โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมอุทยานฯ แจ้งความเอาผิดขบวนการออกเอกสารสิทธิทับ อช.แหลมสน จ.ระนอง

The Reporters

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อธิบดีกรมอุทยานฯ แจ้งความต่อ บก.ปทส. เอาผิดขบวนการออกเอกสารสิทธิทับ อช.แหลมสน จ.ระนอง

วันนี้ (28 ก.ย. 69) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปทส. เพื่อแจ้งความกล่าวโทษและส่งมอบข้อมูลกรณีขบวนการบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หลังขยายผลพบเบาะแสการแผ้วถางไม้เปิดพื้นที่บริเวณเขาปากเตรียม หรืออ่าวจาก หมู่ที่ 2 ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง

ทั้งนี้ มีการออกเอกสารสิทธิหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทับซ้อนพื้นที่ป่าสมบูรณ์ พื้นที่ ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง กว่า 105 แปลง ทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสนทั้งหมด 29 แปลง โดยเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ดำเนินการ 3 แปลงแรก ได้แก่ น.ส.3 ก. เลขที่ 915, 916 และ 917 ซึ่งมีพยานหลักฐานสมบูรณ์และมีข้อเท็จจริงชัดเจนที่สุด

กรมอุทยานแห่งชาติ รวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมอีก 3 แปลง

แปลงแรก แปลง น.ส. 3 ก เลขที่ 367, 371 และ 372 ดังนี้ แปลง น.ส. 3 ก. เลขที่ 367 มีการออกเอกสารสิทธิ น.ส. 3 ก. ปี พ.ศ.2532 ไม่พบสารบบที่ดินและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมาของที่ดิน มีเนื้อที่ตามเอกสารสิทธิ 9 ไร่ 3 งาน เนื้อที่ตามการรังวัดของช่างรังวัด 9 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา เนื้อที่รุกล้ำเข้าไปในเขตอุทยานฯ 7 ไร่ 3 งาน 16 ตารางวา ซึ่งหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศช่วงก่อนการออกเอกสารสิทธิปี พ.ศ.2510-2546 แสดงให้เห็นสภาพพื้นที่เป็นป่า ธรรมชาติ ไม่ปรากฏร่องรอยการใช้ประโยชน์

แปลงที่ 2 คือ แปลง น.ส. 3 ก. เลขที่ 371 ได้มีการออกเอกสารสิทธิ น.ส. 3 ก. ใน ปี พ.ศ.2532 ไม่มีการแจ้งครอบครองที่ดิน ส.ค. 1 โดยแจ้งครอบครองว่าทำประโยชน์ต่อจากบิดา ปลูกมะม่วงหิมพานต์ สะตอ และขนุน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2515 มีเนื้อที่ตามเอกสารสิทธิ 49 ไร่ 3 งาน 58 ตารางวา เนื้อที่ตามการรังวัดของช่างรังวัด 51 ไร่ 3 งาน 56 ตารางวา เนื้อที่รุกล้ำเข้าไปในเขตอุทยานฯ 16 ไร่ 1 งาน 68 ตารางวา

ผลการอ่านแปลความภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ.2510, 2520 จนถึง 2538 ชี้ชัดว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากภาพถ่ายในอดีตระบุชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าว มีสภาพเป็นป่าไม่ผลัดใบ ป่าชายหาด และทุ่งหญ้าธรรมชาติ ไม่ปรากฏร่องรอยการทำประโยชน์หรือร่องรอยการแผ้วถางใด ๆ มีเพียงหลังปี 2527 พบรอยแผ้วถางเพียง 11%

แปลงที่ 3 คือ แปลง น.ส. 3 ก. เลขที่ 372 มีการออกเอกสารสิทธิ น.ส. 3 ก. ปี พ.ศ.2532 ไม่มีการแจ้งครอบครองที่ดิน ส.ค. 1 โดยแจ้งครอบครองว่าทำประโยชน์ต่อจากบิดา ปลูกมะม่วงหิมพานต์ และพืชอื่น ๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2498 มีเนื้อที่ตามเอกสารสิทธิ 49 ไร่ 3 งาน 42 ตารางวา เนื้อที่ตามการรังวัดของช่างรังวัด 50 ไร่ 1 งาน 15 ตารางวา เนื้อที่รุกล้ำเข้าไปในเขตอุทยานฯ 20 ไร่ 2 งาน 16 ตารางวา

ผลการอ่านแปลความภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ.2510, 2520 จนถึง 2538 ชี้ชัดว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากภาพถ่ายในอดีตระบุชัดเจนว่า พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นป่าไม่ผลัดใบ ป่าชายหาด และทุ่งหญ้าธรรมชาติ โดยไม่ปรากฏร่องรอยการทำประโยชน์หรือร่องรอยการแผ้วถางใด ๆ มีเพียงหลังปี 2527 พบรอยแผ้วถางเพียง 1%

ปัจจุบันที่ดิน น.ส. 3 ก แปลง 371 และ 372 ถูกกว้านซื้อและเปลี่ยนมือผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ไปเป็นของบริษัทเอกชนรายใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2562 อีกทั้งจากการส่งอากาศยานไร้คนขับเข้าตรวจสอบพื้นที่จริงก่อนหน้านี้ยังตรวจพบการบุกรุกก่อสร้างบ้านพักโครงสร้างไม้ แท็งก์น้ำปูน และพบไม้กระยาเลยแปรรูปซุกซ่อนอยู่ถึง 144 แผ่น/เหลี่ยม รวมถึงโต๊ะเลื่อยวงเดือนและเลื่อยโซ่ยนต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจยึดและอายัดไว้ทั้งหมดแล้ว

กรมอุทยานแห่งชาติฯ สรุปผลการตรวจสอบมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า การออก น.ส. 3 ก. ทั้งสามแปลงอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ด้วยเหตุผลหลัก 2 ประการ คือ ออกภายหลังประกาศเขตอุทยานฯ ที่ดินดังกล่าวได้รับการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 ซึ่งถือเป็นที่ดินหวงห้ามตามกฎหมายตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) และขัดต่อระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ขัดต่อระเบียบฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2532) ข้อ 10 เนื่องจากที่ดินมีแนวเขตติดป่ารกร้างว่างเปล่า กรณีที่ระยะรังวัดเกินกว่าหลักฐานการแจ้งครอบครอง (ส.ค. 1) กฎหมาย กำหนดให้ใช้ระยะตาม ส.ค. 1 เดิมเป็นหลักเท่านั้น

กรมอุทยานแห่งชาติฯ ทำหนังสือส่งถึงกรมที่ดินอย่างเป็นทางการ เพื่อขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) แปลงเลขที่ 367 371 และนอก 372 ตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ต่อไป

สำหรับการดำเนินการแจ้งความกล่าวโทษ ประกอบด้วย

1.การกระทำความผิดภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19 (1), (2) และ (6) มาตรา 20 มาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 กับแปลง นส. 3 ก. เลขที่ 367 371 และ 372 พื้นที่ในเขตอุทยานรวม 44 ไร่ 3 งาน 0 ตารางวา

2.การกระทำความผิดภายในพื้นที่ป่าไม้ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ม.4 (1), ม.54, ม.55, ม.72 ตรี

3.การออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และ 157 พื้นที่ตาม น.ส. 3 ก. 109 ไร่ 2 งาน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะทยอยตรวจสอบ และรวบรวมพยานหลักฐานอีก 16 แปลง เพื่อขยายผลและดำเนินการ ตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกราย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...