โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ถึงว่ามั่นใจ! เปิดอาชีพเก่า ป้าแมว ทำมานานกว่า 30 ปี ก่อนผันตัวมาเปิดศูนย์

สยามนิวส์

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมสยามนิวส์
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงแห่งหนึ่งใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โดยใช้เวลาตรวจสอบนานเกือบ 4 ชั่วโมง ภายหลังมีประเด็นเกี่ยวกับแนวทางการดูแลผู้ป่วย รวมถึงอุปกรณ์ลักษณะกรงเหล็กและการผูกยึดผู้พักอาศัย ขณะที่ ป้าแมว เจ้าของศูนย์ ออกมาชี้แจงถึงแนวทางการทำงาน พร้อมเปิดเผยว่าเตรียมยุติบทบาทด้านการบริหาร หลังปัจจุบันมีอายุ 65 ปี และมีแผนส่งต่อการดูแลให้ลูกชายซึ่งจบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพจากประเทศนิวซีแลนด์เข้ามารับช่วงต่ออย่างเต็มตัว

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงแห่งหนึ่งใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โดยใช้เวลาตรวจสอบนานเกือบ 4 ชั่วโมง ภายหลังมีประเด็นเกี่ยวกับแนวทางการดูแลผู้ป่วย รวมถึงอุปกรณ์ลักษณะกรงเหล็กและการผูกยึดผู้พักอาศัย ขณะที่ ป้าแมว เจ้าของศูนย์ ออกมาชี้แจงถึงแนวทางการทำงาน พร้อมเปิดเผยว่าเตรียมยุติบทบาทด้านการบริหาร หลังปัจจุบันมีอายุ 65 ปี และมีแผนส่งต่อการดูแลให้ลูกชายซึ่งจบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพจากประเทศนิวซีแลนด์เข้ามารับช่วงต่ออย่างเต็มตัว

ป้าแมวเปิดเผยว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบของผู้ใหญ่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ตนได้อธิบายถึงเหตุผลเบื้องหลังการทำงานหลายเรื่อง โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่เคยมีเจตนาทำร้ายหรือทารุณผู้ป่วย สิ่งที่ดำเนินการทั้งหมดมีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และลดความทุกข์ทรมานระหว่างการรักษาให้มากที่สุด

สำหรับวิธีการดูแลบางอย่างที่อาจสร้างความสงสัยให้กับบุคคลภายนอก ป้าแมวมองว่า ผู้ที่ไม่เคยทำงานในลักษณะเดียวกันอาจไม่เข้าใจถึงข้อจำกัดของผู้ป่วยแต่ละราย โดยตนทำงานอยู่ในวิชาชีพพยาบาลและให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริง จึงมีการคิดและออกแบบอุปกรณ์บางชนิดขึ้นมา เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถนอนพักได้โดยไม่จำเป็นต้องถูกผูกยึดอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยอมรับว่าอุปกรณ์บางอย่างอาจมีลักษณะที่ดูเกินความจำเป็นในสายตาคนทั่วไป และพร้อมเปิดรับคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำมาปรับใช้กับการดำเนินงานของศูนย์

ป้าแมวกล่าวต่อว่า หลายคนอาจเข้าใจว่าสถานดูแลผู้สูงอายุเป็นเพียงสถานที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่เข้ามากินอาหาร ทำกิจกรรม และใช้ชีวิตประจำวัน แต่ในกรณีของศูนย์แห่งนี้ รูปแบบการดูแลมีความเข้มข้นในด้านวิชาชีพมากกว่า เนื่องจากตนเป็นพยาบาล ทำให้ญาติและผู้รับบริการจำนวนหนึ่งคาดหวังให้ศูนย์สามารถดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพได้อย่างใกล้ชิด

โดยยกตัวอย่างผู้ป่วยที่มีบาดแผลขนาดใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องมีการพลิกตัวทุก 1-2 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดการกดทับและส่งเสริมให้แผลฟื้นตัว ขณะที่ผู้ป่วยบางรายอาจต้องใช้วิธีดึงหรือยึดขา เพื่อป้องกันไม่ให้พลิกตัวไปนอนทับบริเวณแผล และเปิดพื้นที่บริเวณบาดแผลให้สามารถระบายอากาศได้สะดวก วิธีการเหล่านี้ในมุมของคนทั่วไปอาจดูเหมือนเป็นการดึงหรือการรัดผู้ป่วย แต่สำหรับบุคลากรที่มีประสบการณ์หรือครอบครัวที่เคยดูแลผู้ป่วยติดเตียง อาจเข้าใจถึงข้อจำกัดและความจำเป็นของการดูแลในลักษณะดังกล่าวมากกว่า

ป้าแมวยังยืนยันถึงประสบการณ์ในวิชาชีพ โดยระบุว่าทำงานด้านพยาบาลมาประมาณ 30 ปี เริ่มต้นเส้นทางการทำงานตั้งแต่อายุ 20 กว่าปี เคยทำงานในโรงพยาบาล ก่อนตัดสินใจลาออกจากราชการและไปทำงานในโรงพยาบาลเอกชน จากนั้นจึงเปิดศูนย์ดูแลแห่งนี้ ซึ่งดำเนินกิจการต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี

อีกหนึ่งสิ่งที่เจ้าตัวระบุว่าเป็นหลักฐานของความไว้วางใจจากญาติ คือมีบางครอบครัวนำผู้ป่วยมาฝากให้ทางศูนย์ดูแลต่อเนื่องเป็นเวลานานถึง 17-18 ปี ผู้ป่วยบางรายที่เคยมีอาการอัมพาตและต้องใช้รถเข็น ใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าหน้าที่ของศูนย์จนเกิดความผูกพันราวกับเป็นสมาชิกในครอบครัว นอกจากนี้ยังมีการแนะนำและบอกต่อระหว่างญาติ ทำให้มีครอบครัวอื่นนำผู้ป่วยเข้ามารับการดูแลเพิ่มเติม

ส่วนกรณีพื้นที่ภายในศูนย์ที่มีการติดตั้งลวดหนามและกรงเหล็ก ป้าแมวชี้แจงว่า จุดดังกล่าวเป็นพื้นที่สำหรับผู้ป่วยกลุ่มหนุ่มสาวที่มีอาการทางจิต หรือมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งผู้ป่วยบางรายมีพละกำลังมากและอาจพยายามหลบหนี รวมทั้งมีความเสี่ยงที่จะทำร้ายเจ้าหน้าที่หรือผู้ดูแลได้

เจ้าของศูนย์อธิบายเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยกลุ่มนี้บางรายไม่คุ้นเคยกับการอยู่ภายใต้กฎระเบียบ หรือการรับประทานยาตามกำหนดเหมือนตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน จึงจำเป็นต้องจัดพื้นที่ให้มีความรัดกุมและปลอดภัย โดยมีการแยกผู้ป่วยออกจากกันเพื่อป้องกันการทะเลาะหรือทำร้ายกันเอง ตลอดจนลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายกับเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันผู้ปกครองของผู้ป่วยก็ต้องการให้บุตรหลานอยู่ในสถานที่ที่มีความปลอดภัยเช่นกัน

สำหรับผู้ป่วยบางรายที่มีอาการหูแว่ว หรือมีอาการแทรกซ้อนระหว่างการรักษา ก็จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และต้องจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับอาการของแต่ละคน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงระหว่างการพักอาศัย

ขณะที่ประเด็นเรื่องเตียงและการผูกยึดผู้ป่วย ป้าแมวกล่าวว่า ตามหลักการที่เคยเรียนมา การผูกยึดต้องเว้นระยะให้สามารถสอดมือเข้าไปได้ เพื่อไม่ให้รัดแน่นจนส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของเลือด แต่ในสถานการณ์จริง ผู้ป่วยบางรายมีอาการดิ้นหรือออกแรงดึงรั้งอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน จนทำให้เกิดปัญหามือบวม หรือเกิดรอยถลอกและบาดแผลได้

อีกด้านหนึ่ง การจัดบุคลากรเพื่อเฝ้าดูแลผู้ป่วยแบบใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากเป็นงานที่ต้องใช้กำลังคนจำนวนมากและมีภาระค่อนข้างหนัก จนที่ผ่านมาเคยเกิดกรณีเจ้าหน้าที่ไม่สามารถปฏิบัติงานต่อเนื่องได้

จากปัญหาดังกล่าว ป้าแมวจึงเลือกแนวทางการออกแบบเตียงขึ้นมาเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยพลัดตกจากเตียง และลดความจำเป็นในการใช้วิธีพันธนาการหรือผูกรัดร่างกาย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถนอนพักได้อย่างสบายมากขึ้น

ท่ามกลางข้อสงสัยเกี่ยวกับลักษณะเตียง ป้าแมวยืนยันหนักแน่นว่า เตียงปิ้งปลา ใช้กับผู้สูงอายุได้ โดยยืนยันว่าไม่ได้ออกแบบให้มีขนาดแคบหรือแนบชิดกับตัวผู้ป่วยจนรู้สึกอึดอัด แต่มีการวัดสัดส่วนให้เหมาะสมกับรูปร่างของผู้พักอาศัย ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มีรูปร่างผอม ขณะที่ผู้ป่วยชายหนุ่มจะเลือกใช้เตียงทรงสูงเพื่อเพิ่มความปลอดภัย โดยมองว่าเป็นการป้องกันเหตุไว้ก่อน ดีกว่าปล่อยให้เกิดการตกเตียงจนผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บแล้วค่อยหาทางแก้ไข

ป้าแมวยังระบุว่า พร้อมรับฟังความคิดเห็นและคำแนะนำจากหน่วยงานด้านสาธารณสุข และจะนำข้อเสนอแนะดังกล่าวไปปรับปรุงการทำงานของศูนย์ให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็เตรียมวางมือจากการบริหาร โดยตั้งใจส่งต่อหน้าที่ให้ลูกชายเข้ามารับผิดชอบอย่างเต็มตัว เพื่อสานต่อและพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยต่อไป

นอกจากนี้ ป้าแมวยืนยันถึงที่มาของการเปิดให้บริการว่า ศูนย์เคยได้รับการตรวจสอบเรื่องเตียงลักษณะมีกรงครอบจาก ศบส. หรือ ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 มาแล้ว โดยผู้ที่เข้ามาตรวจสอบในครั้งนั้นเป็นถึง ผอ.ศบส.5 และมีการแจ้งว่าสามารถใช้งานเตียงลักษณะดังกล่าวได้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ตนดำเนินการเปิดให้บริการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพมีคำสั่งให้ปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งดังกล่าวแล้ว พร้อมเร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ยังอยู่ภายใน โดยประสานให้ครอบครัวรับตัวกลับ หรือหากรายใดไม่มีผู้รับกลับหรือครอบครัวไม่สะดวก ทาง พม. จะเข้ามาประสานดูแลต่อหรือส่งต่อไปยังสถานที่ที่ได้มาตรฐานต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...