พรรคส้มถังแตก
โคตรเท่เลยครับ
พรรคส้มฉวยกระแสดรามาเงินบริจาค ด้วยการประกาศรับบริจาค ช่วงซักฟอกรัฐบาล
วานนี้ (๒ พฤศจิกายน) พรรคประชาชน เขาออกแคมเปญ "ขอทุน"
โพสต์ คลิปและข้อความไว้ดังนี้ครับ…
"…แผนใหญ่ของพวกเรามีครบทุกอย่าง ตรวจสอบรัฐบาล ตรวจสอบเหล่าองค์กรอิสระ ชำแหละระบอบสีน้ำเงิน
ติดอยู่แค่เรื่องเดียวคือ ‘ทุน’ ทุกภารกิจต้องลงมือทำจริง และการลงมือทำจริงต้องมีแรงหนุนจากประชาชน
พรรคประชาชนขอเป็นด่านหน้า ไปสู้ ไปลงมือ แต่เราต้องใช้ทรัพยากร พลังข้อมูล และ ‘ทุนจากประชาชน’ เพื่อดันหลังให้สู้ต่อได้อย่างสมศักดิ์ศรี
ช่องทางบริจาค: donation.peoplesparty.or.th (ตอนนี้มีระบบตัดบัตรแล้ว สามารถเลือกบริจาคครั้งเดียว ตัดอัตโนมัติรายเดือน เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนการทำงานอย่างต่อเนื่องได้)
สมัครสมาชิก/บริจาค: peoplesparty.or.th
#ชำแหละระบอบสีน้ำเงิน #ถอนรากระบอบสีน้ำเงิน
ชมคลิป
https://www.facebook.com/share/v/19ibFamQc1/"
คลิปที่่ว่านี้มี ๓ สส.บัญชีรายชื่อ ฝีปากกล้าของพรรคคือ
"ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ"
"ไอซ์-รักชนก ศรีนอก"
และ "ศุภโชติ ไชยสัจ"
ทั้ง ๓ คนสวมบทบาทนักแสดงเรื่องสั้นด้วยการโชว์ลีลาฝ่ายค้านตรวจสอบประเด็นสำคัญในรัฐบาล โดยนำเสนอในทำนองว่า การทำงานจะมีประสิทธิภาพต้องอาศัยแรงสนับสนุนทางการเงินจากประชาชน ด้วยการเปิดรับเงินบริจาคเข้าพรรค ให้การทำงานได้สัมฤทธิผล…
ตามข่าวบอกว่าต่อมา เพจพรรคประชาชน โพสต์ข้อความย้ำว่า พรรคอื่นอาจขับเคลื่อนด้วยเงินทุนของคน ๑% แต่พรรคประชาชนขอขับเคลื่อนด้วยหัวใจและหยาดเหงื่อของประชาชนอีก ๙๙% ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง
การอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่แค่เกมในสภาฯ แต่เป็นสมรภูมิที่ต้องใช้ทรัพยากร พลังข้อมูล และ "ทุนจากประชาชน" เพื่อดันหลังให้สู้กับระบอบกินรวบได้อย่างสมศักดิ์ศรี
นี่…ผมใจป้ำลงช่องทางบริจาคให้ด้วย
เป็นไงครับ งานการเมืองของพรรคส้ม
ไม่ธรรมดาจริงๆ
ก็ไม่มีอะไรผิดครับ พรรคการเมืองสามารถขอเงินสนับสนุนจากประชาชนได้ เพียงแต่ที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ชาติไทย ไม่เคยมีพรรคการเมืองไหนออกแคมเปญระดมทุนช่วงที่มีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ฉะนั้นจึงมองได้หลายมุมครับ
จะบอกว่าเป็นการขอเงินสนับสนุนปกติก็ได้ เพียงแต่บังเอิญ
หรือเป็นการสร้างกระแสเพื่อให้มวลชนมีอารมณ์ร่วม
