เมาจนขาดสติ! ศิลปินดังพลั้งมือบีบคอเมีย ก้มกราบขอไม่ให้ไป สาบานยังไงไม่ให้ตาย
The Bangkok Insight
อัพเดต 27 ต.ค. 2565 เวลา 10.40 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2565 เวลา 10.16 น. • The Bangkok Insightเปิดบทเรียนชีวิตที่เกือบผิดพลาด ปอยฝ้าย มาลัยพร เคยทำให้ภรรยาเสียใจ จนเกือบไม่ได้อยู่ด้วยกัน รับรู้สึกน้อยใจเพราะกฎเหล็กห้ามมีความรักของ แม่นกน้อย ถึงขั้นประชดแรง
เรียกว่าเป็นนักร้องลูกทุ่งหมอลำที่หลายคนต่างรู้จักกันดี สำหรับ ปอยฝ้าย มาลัยพร จากวงหมอลำคณะเสียงอีสาน ของ นกน้อย อุไรพร ที่มีผลงานเพลงที่สร้างชื่อมากมาย อาทิ มันต้องถอน, ตลกอกหัก, กระเทยประท้วง, ชุดดำสปายแดง, ฝากฟ้าไปผ่าน้อง, มักแล้วครับ, ว่าสิเซาเหล้า และยังรับงานละคร ภาพยนตร์ ตลอดเรื่อยมา
- น้ำชา สยบข่าวลือแม่สามีไม่ปลื้ม ร่วมเฟรมครอบครัว ดร.วาว สีหน้ายิ้มแย้ม มีความสุข
- เปิดใจ เฟร้นช์ฟราย แฟนสาวคนเก่ง หมอสอง ผู้ช่วยชีวิตคนรักจากเหตุการณ์ลักพาตัว
- แฉคนสนิท ‘นางเอกระดับตำนาน’ ลวงแฟนคลับลงทุนสูญ 6 ล้าน ซ้ำประกันตัวช่วยอีกคดี
เมาจนขาดสติ! ปอยฝ้าย มาลัยพร พลั้งมือบีบคอเมีย บทเรียนชีวิตที่เกือบผิดพลาด
เมื่อได้มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 ปอยฝ้าย ได้มาเปิดเรื่องราวในชีวิตพร้อม ภรรยาสุดที่รัก มัย วิภานัท และเผยความรักแบบทุกซอกทุกมุมในใจ เพราะอุ่นใจที่ได้มานั่งคุยมานั่งเล่าที่นี่เป็นที่แรกแบบหมดเปลือก เพลงมันต้องถอนของ ปอยฝ้าย ฟังดูเหมือนคนเมาแต่นั่นคือเมาจริง ! ติดเหล้าหนักจนตัวเหลืองค่าตับสูง ขนาดให้น้ำเกลืออยู่อีกมือยังต้องถือเหล้า
และเผยกฎเหล็กของวงห้ามมีความรัก ห้ามตำส้มตำให้กันเพราะนั่นคือการอ่อย ! แล้วชีวิตเรื่องราวความรักของ ปอยฝ้าย ช่วงนั้นจะเป็นอย่างไรเมื่อเจอกฎเหล็กนี้ รับช่วงดังมาก ๆ เคยน้อยใจเพราะความเหนื่อยและโดนห้ามมีแฟน ถึงขั้นประชดแรงจนแม่นกน้อยร้องไห้ !!
พร้อมสารภาพเคยเมาขาดสติจนบีบคอภรรยา รักยังไงก็ไม่ทน ภรรยาจึงขอเลิก !! สุดท้ายเมื่อได้สติขอก้มกราบภรรยาขอไม่ให้เธอไป จึงได้กล่าวคำสาบาน แต่สาบานยังไงไม่ให้ตาย ! เพราะความกลัวตายอุตส่าห์สร้างชื่อเสียงมาขนาดนี้แต่จะตายเพราะเหล้าหรือ ? พร้อมเปรียบความรักของตัวเองเหมือนสายยาง ถ้าไม่มีภรรยาคนนี้คอยประคับประคอง ชีวิตนี้คงสำมะเลเทเมาเหมือนน้ำที่ไหลออกจากสายยาง
พี่ปอยฝ้าย คือบางเพลง จังซี่มันต้องถอน ฟังดูเหมือนคนเมาตอนอยู่บนเวทีเมาจริงหรือเมาเล่น ?
ปอยฝ้าย : เมาจริงครับ จะขึ้นเวทีไม่รู้ทำไมสมองมันจะสั่งให้ไปเอามาดื่ม บางครั้งอินโทรขึ้นแล้วนะ ในใจนับวินาทีได้เลยนะ เราต้องเปิดแล้วดื่มรู้แม้กระทั่งจังหวะยก ดื่มแล้วลงแล้วจังหวะจับไมค์พอดี งึกงึกงักงัก อย่างนี้เลยนะ ตอนนั้นคือ หนัก ๆ เลยครับ ตาเหลือง ตัวเหลือง เหลืองทั้งตัวตับอักเสบปกติค่าของตับอยู่ที่ 40-45 อันนี้ผมไป 4,000 กว่าขนาดให้น้ำเกลือนะ เพราะร่างกายขาดน้ำตาล กระปุกน้ำเกลือก็ถืออยู่แต่ในเป้าคือพกเหล้าไว้ด้วย
ซึ่งตอนอยู่ในวงก็จะมีกฎเหล็กคือ ห้ามมีความรักในวง ห้ามตำส้มตำ คืออะไรมันเป็นการบอกรักรูปแบบหนึ่งหรืออย่างไร ?
