โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“รศ.ดร.สุชาติ” แนะต่อไทยช่วยไทยพลัส ปรับโมเดลหนุน SME เข้าระบบ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
รศ.ดร.สุชาติ ไตรภพสกุล เสนอรัฐบาลทบทวนรูปแบบ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” หากต่ออายุมาตรการ ชูแนวทางลดเงินรั่วไหล หนุน SME เข้าระบบ และเพิ่มประสิทธิภาพเม็ดเงินรัฐ

การพิจารณาต่ออายุมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” นอกจากเป้าหมายช่วยลดภาระค่าครองชีพและประคองกำลังซื้อของประชาชนแล้ว รศ.ดร.สุชาติ ไตรภพสกุล นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เสนอให้รัฐบาลใช้โอกาสนี้ทบทวนรูปแบบและกลไกของมาตรการ โดยนำข้อมูลจากการดำเนินโครงการที่ผ่านมาใช้ประเมินประสิทธิภาพของเม็ดเงินภาครัฐให้ละเอียดขึ้น

ข้อเสนอดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 พิจารณาขยายระยะเวลามาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” จากกำหนดเดิมที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยคาดว่าจะสามารถต่ออายุได้ประมาณ 2 เดือน และยังคงรูปแบบเดิม ท่ามกลางสถานการณ์สงคราม วิกฤตพลังงาน และระดับราคาสินค้าที่กระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน

ต่อมาตรการได้ แต่ควรใช้ข้อมูลปรับรูปแบบให้มีประสิทธิภาพ

รศ.ดร.สุชาติ ไตรภพสกุล คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งมีผลงานติดอันดับ World’s Top 2% Scientists 2025 จากการจัดอันดับโดย Stanford University สหรัฐอเมริกา ระบุว่า การต่ออายุมาตรการยังมีเหตุผลรองรับ หากประชาชนยังเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานและค่าครองชีพ โดยมาตรการที่ผ่านมาเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดภาระประชาชนและเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อย

อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลจะเดินหน้าโครงการต่อและใช้งบประมาณสาธารณะเพิ่มเติม ควรนำข้อมูลธุรกรรมจากช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาใช้ทบทวนรูปแบบและกลไก ไม่ควรพิจารณาเฉพาะวงเงินคงเหลือหรือระยะเวลาที่สามารถต่อมาตรการได้

รศ.ดร.สุชาติ ระบุว่า ไม่ได้เสนอให้รัฐบาลยุติ “ไทยช่วยไทยพลัส” หากสถานการณ์ค่าครองชีพยังมีความจำเป็น แต่เมื่อภาครัฐมีข้อมูลจากการดำเนินโครงการแล้ว ควรประเมินว่าเงินของรัฐทุก 1 บาท สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เท่าใด และมีส่วนใดที่สามารถปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

ยอดใช้จ่ายต้องดูควบคู่ “การบริโภคใหม่”

หนึ่งในประเด็นที่ รศ.ดร.สุชาติ เสนอให้พิจารณา คือ การวัดผลมาตรการไม่ควรใช้เพียงจำนวนผู้ใช้สิทธิหรือยอดเงินหมุนเวียน เนื่องจากในทางเศรษฐศาสตร์ “มูลค่าธุรกรรม” และ “มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นใหม่” มีความแตกต่างกัน

รัฐบาลควรวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า งบประมาณที่ใช้สามารถสร้างการบริโภคใหม่ได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงติดตามว่าเงินดังกล่าวหมุนต่อไปสู่การสั่งซื้อสินค้า การผลิต การจ้างงาน และห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศกี่ทอด เพื่อประเมินผลทวีคูณทางเศรษฐกิจของมาตรการ

ขณะเดียวกัน มาตรการที่มีวงเงินและกรอบเวลาการใช้สิทธิ อาจสร้างแรงจูงใจให้ผู้ใช้เร่งใช้สิทธิให้ครบ รวมถึงต้องปิดช่องว่างที่อาจนำไปสู่การแปลงสิทธิเป็นเงินสด หรือการสร้างธุรกรรมที่ไม่ได้เกิดจากการซื้อขายจริง เพราะจะทำให้เม็ดเงินบางส่วนออกจากเป้าหมายของนโยบาย

หนุน SME จากยอดขายระยะสั้น สู่ความสามารถแข่งขันระยะยาว

ในมิติผู้ประกอบการ รศ.ดร.สุชาติ เห็นด้วยกับเป้าหมายของรัฐบาลในการกระจายเงินไปยังร้านค้ารายย่อย แต่เสนอให้เฟสต่อไปเพิ่มเป้าหมายด้านการพัฒนาศักยภาพของ SME ควบคู่กัน