รู้สึกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ด้วยเงินหลักร้อยหลักพัน หากสำเร็จก็สำเร็จไปด้วยกัน หรือจะล้มเหลวก็ล้มเหลวไปด้วยกัน
สำหรับพรรคการเมืองที่พึ่งพากระแสก็ไม่แปลกอะไรครับ
ดูข้อมูลย้อนหลัง พรรคประชาชน ขึ้นหม้อมากนะครับ
เมื่อต้นปี ๒๕๖๙ กกต.เปิดสถิติเงินอุดหนุนพรรคการเมือง พรรคส้มพรรคเดียวฟาดไปเกือบครึ่งของเงินอุดหนุนพรรคการเมืองทั้้งหมด
ทุบสถิติสูงสุดได้ไป ๙๖.๗๘ ล้านบาท
ไม่น้อยเลยนะครับ
สถิติรายเดือนที่ กกต.เผยแพร่ ในช่วงเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๙ พรรคประชาชนก็อยู่อันดับ ๑ ยอดเงินบริจาครายเดือนของพรรคการเมืองอยู่ที่ ๑,๖๔๐,๕๐๐ บาท จากผู้บริจาค ๑๑๕ คน
ส่วนยอดเงินบริจาคสะสมรวมแล้ว ประมาณ ๑๒๑.๘๑ ล้านบาท
ไปดูสถิติรายได้และเงินอุดหนุนรายปีย้อนหลังของพรรคส้ม
ปี ๒๕๖๓ ได้ ๓๕๘,๐๐๙ บาท
ปี ๒๕๖๔ ได้ ๔,๐๓๓,๓๔๖ บาท
ปี ๒๕๖๕ ได้ ๓๐,๑๔๕,๘๗๔ บาท
ปี ๒๕๖๖ ได้ ๔๗,๔๕๔,๒๕๔ บาท
ปี ๒๕๖๗ ได้ ๖๐,๑๔๔,๐๓๔ บาท
พรรคส้มจึงเป็นพรรคที่มีเงินสนับสนุนอู้ฟู่ที่สุดครับ
ฉะนั้นใครที่คิดว่าพรรคส้มไม่มีเงินคิดผิด กลับไปคิดใหม่
และนี่เพิ่งจะออกแคมเปญรับบริจาคสู้ศึกซักฟอก
ก็มีคนถามครับว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องใช้เงินด้วยหรือ
รอคำตอบจากพรรคส้มครับว่า ต้องใช้เงินหรือเปล่า
ถาม AI ว่า พรรคส้มนำเงินบริจาคจากแฟนคลับ และเงินอุดหนุนพรรคการเมืองจาก กกต. ไปใช้อะไรบ้าง
ได้คำตอบดังนี้ครับ…
พรรคประชาชนนำเงินบริจาคไปใช้เป็นทุนสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองและการทำงานของพรรค เพื่อให้พรรคสามารถทำงานได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาทุนจากกลุ่มผลประโยชน์ โดยมีวัตถุประสงค์และกิจกรรมหลัก ดังนี้
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการบริหารพรรค
ใช้เป็นค่าใช้จ่ายทั่วไปในการขับเคลื่อนงานของพรรค เช่น ค่าใช้จ่ายสำนักงาน และการดำเนินกิจกรรมของพรรคในแต่ละเดือน
การเตรียมความพร้อมและสู้ศึกเลือกตั้ง
ใช้เป็นทุนสนับสนุนการเลือกตั้ง เช่น เวทีปราศรัย การผลิตป้ายหาเสียง ค่าน้ำมันรถแห่ และค่าจ้างผู้ช่วยหาเสียง
การสนับสนุนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ใช้เป็นทรัพยากรและพลังข้อมูลในการเตรียมความพร้อมเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๑
ก็ไม่น่าเชื่อนะครับพรรคการเมืองที่มียอดเงินบริจาคและเงินอุดหนุนจาก กกต.มากขนาดนี้ กลับติดปัญหาเรื่องทุนในการตรวจสอบระบอบสีน้ำเงิน
แผนการใหญ่มีครบแล้วขาดแค่เงิน
อยากจะเห็นรายรับรายจ่ายจริงๆ เลยครับว่า ทำไมถึงมาถังแตกเอาช่วงนี้.