โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

4 เครื่องดื่ม "ดีต่อไต" ทำเองที่บ้านได้ง่ายๆ พร้อมข้อควรระวังก่อนดื่มเป็นประจำ

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
4 เครื่องดื่มดูแลไต ทำง่ายที่บ้าน มีอะไรบ้าง? พร้อมข้อควรระวังก่อนดื่ม

4 เครื่องดื่มช่วยดูแลไต ทำง่ายที่บ้าน พร้อมข้อควรระวังก่อนดื่มเป็นประจำ

ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือด ควบคุมสมดุลน้ำและแร่ธาตุ รวมถึงช่วยรักษาความดันโลหิตให้เหมาะสม การดื่มน้ำให้เพียงพอและเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพไตในระยะยาว

นอกจากน้ำเปล่าที่ควรเป็นเครื่องดื่มหลักแล้ว ยังมีเครื่องดื่มจากวัตถุดิบธรรมชาติที่สามารถนำมาดื่มได้ในชีวิตประจำวัน เช่น น้ำมะนาวเจือจาง ชาเขียว น้ำหนวดข้าวโพด และน้ำแอปเปิล อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเข้าใจว่าเครื่องดื่มเหล่านี้สามารถล้างสารพิษ ขับของเสียออกจากไตได้เป็นพิเศษ หรือป้องกันโรคไตได้โดยตรง เพราะประโยชน์และข้อควรระวังแตกต่างกันไปตามชนิดของเครื่องดื่มและสุขภาพของแต่ละคน

1. น้ำมะนาวอุ่นเจือจาง

มะนาวมีกรดซิตริก (Citric Acid) ซึ่งร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นซิเตรต (Citrate) ที่ขับออกทางปัสสาวะได้ สารดังกล่าวมีส่วนช่วยยับยั้งการตกผลึกของแคลเซียมบางชนิดในปัสสาวะ จึงอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตบางประเภท

การดื่มน้ำมะนาวเจือจางยังเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำที่ได้รับในแต่ละวันได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันนิ่วในไตได้ทุกชนิด หรือช่วยรักษาโรคไตที่เกิดขึ้นแล้ว

วิธีทำ: บีบน้ำมะนาวประมาณครึ่งผลผสมกับน้ำอุ่น 300 มิลลิลิตร โดยไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาลหรือน้ำผึ้ง หากมีอาการกรดไหลย้อนหรือระคายเคืองกระเพาะอาหาร ควรสังเกตอาการหลังดื่ม และหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีความเป็นกรดสูงหากทำให้อาการแย่ลง นอกจากนี้ กรดจากมะนาวอาจส่งผลต่อเคลือบฟันได้หากสัมผัสบ่อยครั้ง

2. ชาเขียวจากใบชา

ชาเขียวมีสารโพลีฟีนอล (Polyphenols) รวมถึงสารอีพิกัลโลคาเทชินแกลเลต (EGCG) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและมีการศึกษาเกี่ยวกับผลต่อกระบวนการอักเสบในร่างกาย อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าการดื่มชาเขียวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกรองของไตหรือป้องกันภาวะไตเสื่อมได้โดยตรง

สำหรับคนทั่วไป การดื่มชาเขียวไม่เติมน้ำตาลในปริมาณที่เหมาะสมสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพได้ แต่ควรระวังปริมาณคาเฟอีน โดยเฉพาะผู้ที่ไวต่อคาเฟอีนหรือมีปัญหานอนไม่หลับ ส่วนผู้ที่รับประทานธาตุเหล็กเสริมหรือมีภาวะขาดธาตุเหล็ก ควรหลีกเลี่ยงการดื่มชาพร้อมมื้ออาหารหรือพร้อมอาหารเสริมธาตุเหล็ก เพราะสารแทนนินในชาอาจลดการดูดซึมธาตุเหล็กได้

วิธีทำ: ใช้ใบชาเขียวสะอาดชงกับน้ำร้อนตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ แล้วกรองก่อนดื่ม เลือกดื่มแบบไม่เติมน้ำตาล และหลีกเลี่ยงชาเข้มข้นหรือสารสกัดชาเขียวในปริมาณสูงโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

