โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำมันขึ้นพรวด กระทบระบบสาธารณสุข สธ. ออก 5 ข้อสั่งการรับมือ

The Bangkok Insight

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 10.49 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 10.49 น. • The Bangkok Insight

สธ. ออก 5 ข้อสั่งการรับราคาน้ำมันพุ่ง กระทบต้นทุนส่งต่อผู้ป่วย ค่าขนส่งยา และค่าเดินทางมารับบริการของประชาชน หนุนรับบริการผ่าน Telemedicine ส่งยาทางไปรษณีย์/Health Rider ลดการเดินทาง

นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณี สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นแบบก้าวกระโดด 6-8 บาทต่อลิตร อาจส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขในด้านต่างๆ

ราคาน้ำมัน

ตัวอย่างเช่น ต้นทุนในการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น กระทบต่อความถี่และงบประมาณการออกรถ, ค่าขนส่งยา เลือด และเวชภัณฑ์ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ (Cold-Chain) เพิ่มขึ้น, ต้นทุนการเดินเครื่องและสำรองน้ำมันสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินในแผนกวิกฤต เป็นต้น

ล่าสุด จากข้อมูลแดชบอร์ดประเมินผลกระทบวิกฤตน้ำมันต่อระบบสาธารณสุข ซึ่งมีรายงานเข้ามาแล้ว 72 จังหวัด พบผลกระทบเล็กน้อย (สีเขียว) 53 จังหวัด และผลกระทบปานกลาง (สีเหลือง) 19 จังหวัด ยังไม่มีหน่วยบริการพื้นที่ใดได้รับผลกระทบระดับสูง

อย่างไรก็ตาม ได้มีข้อสั่งการถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองบริหารการสาธารณสุข กองสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ สำนักสุขภาพดิจิทัล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด โรงพยาบาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทุกแห่ง เพื่อรองรับผลกระทบจากราคาน้ำมัน ดังนี้

1. เร่งขยายผลการปรับสัดส่วนให้บริการผู้ป่วยนอกผ่านระบบ Telemedicine ในทั้งในโรงพยาบาลและหน่วยบริการปฐมภูมิ ให้ไม่น้อยกว่า 30% จากปัจจุบันที่มีการให้บริการประมาณ 8.22% รวมถึงให้จัดบริการทางไกลอื่น ๆ สนับสนุน เช่น การออกใบรับรองแพทย์ ใบรับรองความพิการ เป็นต้น

2. ให้ทุกหน่วยงานประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้สูงอายุ ให้ใช้ระบบ Telemedicine ผ่านหมอพร้อม Super App

3. ให้ใช้ Health Rider หรือร้านยาเครือข่าย หรือเพิ่มศักยภาพการบริหารคลังยาใน รพ.สต.ที่มีความพร้อม ภายใต้การควบคุมกำกับของโรงพยาบาลแม่ข่าย เพื่อลดการเดินทางมารับยาของประชาชน

4. ประสานบริษัทไปรษณีย์ไทยขอให้จัดลำดับความสำคัญของการส่งยาไปที่บ้านประชาชน สำหรับผู้ป่วยที่รับบริการทาง Telemedicine และรับยาเดิม

5. ประสานกระทรวงมหาดไทยในการสนับสนุนให้ รพ.สต.ที่ถ่ายโอนไปสังกัด อบจ. ให้บริการ Telemedicine ร่วมกับโรงพยาบาลแม่ข่ายของกระทรวงสาธารณสุข

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...