดของกัน จอมพลัง เพื่อผลิตคอนเทนต์ประชาสัมพันธ์และเปิดรับบริจาค

พล.ร.ต.ชรัมม์ภากรยังกล่าวถึงจุดเริ่มต้นความขัดแย้งว่า เกิดขึ้นช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา หลังตนเข้าไปตักเตือนกัน จอมพลังเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวในพื้นที่ชายแดน ซึ่งอาจขัดต่อบันทึกข้อตกลงและมาตรการลดความตึงเครียดตามกลไกของกระทรวงกลาโหม แต่กลับถูกอีกฝ่ายไม่พอใจ ก่อนออกสื่อกล่าวหาว่าตนเป็นนักรบห้องแอร์และเมาสุราโทรศัพท์ไปต่อว่า รวมถึงใช้คอนเทนต์และกลุ่มแฟนคลับกดดันให้ถูกย้ายออกจากพื้นที่

ขณะที่นายษิทรายังตั้งข้อสังเกตถึงการใช้เฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงการนำบอดี้การ์ดเข้า-ออกพื้นที่สู้รบบริเวณชายแดนได้อย่างอิสระ ทั้งที่แม้แต่ภรรยาของนายทหารในพื้นที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป โดยมองว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์เพื่อนำไปใช้แสวงหาประโยชน์ให้กับมูลนิธิ

ส่วนกรณีบุ๋ม ปนัดดา และสามีถูกควบคุมตัวมาดำเนินคดีที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายษิทรากล่าวว่า จากประสบการณ์ที่เคยผ่านการควบคุมตัวมาก่อน ขอแนะนำให้ญาติเตรียมฟูกและหมอนมาให้ เนื่องจากภายในห้องควบคุมไม่มีเครื่องนอน ต้องนอนบนพื้นแข็ง พร้อมคาดการณ์ว่าพนักงานสอบสวนจะนำตัวทั้งสองไปขออำนาจศาลฝากขังในวันรุ่งขึ้น โดยมองว่าโอกาสได้รับการประกันตัวมีค่อนข้างน้อย เพราะมีผู้เสียหายจำนวนมากและมูลค่าความเสียหายสูง อีกทั้งตำรวจเตรียมคัดค้านการประกันตัว

เมื่อถามถึงกรณีที่บุ๋มเคยยื่นหนังสือแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยให้เหตุผลว่ามีภาระต้องดูแลลูกเล็ก นายษิทรามองว่าเหตุผลดังกล่าวอาจไม่มีน้ำหนักเพียงพอ เนื่องจากศาลจะพิจารณาจากอัตราโทษและพฤติการณ์แห่งคดีเป็นหลัก โดยระบุว่าคดีนี้มีโทษสูงถึง 20 ปี และเชื่อว่าจากหลักฐานเส้นทางการเงินที่ปรากฏ การต่อสู้คดีอาจเป็นเรื่องยาก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...