นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชี้แบตเตอรี่ลิเธียมอ่อนไหว ถูกกระทบสุดอันตราย ต่อสุขภาพ-สิ่งแวดล้อม แนะวิธีใช้แบบเซฟ เซฟ
นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชี้ รถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเธียมระเบิด สุดอันตราย ทั้งต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ชี้ของใหม่สำหรับคนไทย แนะวิธีใช้แบบเซฟ เซฟ
กรณีเกิดเหตุไฟไหม้รถบรรทุกที่บรรทุกแบตเตอรี่ลิเธียม สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจำนวนมากบนถนนบางนา-ตราด ขาเข้า ช่วงกิโลเมตรที่ 40 โดยไฟที่ไหม้นั้น ดับไฟยาก และมีก๊าซพิษฟุ้งกระจายทั่วพื้นที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียง นั้น
วันที่ 4 พฤษภาคม นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า แบตเตอรี่ลิเธียมอิออน ประโยชน์มหาศาลแต่มีโทษรุนแรง ดังนั้นการใช้งานระวัง เนื่องจากสิ่งนี้แม้ทั่วโลกจะมีใช้นานแล้ว แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งใหม่ในประเทศไทย
นายสนธิ กล่าวว่า แบตเตอรี่ลิเธียม(Lithium Batteries) มีความเสี่ยงหลักจากความไม่เสถียรทางเคมีที่อาจนำไปสู่ปรากฏการณ์ Thermal Runaway หรือการระเบิดและเกิดเพลิงไหม้ที่รุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้างตั้งแต่อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินในระดับครัวเรือน ไปจนถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากการสกัดแร่ธาตุและการทิ้งทำลายที่ไม่ถูกวิธี โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้แบตเตอรี่เกิดอันตรายขึ้น แม้ในสภาวะปกติจะมีความปลอดภัยสูง แต่ปัจจัยต่อไปนี้สามารถกระตุ้นให้เกิดอันตรายได้ นั่นคือ การตกกระแทก การเจาะ หรือการบีบอัดจนแผ่นกั้น (Separator) ภายในฉีกขาด ทำให้เกิดการลัดวงจรภายใน การชาร์จเกิน (Overcharging) หรือการใช้เครื่องชาร์จที่ไม่ได้รับมาตรฐาน ซึ่งอาจทำให้เกิดความร้อนสะสมจนระเบิด การเก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่ร้อนจัด เช่น ในรถที่จอดตากแดด หรือใกล้แหล่งกำเนิดความร้อน รวมทั้ง ความเสื่อมสภาพตามอายุ โดยแบตเตอรี่ที่เก่ามากอาจมีอาการบวม (Swelling) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของก๊าซไวไฟที่สะสมอยู่ภายใน
นายสนธิ กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก แบตเตอรี่ลิเธียมอิออน ประกอบด้วย ด้านความปลอดภัยต่อสุขภาพ หากเกิดไฟไหม้จาแบตเตอร์รี่ลิเธียมจะดับได้ยากมากและมักลุกไหม้ขึ้นใหม่ได้เองแม้จะดับไปแล้วหลายชั่วโมงและจะปล่อยก๊าซพิษออกมาคือ ก๊าซไฮโดร เจนฟลูออไรด์ (HF)และก๊าซคาร์บอน มอนอกไซด์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจมาก ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การสกัดแร่ธาตุโดยการขุดสกัดทำเหมืองลิเธียมและโคบอลต์จะใชน้ำมหา ศาล(ประมาณ 2.2 ล้านลิตรต่อลิเธียม 1 ตัน) ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนน้ำในพื้นที่แห้งแล้ง นอกจากนี้ หากมีการทิ้งแบตเตอร์รี่รวมไปกับขยะทั่วไปสารเคมีอันตรายและโลหะหนักอาจรั่วไหลลงสู่ดินและแหล่งน้ำใต้ดินได้ง่าย ผลกระทด้านสังคม การทำเหมืองในบางพื้นที่ เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกมีความเกี่ยว ข้องกับปัญหาจริยธรรม เช่น การใช้แรงงานเด็กและเงื่อนไขการทำงานที่อันตราย
“วิธีลดความเสี่ยงและการใช้งานอย่างปลอดภัย ให้ใช้เครื่องชาร์จแท้ โดยหลีกเลี่ยงเครื่องชาร์จราคาถูกที่ไม่มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ สังเกตอาการผิดปกติหากแบตเตอรี่มีอาการบวม ร้อนผิดปกติขณะชาร์จ หรือมีกลิ่นแปลกๆ ให้หยุดใช้งานทันที การเก็บรักษา ควร เก็บไว้ในที่แห้งและเย็น(อุณหภูมิห้อง)และไม่ควรชาร์จไฟทิ้งไว้ข้ามคืนโดยไม่มีการควบคุม กำจัดอย่างถูกวิธีโดยห้ามทิ้งลงถังขยะทั่วไปเด็ดขาด ให้นำไปทิ้งที่จุดรับขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือศูนย์รีไซเคิลเท่านั้น”นายสนธิ กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชี้แบตเตอรี่ลิเธียมอ่อนไหว ถูกกระทบสุดอันตราย ต่อสุขภาพ-สิ่งแวดล้อม แนะวิธีใช้แบบเซฟ เซฟ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th