โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"ทนายกุ้ง - ช่างเอ๋" รุดขึ้นกองปราบฯ เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน เบื้องต้นพบมีเงินจากมูลนิธิเข้าบัญชี 75 ล้านบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

"ทนายกุ้ง - ช่างเอ๋" รุดขึ้นกองปราบฯ เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน เบื้องต้นพบมีเงินจากมูลนิธิเข้าบัญชี 75 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 3 พ.ย.69 เวลา 20.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน “ช่างเอ๋” พร้อมด้วยทนายกุ้ง ได้เดินทางเข้ามายังกองบังคับการปราบปราม เพื่อเข้าให้ปากคำในฐานะพยานเกี่ยวกับการโอนเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี

ทางด้านของทนายกุ้ง เปิดเผยถึงการเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ว่า ได้รับการติดต่อจากกองปราบปราม ให้มาเป็นพยานให้การในฐานะพยาน ด้วยความที่ทางพนักงานสอบสวนต้องการข้อมูลเร่งด่วน ตนเองพร้อมด้วยช่างเอ๋ จึงรีบเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนในคืนนี้ทันที สำหรับการเตรียมตัวในฐานะพยาน

ทนายกุ้งระบุว่า ไม่ได้เตรียมอะไรมากมาย โดยมีการเตรียมความพร้อมเพื่อตอบคำถามตามข้อเท็จจริงเท่าที่พนักงานสอบสวนต้องการทราบ พร้อมทั้งนำหลักฐานที่มี เช่น สเตทเมนต์และแชทไลน์ มามอบให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบสำนวนคดีและการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป โดยในเบื้องต้นยังคงสถานะเป็นพยานและจะให้การไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมด

เมื่อสอบถามถึงประเด็นยอดเงินที่มีการโอนเข้าบัญชี ทนายกุ้งระบุว่า จากการตรวจสอบพบยอดรวมเงินที่โอนมาจากมูลนิธิเข้าบัญชีของช่างเอ๋ ทั้งในส่วนของบริษัทและส่วนตัว รวมเป็นเงินประมาณ 63 ล้านบาท และมีเงินสดที่ฝากโดยภรรยาอีกประมาณ 12 ล้านบาท รวมยอดทั้งหมดเป็น 75 ล้านบาท

ในส่วนของกระบวนการทางกฎหมาย หากท้ายที่สุดแล้วผลการสอบสวนพบว่ามีความผิดจริงก็ต้องรับไปตามกระบวนการ แต่หากไม่มีความผิดและมีหลักฐานชัดเจนก็ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง ทนายกุ้งย้ำว่าต นทำหน้าที่ในฐานะทนายความและให้ความร่วมมือกับตำรวจเต็มที่เพื่อให้ความจริงปรากฏ

ทางด้านของ "ช่างเอ๋" เปิดเผยว่า ตนรู้สึกเครียดหนักจนนอนไม่หลับมาหลายคืน รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและรู้สึกว่าเรื่องราวมันกลายเป็นปม ซึ่งตนไม่ต้องการให้มาถึงจุดนี้ ยืนยันว่าตั้งแต่เริ่มต้น 4 มีนาคม จนถึงปัจจุบัน ตนมีความตั้งใจจริง ในการสร้างพูลวิลล่า เพื่อทำธุรกิจร่วมกัน ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงหรือผลประโยชน์อื่นใดนอกเหนือจากกำไรจากการขาย

คุณเอ๋ เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของโครงการว่า ตอนแรกตั้งใจจะสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นพูลวิลล่า 8 หลังในภายหลัง โดยเป็นโครงการที่ร่วมลงทุนกับคุณบุ๋มและคุณก๊อต ซึ่งตนได้พยายามพาลูกค้าและผู้สนใจเข้ามาดูโครงการมาโดยตลอด และมีความภาคภูมิใจในโครงการนี้มาก แต่เมื่อเกิดปัญหาและมีคดีความขึ้น ทำให้รู้สึกเสียใจที่ความตั้งใจดีกลับกลายเป็นคดีความและกระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์

สำหรับประเด็นเรื่องความสัมพันธ์กับคุณบุ๋มและคุณก๊อต คุณเอ๋ระบุว่า ที่ผ่านมานับตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมไม่ได้ติดต่อกันเลย เนื่องจากติดต่อยากและมีการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ โดยเคยโทรไปแล้วแต่ไม่รับสายหรือสัญญาณขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถพูดคุยเคลียร์ใจกันได้ ทั้งที่ตนอยากอธิบายและชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ฟัง

ในประเด็นเรื่องข้อกล่าวหาทางกฎหมาย คุณเอ๋ระบุว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง และหากผลการสอบสวนออกมาอย่างไรก็พร้อมยอมรับตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งฝากขอโทษคุณบุ๋มและคุณก๊อตที่ทำให้เรื่องราวบานปลายและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ทั้งนี้คุณเอ๋ ยืนยันว่า เคยเจอกับบุ๋มจำนวนหนึ่งครั้ง โดยมีการเจอกันที่ไซด์งานก่อสร้างและพากันไปทานอาหารที่ร้านอาหาร ซึ่งหลังจากที่ติดต่อคุณก็ไม่ได้จึงมีการโทรศัพท์ติดต่อกับคุณบุ๋มจำนวนหนึ่งครั้งเพื่อพูดคุยเรื่องเงินจำนวน 1.2 ล้านบาทที่นายก็คงค้างเอาไว้ข้างสร้างพลูวิลล่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...