โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ธนพันธุ์” จี้ “ไตรรัตน์” แจง 3 ปมเอื้อ “หมอสรณ” นัดส่งคำชี้แจง 10 พ.ย.นี้

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ธนพันธุ์” จี้ “ไตรรัตน์” แจง 3 ปมร้อน เอื้อ “หมอสรณ” ทั้งจ่ายค่าตอบแทน-จัดประชุม-อ้างสถานะประธาน ซัดสำนักงานไม่เคารพยำเกรงกฎหมาย ตั้งคำถามใช้อำนาจอะไรขวางกรรมการ 6 คน นัดส่งคำชี้แจงภายใน 10 พ.ย.นี้

วันที่ 3 พ.ย.2569 พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทำบันทึกข้อความเรื่อง ถึงเลขาธิการ กสทช. ขอให้ชี้แจง 3 ประเด็นเกี่ยวกับการสนับสนุนและจ่ายค่าตอบแทนแก่ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ การจัดประชุมในวันเดียวกับกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คน และการกล่าวอ้างเรื่องสถานะประธาน กสทช. โดยกำหนดให้ชี้แจงภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569

หนังสือดังกล่าวระบุถึงบันทึกด่วนที่สุดของสำนักงาน กสทช. ที่ สทช 2001.1/2883 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ขอเชิญประชุม กสทช. โดยยังคงแจ้งว่าประธาน กสทช. คือ ศ.คลินิก นพ.สรณ เป็นผู้กำหนดให้มีการประชุม ทั้งที่สำนักงานได้รับทราบคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. และคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ 1555/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1540/2569 รวมถึงผลทางกฎหมายของคำวินิจฉัยและคำพิพากษาดังกล่าวเป็นอย่างดีแล้ว

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ระบุในหนังสือว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาและคำพิพากษาศาลปกครองกลางดังกล่าว ส่งผลให้ นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งเป็นการเฉพาะตัวและมีผลทันที โดยไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้นับแต่วันที่รับทราบคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งเป็นคำสั่งทางปกครอง และไม่อาจอ้างการมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งได้ ตามมาตรา 20 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ

หนังสือยกข้อความตามบทบัญญัติดังกล่าวว่า “มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง พระบรมราชโองการดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม หรือวันที่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน แล้วแต่กรณี”

พร้อมอธิบายว่า การที่กฎหมายกำหนดให้พระบรมราชโองการมีผล “ย้อนหลัง” ไป ณ วันที่เกิดเหตุ แสดงว่าในทางกฎหมายบุคคลนั้นได้สิ้นสภาพแล้ว และไม่อาจมีความชอบธรรมในการปฏิบัติหน้าที่นับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุตามวรรคหนึ่ง ส่วนการที่ นพ.สรณ นำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง อีกทั้งศาลปกครองก็มิได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเช่นกัน

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ยังระบุว่า การที่สำนักงาน กสทช. ยังคงมีบันทึกข้อความเชิญประชุม โดยแจ้งว่า นพ.สรณ ในฐานะประธาน กสทช. เป็นผู้กำหนดให้มีการประชุม หรือยังดำเนินการต่าง ๆ โดยอ้างอำนาจของ นพ.สรณ เป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการสรรหาและคำพิพากษาศาลปกครอง โดยใช้ถ้อยคำในหนังสือว่า “อันเป็นการไม่เคารพและยำเกรงต่อกฎหมาย” และระบุว่าการกระทำดังกล่าวได้ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนเป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้ จึงขอให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการให้ถูกต้องตามที่กฎหมายบัญญัติ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน พร้อมชี้แจงรายละเอียดทั้ง 3 ประเด็น ดังนี้

ประเด็นแรก เรื่องการจ่ายค่าตอบแทนแก่ นพ.สรณ หนังสือกล่าวถึงการที่สำนักงาน กสทช. อ้างเรื่องการจ่ายค่าตอบแทน โดยยังคงสนับสนุน จ่ายค่าตอบแทน และอำนวยความสะดวกแก่ นพ.สรณ ในฐานะประธาน กสทช. เนื่องจากปัจจุบัน นพ.สรณ ยังคงแสดงตนและปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธาน กสทช.

ทั้งนี้ หนังสือระบุว่า สำนักงานได้รับทราบคำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการสรรหาและคำพิพากษาศาลปกครองแล้ว และรู้ดีว่า นพ.สรณ ก็รับทราบแล้วเช่นกัน จึงขอให้ชี้แจงว่า “การกระทำของสำนักงาน กสทช. ในลักษณะนี้เป็นไปตามกฎหมายใด”

ประเด็นที่สอง เรื่องการจัดประชุม กสทช. หนังสือตั้งคำถามว่า เหตุใดสำนักงานจึงจัดประชุมโดยอ้างว่า นพ.สรณ ในฐานะประธาน กสทช. เป็นผู้กำหนดให้มีการประชุม โดยจัดขึ้นในวันเดียวกับกำหนดการประชุมของกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คน ส่งผลให้สำนักงานมีเหตุอ้างว่าต้องดูแลการประชุมที่ นพ.สรณ กำหนดขึ้น และไม่สามารถสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการทั้ง 6 คนได้ ทั้งที่สำนักงานรู้เหตุตามประเด็นแรกเป็นอย่างดีแล้ว

หนังสือระบุถึงบทบาทของสำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานของรัฐเพียงหน่วยงานเดียวที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการของ กสทช. และสนับสนุนการกำกับดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติ พร้อมตั้งคำถามว่า สำนักงานรู้หรือไม่ว่าการกระทำของ นพ.สรณ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากรู้ ได้ทักท้วงถึงพฤติกรรมดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร

นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามว่า เหตุใดสำนักงานจึงมีแนวทางปฏิบัติ “เสมือนเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือเห็นชอบแก้ต่างให้กับ นพ.สรณฯ” และการกระทำดังกล่าวมีเหตุจูงใจเพื่อประโยชน์อันใด รวมถึงเหตุใดจึงไม่ให้คณะกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ทั้งคณะประชุมเพื่อมีมติต่อการดำเนินการเกี่ยวกับสถานะของ นพ.สรณ โดยถามว่า “สำนักงาน กสทช. ใช้อำนาจอะไรในการตัดสินใจแทน”

ประเด็นที่สาม เรื่องคำสั่งศาลปกครองสูงสุด หนังสืออ้างถึงกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวสารสาธารณะว่า ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องว่า ได้รับทราบเกี่ยวกับคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ที่ 952/2569 จากบุคคลใดหรือแหล่งใด และได้เผยแพร่เอกสารดังกล่าวไปยังสื่อมวลชน สื่อออนไลน์ รวมทั้งสื่ออื่น ๆ รายใดบ้าง จึงขอให้สำนักงานชี้แจงประเด็นตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดให้ทราบด้วย

หนังสือยังกล่าวถึงคำสั่งศาลปกครอง หมายเลข ล.3/2569 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2569 พร้อมตั้งคำถามถึงการกล่าวอ้างว่า “รอพระบรมราชโองการ” กับ “คดียังไม่เป็นที่สิ้นสุด” ว่าสำนักงาน กสทช. คิดว่าแนวทางดังกล่าวขัดหรือละเมิดคำสั่งต่าง ๆ ที่ศาลปกครองได้ชี้ไว้หรือไม่ หากไม่ขัดหรือละเมิด ใช้หลักกฎหมายอะไร และสำนักงานยังคงยืนยันการกล่าวอ้างดังกล่าวเพื่อส่งผลให้ นพ.สรณ ยังอยู่ในสถานะประธาน กสทช. อีกหรือไม่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...