โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

จะทานผักกาดดองสักมื้อ ควรเลือกซื้อที่ปลอดภัยต่อสุขภาพดีไหม

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 27 ต.ค. 2565 เวลา 06.17 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2565 เวลา 10.00 น.

การดองผักเป็นภูมิปัญญาของคนโบราณเพื่อถนอมอาหารให้สามารถเก็บไว้ทานได้นาน หรือเก็บไว้ทานในยามที่อยู่นอกฤดูกาลของอาหาร ทั้งนี้ ชาวเอเชียหลายประเทศนิยมทำผักดองไว้เป็นเครื่องเคียง หรือเป็นส่วนหนึ่งในเมนูอาหารได้หลากหลายชนิด ภูมิปัญญาดังกล่าวได้ตกทอดมาหลายรุ่นจนถึงปัจจุบันที่ยังคงนำเมนูอาหารนี้เผยแพร่จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้รักสุขภาพ

“ผักกาดดองไร้สาร by From Farm to Fork” แบรนด์ผักกาดดองเพื่อสุขภาพ จากผักกาดเขียวในสวนที่ปลูกอย่างมีคุณภาพสู่กระบวนการผลิตที่เอาใจใส่ควบคุมอย่างใกล้ชิด สร้างความเปรี้ยวตามธรรมชาติ ด้วยกรรมวิธีผลิตแบบดั้งเดิมและปลอดภัย บรรจุในแพ็กเกจที่สะอาด ได้มาตรฐาน ยืดอายุการจัดเก็บด้วยเครื่องสุญญากาศโดยไม่ต้องใส่สารกันเสีย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สด สะอาด อร่อย ปลอดภัย ไร้สาร”

คุณสุชาดา วรรณวรรค หรือ คุณหญิง เจ้าของแบรนด์ เผยว่า จุดเริ่มต้นที่ก้าวมาสู่ธุรกิจผลิตผักกาดดองไร้สารเกิดจากแต่เดิมครอบครัวมีอาชีพเกษตรกรรมปลูกผักกาดเขียวส่งโรงงานแปรรูปเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผักกาดกระป๋องอยู่นานแล้ว แต่จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ครอบครัวและชาวบ้านร่วมอาชีพได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถขายผลผลิตอย่างที่เคยทำมาได้

กระทั่งตัวเองเดินทางกลับมาดูแลแม่แล้วพบเห็นปัญหาจึงชวนกันผลิตผักคุณภาพ ใช้กระบวนการหมักแบบโบราณ เอาใจใส่และตระหนักในทุกกระบวนการผลิตจนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ผักกาดดอง by From Farm to Fork ยึดหลักสดจากสวนสู่โต๊ะอาหาร ที่ขายอยู่ตอนนี้มีทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ 1. ผักกาดดองไร้สารสูตรโบราณ 2. ผักกาดดองสามรส (เกี่ยมฉ่าย) 3. เกี่ยมฉ่ายยำ 4. เกี่ยมฉ่ายน้ำมันงา และ 5. ผักกาดดองแห้ง (หั่มช้อยกอน) เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับทุกเพศวัย แต่ที่นิยมส่วนมากเป็นลูกค้าสายสุขภาพ ผู้สูงอายุ หรือคนป่วย มีขายทางออนไลน์ และร้านสุขภาพบางแห่ง

คุณหญิง ให้รายละเอียดวิธีการปลูกผักกาดเขียวว่า ครอบครัวใช้พื้นที่ปลูกผักกาดเขียวรวมทั้งสิ้น 30 ไร่ บริหารการปลูกแบบหมุนเวียนเพื่อให้มีผลผลิตไว้ตลอดต่อเนื่อง ใช้เมล็ดพันธุ์ปลูก ซื้อมาจากร้านเกษตรเก่าแก่ในพื้นที่ เริ่มปลูกด้วยการตีหน้าดินชักร่องความสูง 10 เซนติเมตร ความกว้าง 150 เซนติเมตร ระยะปลูกของต้นห่าง 30 เซนติเมตร ให้หยอดเมล็ดพันธุ์ลงในหลุมแล้วคลุมฟาง

รดน้ำช่วงเช้าและเย็นจนกว่าจะงอก เมื่อต้นโตได้ 11 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 และเมื่อถึง 20 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 16-20-0 จนถึง 30 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 การให้น้ำเป็นระบบสปริงเกลอร์ รดน้ำเช้า-เย็น เป็นเวลา 45 วัน ใช้เวลารด 7-10 นาที หลังจาก 45 วันแล้ว รดเวลาใดเวลาหนึ่งจนกว่าผักจะได้ตัด หลังปลูกใช้เวลาประมาณ 55-57 วัน จึงเก็บผลผลิต

หลังจากตัดผลผลิตแล้วนำมาล้างทำความสะอาด ตัดแต่งใบที่ไม่สมบูรณ์ออก แล้วนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ผักกาดดองจำนวน 5 ชนิด เริ่มจากชนิดแรก ผักกาดดองไร้สารสูตรโบราณ หมักเกลือโดยเป็นการดองแบบโบราณจะใส่ผักกาดเขียวลงในโอ่ง ใส่ให้เต็มแล้วเทน้ำพร้อมใส่เกลือลงในโอ่ง ในขั้นตอนการดองด้วยเกลือเป็นการถนอมอาหารตามวิธีเก่าแก่เพื่อให้เก็บรักษาไว้ได้นาน

