โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิธีวางแผนซื้อประกันชีวิตให้ได้ประโยชน์ภาษีสูงสุด

Businesstoday

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 15.22 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 08.22 น. • Businesstoday

หลายคนรู้ว่าประกันชีวิตสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ แต่ยังไม่รู้ว่าต้องวางแผนอย่างไรจึงจะใช้สิทธิได้เต็มเพดาน บทความนี้รวบรวมทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี ทั้งเงื่อนไข วงเงินสูงสุด และประเภทประกันที่ใช้สิทธิได้ เพื่อให้คุณวางแผนได้อย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นปี ไม่ใช่รีบซื้อตอนสิ้นปีแล้วพลาดโอกาสที่ดีกว่า

เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่?

เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ เป็นคำถามที่ผู้เสียภาษีถามมากที่สุด คำตอบขึ้นอยู่กับประเภทประกันที่เลือก โดยกรมสรรพากรกำหนดเพดานไว้ดังนี้

ประเภทประกัน วงเงินลดหย่อนสูงสุด เงื่อนไขหลัก ประกันชีวิตทั่วไป / สะสมทรัพย์ 100,000 บาทต่อปี ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป ประกันสุขภาพตนเอง 25,000 บาทต่อปี รวมกับประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท ประกันสุขภาพพ่อแม่ 15,000 บาทต่อปี แยกวงเงินจากประกันชีวิตตัวเอง ประกันชีวิตแบบบำนาญ สูงสุด 200,000 บาทต่อปี ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน

รวมสูงสุดทั้งหมดที่เป็นไปได้: 300,000 บาทต่อปี (กรณีใช้สิทธิจากประกันสะสมทรัพย์และประกันบำนาญรวมกัน โดยไม่มีเบี้ยประกันแบบอื่น)

เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้ก่อนใช้สิทธิมีอะไรบ้าง?

ก่อนนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษี มีเงื่อนไขพื้นฐานที่ต้องตรวจสอบให้ครบ ได้แก่ ต้องเป็นประกันที่ทำกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทยเท่านั้น และกรมธรรม์ต้องมีระยะเวลาคุ้มครองไม่น้อยกว่า 10 ปี หากกรมธรรม์มีการจ่ายเงินคืนระหว่างสัญญา จำนวนเงินที่จ่ายคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยรายปี และสำคัญที่สุดคือหากเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบ 10 ปี จะถูกเรียกคืนภาษีที่ได้รับการลดหย่อนทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือน

นอกจากนี้ เบี้ยประกันชีวิตที่ใช้ลดหย่อนได้ต้องเป็นของตัวเองหรือของคู่สมรสที่ไม่มีรายได้เท่านั้น ไม่สามารถนำเบี้ยที่ทำให้บุตรมาลดหย่อนได้

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นตัวเลือกที่ออมได้ด้วยลดหย่อนได้ด้วยอย่างไร

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ คือรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้วางแผนภาษี เพราะนอกจากจะได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปีแล้ว ยังได้รับเงินคืนระหว่างสัญญาตามเงื่อนไข พร้อมเงินก้อนเมื่อครบสัญญา และมีความคุ้มครองชีวิตควบคู่ตลอดอายุกรมธรรม์

จุดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากการฝากธนาคารทั่วไปคือ เงินออมในประกันสะสมทรัพย์มีความแน่นอน เงินต้นไม่หาย และยังมีความคุ้มครองชีวิตที่ส่งต่อให้ครอบครัวได้ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนมั่นคงควบคู่กับสิทธิภาษีในคราวเดียวกัน

ประกันบำนาญลดหย่อนภาษี โอกาสที่มักถูกมองข้ามคืออะไร

ประกันบำนาญลดหย่อนภาษี เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ทรงพลังแต่หลายคนยังไม่รู้จักเต็มที่ เบี้ยประกันแบบบำนาญสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ สูงสุด 200,000 บาทต่อปี โดยคำนวณจากไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน

ข้อดีเพิ่มเติมคือวงเงินลดหย่อนจากประกันบำนาญนี้ เป็นวงเงินแยกต่างหากจากวงเงินลดหย่อนประกันชีวิต 100,000 บาท ทำให้ผู้ที่วางแผนดีสามารถใช้สิทธิลดหย่อนจากประกันได้รวมกันสูงสุดถึง 300,000 บาทในปีภาษีเดียว ทั้งยังได้ออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณในรูปแบบรายได้ประจำแบบสม่ำเสมออีกด้วย

วิธีวางแผนใช้สิทธิให้ได้ประโยชน์สูงสุดทำอย่างไร

กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการจัดพอร์ตประกันให้ครบทั้งสามประเภท ดังนี้

ขั้นที่ 1 เริ่มจากประกันสะสมทรัพย์หรือประกันชีวิตทั่วไป เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนก้อนแรก 100,000 บาท พร้อมได้ความคุ้มครองชีวิตและการออมระยะยาว

ขั้นที่ 2 เพิ่มประกันสุขภาพ เพื่อใช้วงเงินเพิ่มเติมได้อีกสูงสุด 25,000 บาท โดยไม่กระทบวงเงินประกันชีวิต

ขั้นที่ 3 เพิ่มประกันบำนาญ เพื่อต่อยอดวงเงินลดหย่อนไปอีก 200,000 บาท ซึ่งเป็นวงเงินที่สะสมร่วมกับ RMF, SSF, และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมไม่เกิน 500,000 บาท

อย่าลืมแจ้งประสงค์ขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีกับบริษัทประกันชีวิตทุกปี เพื่อให้บริษัทนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรโดยตรง ซึ่งจะทำให้การยื่นภาษีสะดวกและไม่พลาดสิทธิ

หากคุณกำลังมองหา ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี ที่ครบทุกประเภทในที่เดียว เมืองไทยประกันชีวิตมีแบบประกันที่ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายภาษี ทั้งประกันออมทรัพย์การันตีเงินคืน ประกันสุขภาพลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท และประกันบำนาญที่ช่วยวางแผนเกษียณพร้อมสิทธิลดหย่อนสูงสุดถึง 300,000 บาท ไม่ว่าคุณจะอยู่จุดเริ่มต้นหรือต้องการใช้สิทธิให้ครบโควต้า เมืองไทยประกันชีวิตพร้อมช่วยวางแผนให้คุณถึงเส้นชัยด้านภาษีได้อย่างมั่นใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...