3. น้ำหนวดข้าวโพด

หนวดข้าวโพดเป็นส่วนของต้นข้าวโพดที่นิยมนำมาต้มเป็นเครื่องดื่มตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน มีการศึกษาสารสกัดหนวดข้าวโพดเกี่ยวกับฤทธิ์ขับปัสสาวะและผลต่อสุขภาพหลายด้าน แต่หลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ยังมีจำกัด จึงไม่ควรกล่าวอ้างว่าน้ำหนวดข้าวโพดสามารถล้างไต กำจัดของเสีย หรือรักษาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้

ผู้ที่มีโรคไตเรื้อรังหรือใช้ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดันโลหิต และยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มเป็นประจำ เนื่องจากผลิตภัณฑ์สมุนไพรอาจมีผลต่อสมดุลน้ำและแร่ธาตุ หรือเกิดปฏิกิริยากับยาบางชนิดได้

วิธีทำ: หากต้องการลองดื่ม ควรใช้หนวดข้าวโพดจากแหล่งที่สะอาด ล้างให้ทั่วและต้มให้สุกก่อนดื่ม โดยไม่จำเป็นต้องใช้แทนน้ำเปล่าตลอดทั้งวัน และไม่ควรดื่มในปริมาณมากเพื่อหวังผลในการขับปัสสาวะ

4. น้ำแอปเปิลสด

แอปเปิลเป็นผลไม้ที่มีใยอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะเพกทิน (Pectin) ซึ่งเป็นใยอาหารที่พบมากในเนื้อและเปลือกผลไม้ การรับประทานแอปเปิลทั้งผลจึงช่วยเพิ่มใยอาหารในมื้ออาหารได้ ขณะที่น้ำแอปเปิลที่ผ่านการคั้นหรือกรองกากมักมีใยอาหารน้อยกว่า และอาจมีน้ำตาลอยู่ในปริมาณมากเมื่อเทียบกับปริมาณที่ดื่ม

แอปเปิลมีโพแทสเซียมค่อนข้างไม่สูงเมื่อเทียบกับผลไม้บางชนิด แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยโรคไตทุกคนจะดื่มน้ำแอปเปิลได้โดยไม่จำกัด ผู้ที่มีไตเสื่อมระยะรุนแรงหรือมีข้อจำกัดด้านน้ำตาลและปริมาณน้ำที่ดื่ม ควรเลือกชนิดและปริมาณตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

วิธีเลือกดื่ม: หากต้องการดื่มน้ำแอปเปิล ควรเลือกแบบไม่เติมน้ำตาลและดื่มในปริมาณพอเหมาะ แต่หากต้องการใยอาหาร แนะนำให้รับประทานแอปเปิลสดทั้งผล โดยล้างให้สะอาดก่อนรับประทาน

เคล็ดลับดูแลไตให้แข็งแรงในชีวิตประจำวัน

แม้เครื่องดื่มจากธรรมชาติจะช่วยเพิ่มความหลากหลายในการรับประทานอาหาร แต่ไม่มีเครื่องดื่มชนิดใดที่สามารถทดแทนการดูแลสุขภาพไตโดยรวมได้ น้ำเปล่ายังคงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับคนส่วนใหญ่ โดยปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับกิจกรรม สภาพอากาศ โรคประจำตัว และคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์

  • ดื่มน้ำให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ไม่จำเป็นต้องบังคับดื่มน้ำปริมาณมาก หากแพทย์สั่งจำกัดน้ำ

  • ลดการบริโภคอาหารโซเดียมสูง เช่น อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารรสเค็มจัด

  • จำกัดเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลสูง และควบคุมระดับความดันโลหิตกับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดบางชนิดเป็นประจำโดยไม่ปรึกษาแพทย์ รวมถึงไม่ใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อรักษาโรคไตด้วยตนเอง

  • ผู้ที่มีโรคไตเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับปริมาณน้ำหรือเพิ่มเครื่องดื่มสมุนไพรในชีวิตประจำวัน

การดูแลไตให้แข็งแรงไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องดื่มราคาแพงหรือสูตรล้างสารพิษ แต่ควรเริ่มจากการดื่มน้ำอย่างเหมาะสม รับประทานอาหารที่สมดุล และควบคุมโรคประจำตัวอย่างต่อเนื่อง หากมีอาการบวม ปัสสาวะผิดปกติ หรือสงสัยว่าไตทำงานลดลง ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์แทนการพึ่งเครื่องดื่มหรือสมุนไพรเพียงอย่างเดียว

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...