จากนั้นใช้ไม้ไผ่กดทับผักไว้เพื่อต้องการให้จมน้ำแล้วปิดฝาโอ่งทิ้งไว้ 2 วัน เมื่อได้กำหนดนำผักออกมาล้างเพื่อลดโซเดียมลง ไม่ต้องการให้ผักมีความเค็มมากเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า แล้วนำไปแช่โอ่งต่อเพื่อหมักด้วยน้ำดองที่ใช้น้ำซาวข้าว น้ำตาล และเกลือเป็นส่วนผสมถือเป็นการปรุงรส ให้ซึมเข้าไปในเนื้อผักสร้างความอร่อย โดยสูตรการดองเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ต่างกันในแต่ละแห่ง ให้ทิ้งระยะเวลาดองปรุงรสไว้ประมาณ 4 วัน ภายหลังจากการดองปรุงรสแล้วผักจะมีรสเปรี้ยว ถ้ายิ่งอากาศร้อนมากเท่าไรผักจะมีรสเปรี้ยวเร็วขึ้น

เมื่อได้กำหนดเวลาดองปรุงรสจึงนำมาแพ็กใส่ถุงสุญญากาศ แล้วซ้อนด้วยถุงพลาสติกหนาอีกชั้นเพื่อความปลอดภัยระหว่างขนส่ง บรรจุขนาดเดียว 500 กรัม ราคาขายห่อละ 55 บาท (ไม่รวมค่าส่ง)

ผลิตภัณฑ์ชนิดที่สอง ผักกาดดองสามรส (เกี่ยมฉ่าย) เมนูนี้คุ้นเคยกันมากบนโต๊ะอาหารเช้าเคียงคู่กับข้าวต้มร้อนๆ การผลิตเกี่ยมฉ่ายใช้ใจผักของผักกาดเขียวซึ่งไม่ได้มีทุกต้น โดยผักกาดเขียว 100 ต้น จะพบต้นที่มีใจผักเพียง 20 ต้นเท่านั้น ถ้าหากในช่วงอากาศหนาวจะได้มากขึ้น ดังนั้น การนำใจผักมาผลิตเป็นเกี่ยมฉ่ายสำหรับครอบครัวคุณหญิงจะทำเฉพาะช่วงที่มีใจผักเท่านั้น ไม่ได้ทำตลอด จึงมีขายจำนวนไม่มาก

ขั้นตอนการผลิตเกี่ยมฉ่าย คุณหญิง บอกว่า เมื่อพบผักกาดเขียวต้นที่มีใจผักอยู่ด้านใน จะดึงใบหุ้มออกให้หมด แล้วให้นำไปดองเค็มเพื่อรักษาคุณภาพก่อนแล้วนำมาล้างความเค็มออกก่อนจะนำไปหมักปรุงรสด้วยน้ำดองที่มีสูตรดองแบบสามรส แล้วแช่ทิ้งไว้ 4 วัน เกี่ยมฉ่ายสามรสบรรจุขนาด 500 กรัม ขายราคาห่อละ 130 บาท คุณหญิง ชี้ว่า ราคาขายเกี่ยมฉ่ายจะสูงกว่าผักกาดดองใบเนื่องจากใจผักมีน้อย รวมถึงขั้นตอนการทำที่ยุ่งยากกว่า

สำหรับผลิตภัณฑ์เกี่ยมฉ่ายมีแตกไลน์ประเภทออกไปอีก 2 อย่าง คือ เกี่ยมฉ่ายยำ จะชูรสชาติจัดจ้านด้วยการใส่พริกสดในขั้นตอนหมักปรุงรสเพื่อสร้างรสเผ็ด ถือเป็นการยำเผ็ดให้ลูกค้าสำเร็จรูปเลย พอลูกค้าซื้อไปสามารถทำเป็นผักยำได้ทันทีอย่างเกี่ยมฉ่ายยำกระเพาะหมู แต่หากความเผ็ดยังไม่พอลูกค้าสามารถปรุงรสได้ตามใจชอบ และอีกชนิดเป็น เกี่ยมฉ่ายคลุกน้ำมันงา ด้วยการนำเกี่ยมฉ่ายยำมาใส่น้ำมันงาขาวคั่วให้หอม ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ขายดีเป็นอันดับสองรองจากผักดองโบราณ

ผลิตภัณฑ์ตัวสุดท้ายเป็น ผักกาดดองแห้ง บรรจุขายเป็นแพ็กขนาด 115 กรัม ราคา 70 บาท เป็นผักกาดดองแห้งสูตรโบราณหรือที่เรียก (หั่มช้อยกอน) โดยนำผักกาดดองมาตากแห้ง ซึ่งต่างกับการนำผักกาดสดมาคลุกเกลือตากแห้งแบบกับที่วางขาย เมนูยอดฮิตที่รู้จักกันดีคือ “เคาหยก” ที่นำผักกาดดองแห้งมาปรุงร่วมกับหมูสามชั้นหรือขาหมู สร้างรสชาติให้มีความอร่อยล้ำเลิศ สินค้าชนิดนี้เมื่อผลิตเสร็จแล้วน้ำหนักจะลดลงมามาก ผักสด 2 กิโลกรัม เมื่อทำเป็นผักดองเหลือ 1 กิโลกรัม พอนำไปทำผักดองแห้งเหลือเพียง 1 ขีด จึงทำให้มีราคาสูง

ผักกาดดอง by From Farm to Fork นับเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่เพียงเกิดจากความตั้งใจสร้างสรรค์ความอร่อยแบบสูตรโบราณให้กับผู้บริโภค แต่ยังมุ่งหวังให้เป็นเมนูจากฟาร์มสู่โต๊ะอาหารที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคเพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง

สนใจต้องการสั่งซื้อผักกาดดองและเกี่ยมฉ่ายแบรนด์ by From Farm to Fork ได้ที่ คุณหญิง โทรศัพท์ 098-252-9064 ที่อยู่ 117/6 หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งทอง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี หรือดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ทาง FB: ผักกาดดอง by From Farm to Fork

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...