โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อิหร่าน” โจมตีอ่าวเปอร์เซียก่อนเส้นตายทรัมป์ ฮอร์มุซยังปิด สงครามเสี่ยงเข้าสู่จุดเปลี่ยน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 มีนาคม 2569 เวลา 22.01 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อิหร่าน" เปิดฉากโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธในอ่าวเปอร์เซีย ก่อนเส้นตาย 48 ชั่วโมงที่ทรัมป์ขีดเส้นไว้ โดยสงครามกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลก

วันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 14.20 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อิหร่านเปิดฉากโจมตีครั้งใหม่ทั่วอ่าวเปอร์เซีย เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเส้นตาย 48 ชั่วโมงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่การปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ยังคงสร้างความปั่นป่วนให้ตลาดพลังงานโลก

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รายงานว่า ถูกโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่านในช่วงคืนวันอาทิตย์ถึงเช้าวันจันทร์ ขณะที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่โครงสร้างพื้นฐานในกรุงเตหะราน และประกาศเตรียมขยายปฏิบัติการภาคพื้นดินในเลบานอน ซึ่งกำลังสู้รบกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

เส้นตาย 48 ชั่วโมงที่ทรัมป์กำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบจะหมดเวลาในเวลา 19.44 น. ตามเวลาสหรัฐฝั่งตะวันออกในวันจันทร์ โดยช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 20% ของโลก และทรัมป์ขู่ว่าหากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบ สหรัฐอาจโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน

อิหร่านตอบโต้ทันทีว่า หากถูกโจมตีโรงไฟฟ้า อิหร่านจะโจมตีโรงไฟฟ้าและโรงผลิตน้ำในประเทศต่าง ๆ ทั่วภูมิภาค พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านยังระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า สำนักงานใหญ่และทรัพย์สินของสถาบันการเงินที่ซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐถือเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ภัยคุกคามตอบโต้กันไปมาระหว่างทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นในช่วงที่สงครามกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ โดยความขัดแย้งที่ดำเนินมา 24 วันแล้ว คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 4,200 คน ทำให้ตลาดน้ำมันผันผวน และเพิ่มความกังวลว่าเงินเฟ้อทั่วโลกจะเร่งตัวขึ้น

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา การโจมตีของอิสราเอลต่อแหล่งก๊าซสำคัญของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค รวมถึงโรงงานก๊าซธรรมชาติเหลวขนาดใหญ่ของกาตาร์ที่ราส ลัฟฟาน ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลาง LNG ที่ใหญ่ที่สุดของโลก

ด้านผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่ามีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานมากกว่า 40 แห่งใน 9 ประเทศตะวันออกกลางได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ซึ่งอาจทำให้การฟื้นตัวของอุปทานพลังงานโลกล่าช้าแม้สงครามจะยุติลงแล้ว พร้อมระบุว่า ความเสียหายดังกล่าวหมายความว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานในการนำแหล่งน้ำมัน โรงกลั่น และท่อส่งน้ำมันกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

ขณะเดียวกัน ตลาดการเงินทั่วโลกเริ่มผันผวนหนักขึ้น โดยนักลงทุนเทขายหุ้น ทองคำ และพันธบัตร หลังสหรัฐและอิหร่านส่งสัญญาณอาจยกระดับสงคราม ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่สาม ขณะที่ราคาทองคำปรับลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่เก้า ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 112.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นมากกว่า 55% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น

กองทัพอิสราเอลระบุว่า ได้เริ่มโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในกรุงเตหะราน ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลกล่าวว่า ความเข้มข้นของการโจมตีทางทหารของอิสราเอลและสหรัฐต่ออิหร่านและโครงสร้างพื้นฐานจะ “เพิ่มขึ้นอย่างมาก” ในสัปดาห์หน้า

คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากอิหร่านเพิ่มการยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเมื่อวันเสาร์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 115 คน ในเมืองอารัดและดิโมนาทางตอนใต้ของอิสราเอล โดยดิโมนาเป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ของอิสราเอล ขณะที่สื่ออิหร่านระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้การโจมตีโรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์ของอิหร่าน

นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่า เป้าหมายของอิสราเอลคือ “ทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านให้สิ้นซาก และทำลายโครงการขีปนาวุธให้สิ้นซาก” พร้อมทั้งระบุว่าอิสราเอลต้องการสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนอิหร่านล้มรัฐบาลของตนเอง และเรียกร้องให้ประเทศอื่นเข้าร่วมสงคราม

ด้านรัฐมนตรีคลังสหรัฐ สก็อตต์ เบสเซนต์ กล่าวว่า การโจมตีของสหรัฐมีเป้าหมายทำลายฐานที่มั่นของอิหร่านตามแนวช่องแคบฮอร์มุซ และทรัมป์จะดำเนินทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อทำลายกองทัพอากาศและกองทัพเรือของอิหร่าน ป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ และจำกัดอิทธิพลของอิหร่านในเวทีโลก

อย่างไรก็ตามเส้นตาย 48 ชั่วโมงของทรัมป์มีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่เขาเพิ่งกล่าวว่ากำลังพิจารณาลดปฏิบัติการทางทหาร และให้ประเทศอื่นเข้ามารับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสะท้อนถึงสัญญาณที่สับสนและทำให้รัฐบาลและตลาดการเงินทั่วโลกต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้สงครามครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อสหรัฐและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน โดยทรัมป์ระบุว่าอิหร่านกำลังจะมีอาวุธนิวเคลียร์ภายในสองสัปดาห์ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหา และผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์หลายคนระบุว่า การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ต้องใช้เวลานานกว่านั้นมาก

การพุ่งขึ้นของราคาพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันเบนซิน กำลังกลายเป็นความเสี่ยงทางการเมืองของทรัมป์ในประเทศ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเพียง 8 เดือน และแม้แต่ในพรรครีพับลิกันเองก็เริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับการยกระดับสงคราม

ข้อมูลระบุว่า อิหร่านมีโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติประมาณ 100 แห่ง โดยโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ได้แก่ โรงไฟฟ้าดามาวันด์ใกล้กรุงเตหะราน โรงไฟฟ้ารามินทางตะวันตก และโรงไฟฟ้าเคอร์มานทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอาจเป็นเป้าหมายหากสหรัฐโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

ด้านองค์กรสิทธิมนุษยชนระบุว่า มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านอย่างน้อย 3,231 คน โดยในจำนวนนี้เป็นพลเรือน 1,407 คน และทหาร 1,167 คน ส่วนที่เหลือยังไม่สามารถยืนยันสถานะได้

ในเลบานอน ซึ่งอิสราเอลเพิ่มการโจมตีต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน ขณะที่ในอิสราเอลและประเทศอาหรับมีผู้เสียชีวิตอีกหลายสิบคน

อ้างอิง : bloomberg.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...