ตัวชี้วัดควรครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาระบบบัญชี การเข้าสู่ระบบภาษี การมีประวัติธุรกรรมที่ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ ตลอดจนความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายตลาด

หากผู้ประกอบการมียอดขายเพิ่มขึ้นเฉพาะช่วงที่มาตรการดำเนินอยู่ แต่หลังโครงการสิ้นสุดกลับมาอยู่ในสถานะเดิม ผลของมาตรการอาจอยู่ในระดับการประคองยอดขาย มากกว่าการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในระยะยาว

เสนอใช้มาตรการดึงธุรกิจเข้าสู่ระบบ

อีกประเด็นคือการออกแบบแรงจูงใจระหว่างผู้ประกอบการในระบบและเศรษฐกิจนอกระบบ โดย รศ.ดร.สุชาติ มองว่า เงื่อนไขของมาตรการควรสนับสนุนให้ธุรกิจรายย่อยทยอยเข้าสู่ระบบบัญชีและภาษี มากกว่าทำให้การอยู่นอกระบบได้รับประโยชน์เหนือผู้ประกอบการที่จัดทำบัญชี เสียภาษี และมีมาตรฐานตรวจสอบได้

“เงินอุดหนุนของรัฐควรเป็นบันไดที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเดินจากเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่เศรษฐกิจในระบบ ไม่ใช่ทำให้ผู้ประกอบการรู้สึกว่าการอยู่นอกระบบได้ประโยชน์มากกว่าการเข้าสู่ระบบ”

แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประโยชน์ของมาตรการในระยะยาว ทั้งด้านการพัฒนาผู้ประกอบการและการขยายฐานภาษีของประเทศ

เสนอโมเดลผสม เปิด Modern Trade บางส่วนเฉพาะสินค้าไทย

สำหรับข้อเสนอเกี่ยวกับการเปิดให้ Modern Trade เข้าร่วมโครงการ รศ.ดร.สุชาติ มองว่า ร้านค้ารายย่อย SME เกษตรกร และค้าปลีกสมัยใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่เศรษฐกิจเดียวกัน โดย Modern Trade ยังเป็นช่องทางตลาดของเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน OTOP และ SME ไทยจำนวนมาก

รัฐบาลจึงสามารถพิจารณา “รูปแบบผสม” โดยยังให้ประชาชนใช้สิทธิกับร้านค้ารายย่อยได้เต็มวงเงินตามเป้าหมายหลัก พร้อมเปิดให้ใช้สิทธิบางส่วนผ่าน Modern Trade ภายใต้เพดานและเงื่อนไขเฉพาะ เช่น จำกัดเฉพาะสินค้าเกษตรไทย สินค้า OTOP สินค้าวิสาหกิจชุมชน หรือผลิตภัณฑ์ของ SME ไทยที่อยู่ในระบบ

พร้อมกันนี้สามารถเชื่อมธุรกรรมเข้าสู่ระบบใบเสร็จและใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบเส้นทางของเงิน และสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบมากขึ้น

ภายใต้แนวคิดนี้ Modern Trade จะทำหน้าที่เป็นช่องทางกระจายสินค้าและเชื่อมผู้ผลิตรายย่อยกับตลาดขนาดใหญ่ ขณะที่ร้านค้าชุมชนยังคงเป็นช่องทางหลักในการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก

4 คำถามก่อนเดินหน้าเฟสใหม่

รศ.ดร.สุชาติ เสนอให้รัฐบาลใช้ฐานข้อมูลจากโครงการที่ผ่านมา ตอบโจทย์สำคัญอย่างน้อย 4 ด้าน ได้แก่ เงินรัฐ 1 บาทสร้างการบริโภคใหม่จริงเท่าใด เม็ดเงินหมุนต่อในเศรษฐกิจไทยกี่ทอด ผู้ประกอบการมีความสามารถแข่งขันเพิ่มขึ้นหรือเพียงมียอดขายเพิ่มชั่วคราว และมาตรการสามารถดึงผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและระบบภาษีได้มากเพียงใด

หากสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ปรับรูปแบบ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟสต่อไป มาตรการจะมีเป้าหมายมากกว่าการบรรเทาค่าครองชีพในระยะสั้น โดยสามารถเชื่อมโยงไปสู่การเพิ่มตลาดให้ SME และเกษตรกร ส่งเสริมธุรกิจเข้าสู่ระบบ รวมถึงเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินไปสู่ภาคการผลิตและการจ้างงาน

รศ.ดร.สุชาติ ระบุว่า เป้าหมายสำคัญคือการทำให้เงินภาครัฐก้อนเดียวกันสามารถสร้างประโยชน์ได้หลายระดับ ทั้งลดภาระประชาชน เพิ่มรายได้ผู้ประกอบการ สนับสนุนการผลิตและการจ้างงาน ตลอดจนเสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...