ปอยฝ้าย : ห้ามชู้สาว !! ตำส้มตำ คือ เป็นการบอกรักเป็นการอ่อยกัน (แรงไปไหมครับคำนี้) ตำส้มตำ คือวิธีจีบนั่นแหละ !! จะตำส้มตำให้อ้าย (ฉันชอบเธอ) อะไรประมาณนี้ ถามว่ารู้สึกอึดอัดไหม ก็นิดหนึ่งครับ แต่ก็ไม่ถือว่ามาเครียดเพราะเราใฝ่หาอนาคตเพราะตรงนั้นคือ อนาคตเราผมจะคิดว่าผู้หญิงคือ ศัตรู อันดับหนึ่งระวัง ๆ จีบได้ รักได้แต่อย่าให้ลึกจนเกินแบบว่าจะมีอะไรมีความสัมพันธ์กัน ต้องระวังตัวตลอดเวลา
แต่ก็พอที่เราดังขึ้นมามาก ๆ กว่านั้นมันมีบางมุมคือเราเริ่มน้อยใจว่าทำไมงานมันเหนื่อยขนาดนี้ มีแฟนก็ไม่ได้กลายเป็นการประชด ?
ปอยฝ้าย : มีครับมีในช่วงนั้นก็น้อยใจทำไมผมรักคนนี้ช่วงนั้นมี CD เร่งขาย ๆ มาก จนทำให้เราน้อยใจว่า เอ๊ะ !! ทำเพื่อใคร แล้วผมเมาจับไมค์ร้องบนเวทีก็ได้พูด ทำอะไรตั้งใจขนาดนั้นทำให้ใครได้ดี พูดแบบประชดเล็ก ๆ (เหมือนเราเหนื่อยทุกวันนี้เพื่อใครกัน) ครั้งนั้นผมบอกว่าแม่รักผมรัก รักในนามธุรกิจ ถ้าผมทำประโยชน์ให้แม่ไม่ได้แม่คงไม่รักผม ผมทำให้แม่นกน้อยร้องไห้เลย
เคยแบบมีเมาแล้วถึงขั้นลงไม้ลงมือทำร้ายร่างกายอะไรอย่างนี้ไหม ?
มัย วิภานัท : ก็มาบีบคอ !! เราก็ตกใจวิ่งเลยค่ะ ครั้งนั้นคือ ไม่ไหวจริง ๆ ก็คือว่าเลิกกันเถอะไม่ได้แล้วถ้าเป็นอย่างนี้ ฉันถึงจะรักอย่างไรแต่เราก็ต้องรักตัวเองแล้ว มันไม่ไหวจริง ๆ มันสู้กับเขามาตลอดมันหลายครั้งมากเลยค่ะ ก็เลยครั้งนั้นไม่เอาแล้ว
ปอยฝ้าย : เราก็มาคิดว่าเราทำไปได้อย่างไร เราก็คิดแล้วก็ร้องไห้ขอโทษเขาคุกเข่ากราบเขาเลย กราบเท้าเขาเลยผมก็พูดคำนี้ถ้าคุณหนี ขนาดมีคุณผมยังเป็นแบบนี้ถ้าคุณหนีเท่ากับคุณฆ่าผม เราก็ไปไหว้พระประธานห้าวันเจ็ดวันขอให้มีอันเป็นไป แต่พอพูดแล้วแฟนกลับไปผมก็มาพูดกับพระประธานอีกว่าเมื่อกี้ผมพูดเล่นนะครับ (หัวเราะ) เพราะเรากลัวตาย
มัย วิภานัท : อ้าว !! จริงเหรอ
จนกระทั่งถึงวันหนึ่งที่ พี่ปอยฝ้าย ต้องขอความช่วยเหลือ ช่วยพาไปหาหมอหน่อย ?
ปอยฝ้าย : ใช่ครับ เราอุตส่าห์สร้างชื่อเสียงมาขนาดนี้ เราจะตายเพราะเหล้าเหรอผมคิดนะ ไม่ใช่ผมไม่คิด ผมร้องเพลงอยู่หน้าเวทีผมก็ร้องไห้ไปด้วยเพราะเราสมเพชตัวเอง
เคยคิดไหมเอ่ยว่าถ้าชีวิตเราไม่มีผู้หญิงคนนี้ ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร ?
ปอยฝ้าย : ก็เคยคิดนะครับ อาจจะสํามะเลเทเมาอาจจะไม่ใช่เพราะเหล้า อาจจะมียาบ้า ยาไอซ์ไปยิ่งสังคมตอนนี้มันเยอะครับ อาจจะไม่มีคนมาประคับประคองชีวิตให้เราอยู่อย่างนี้ ก็เหมือนผมเปิดน้ำออกจากสายยางปลายสายยางมันแกว่งถ้าไม่มีคนนี้จับปลายสายยางไว้ก็คงไปทั่วแล้วครับ
ติดตามเรื่องราวชีวิตความรักทุกช่วงเวลาของ ปอยฝ้าย ได้ในรายการ Club Friday Show วัน เสาร์ ที่ 29 ตุลาคม นี้ เวลา 12.00 น. ทางช่องวัน 31
อ่านข่าวเพิ่มเติม