โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TU ไตรมาส3 กวาดยอดขาย 35,679 ลบ.

เดลินิวส์

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
TU ไตรมาส3 กวาดยอดขาย 35,679 ลบ. รับกำไร 2,087 ลบ.

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3 ปี69 บริษัทมียอดขายที่ 35,679 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน นับเป็นการเติบโตต่อเนื่อง 3 ไตรมาสซ้อน ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 16.2% อยู่ที่ 2,087 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.4% ยืนเหนือระดับ 20% ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 ตอกย้ำศักยภาพของไทยยูเนี่ยนในการเดินหน้าสู่เป้าหมายผลการดำเนินงานของปี 2569 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 1,346 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความสามารถของไทยยูเนี่ยนในการรับมือกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทาย ผ่านการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Strategy 2030 อย่างมีวินัย แม้ต้องเผชิญกับต้นทุนด้านพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น รวมถึงแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค แต่ไทยยูเนี่ยนยังสามารถสร้างการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์พรีเมียม ควบคู่ไปกับการยกระดับผลิตภาพและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ยอดขายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปภายใต้แบรนด์ของไทยยูเนี่ยนเติบโต 6.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการลงทุนด้านการตลาด การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ๆ การปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย และการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ ไทยยูเนี่ยนโดยการขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์พรีเมียมของ King Oscar ในสหรัฐฯ พร้อมพัฒนา Parmentier สู่แบรนด์พรีเมียม ควบคู่ไปกับการปรับโฉมแบรนด์ในตลาดสำคัญ

ไทยยูเนี่ยนยังได้นำขีดความสามารถระดับโลกของกลุ่มบริษัท มาต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ เช่น ผลิตภัณฑ์เนื้อทูน่าฉีก (Pulled Tuna) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่เปิดตัวภายใต้ 5 แบรนด์ของไทยยูเนี่ยนในภูมิภาคยุโรป ความพยายามเหล่านี้ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพรีเมียมและยกระดับอัตรากำไรของธุรกิจหลัก

นอกจากนี้ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการบริษัท เฟลป์ส เพ็ท โปรดักส์ ผู้ผลิตขนมสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมในสหรัฐฯ ด้วยมูลค่า 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5,300 ล้านบาท ขณะที่บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) ได้จัดตั้งบริษัท Thai Union Feedmill Ecuador S.A.S. เพื่อลงทุนในโรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำในประเทศเอกวาดอร์ การลงทุนดังกล่าวจะช่วยต่อยอดขีดความสามารถของไทยยูเนี่ยนในกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ผ่านการมองหาโอกาสการลงทุนที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัท พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานในภูมิภาคอเมริกา

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ยอดขายเพิ่มขึ้น 4.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนแรงส่งที่แข็งแกร่งของไทยยูเนี่ยนก่อนเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทำสถิติสูงสุดในช่วง 9 เดือนที่ 20% และกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 7.8% อยู่ที่ 0.97 บาท

ไทยยูเนี่ยนได้เดินหน้ายกระดับแนวทางการจัดสรรเงินทุนให้มีความแม่นยำและตรงจุดยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนสูงสุด ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนและแนวทางการจัดหาเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ความยั่งยืนยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดทิศทางด้านการเงิน ซึ่งรวมถึงการระดมทุนผ่าน Blue Finance หรือการบริหารจัดการเงินเพื่อการทำงานด้านการอนุรักษ์ท้องทะเล เพื่อให้การดำเนินกลยุทธ์ด้านการเงินมีความสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว

นายธีรพงศ์ กล่าวว่า “จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วง 9 เดือนแรก เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายผลการดำเนินงานของปี 2569 ได้ตามที่คาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกัน เรามุ่งจัดสรรการลงทุนภายใต้ทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนการเติบโต ไม่ว่าจะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ การขยายฐานผลิตภัณฑ์พรีเมียม และการมุ่งจัดสรรเงินทุนในโอกาสทางธุรกิจที่จะช่วยสร้างคุณค่าสูงสุดให้กับองค์กร เราเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ Strategy 2030 จะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนให้ไทยยูเนี่ยนสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งขึ้นในระยะยาว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...