โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

CPALL ร่วง 3 % หลังกรรมการอิสระเบรกส่ง 3 บริษัทย่อยร่วม Virtual Bank เครือซีพี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หุ้น CPALL ร่วง 3 % หลังกรรมการอิสระ มีมติ "ไม่เห็นด้วย" ที่จะส่ง 3 บริษัทย่อยร่วมกลุ่ม Virtual Bank เครือซีพี นักวิเคราะห์มองเงื่อนไขของดีลที่อาจเกิดขึ้นไม่น่าสนใจ

วันที่ 20 เม.ย. 2569 หุ้นบมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) ปิดภาคเช้าปรับตัวลง 3.16 % มาที่ 46 บาท (-1.50 บาท) มูลค่าการซื้อขาย 2,829 ล้านบาท หลังกรรมการอิสระ มีมติไม่เห็นด้วยที่จะส่ง 3 บริษัทย่อย เข้าร่วมกลุ่ม Virtual Bank ของเครือซีพี

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. CPALL ได้จัดประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด)โดยกรรมการผู้ไม่มีส่วนได้เสียมีมติไม่เห็นด้วยในการให้ 3 บริษัทย่อย ประกอบด้วย

  • บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด
  • บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด
  • บมจ. ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT)

เข้าไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank)ของบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (กลุ่มซีพี) โดยมีความเห็นสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ ที่เห็นว่า บริษัทย่อยของ CPALLทั้ง 3 แห่งดังกล่าว มีบทบาทสำคัญและเชื่อมโยงกับธุรกิจหลักของ CPALL อย่างใกล้ชิด โดยเป็นกลไกหลักในการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขัน สร้างรายได้ และสนับสนุนการเติบโตของร้านค้าเซเว่นอีเลฟเว่น ( 7-Eleven)

การปรับโครงสร้างดังกล่าวอาจก่อให้เกิดข้อจำกัดด้านความคล่องตัว ความซับซ้อนด้านกฎเกณฑ์เพราะเข้าข่ายเป็นการทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นกลางและความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เมื่อพิจารณาถึงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ความโปร่งใส ความเป็นอิสระในการดำเนินธุรกิจ การบริหารความเสี่ยง และการคุ้มครองประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ตลอดจนความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยและประกาศกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นบอร์ดจึงมีมติให้จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 พ.ค. เวลา 14.00 น. โดยเป็นการจัดประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพียงแบบเดียวเท่านั้น

บล.ดีบีเอสฯ มีมุมมองว่าแม้คณะกรรมการจะมีมุมมองเชิงลบ แต่ข้อเสนอนี้จะยังคงถูกนำเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 พ.ค. ดังนั้น ผลลัพธ์สุดท้ายจะขึ้นอยู่กับการอนุมัติของผู้ถือหุ้น จึงเป็นเหตุการณ์สำคัญระยะสั้นที่ต้องติดตาม

ความเห็นฝ่ายวิจัยฯบล.ดีบีเอสฯ การปรับโครงสร้างที่เสนออาจจะกดดัน sentiment ของราคาหุ้น เนื่องจากอาจลดความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน และเพิ่มความซับซ้อนของโครงสร้างโดยไม่จำเป็นสำหรับ CPALL หากได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น ในด้านการมีส่วนร่วมทางการเงิน บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส และบริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด มีกำไรสุทธิประมาณ 974 ล้านบาท และ 87 ล้านบาท ตามลำดับ ในปี 2567 (ประมาณ 4.2% ของกำไร CPALL ปี 2567) ขณะที่ CPAXT มีกำไรสุทธิ 9,356 ล้านบาท ในปี 2568 (ประมาณ 18.2% ของกำไร CPALL ปี 2568 สำหรับสัดส่วนถือหุ้น 60%) ซึ่งสะท้อนถึง ความมีนัยสำคัญของสินทรัพย์เหล่านี้

ณ ขณะนี้ รายละเอียดของธุรกรรมยังไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม จากมูลค่าตลาดปัจจุบันของ CPAXT ที่ประมาณ 163,000 ล้านบาท บล.ดีบีเอสฯเชื่อว่าเงื่อนไขของดีลที่อาจจะเกิดขึ้น อาจไม่น่าสนใจ เมื่อเทียบกับการเข้าซื้อกิจการในอดีตของกลุ่มซีพี ได้แก่ Makro (2556), Lotus’s (2563) (มูลค่าประมาณ 526,000 ล้านบาท) นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ของโครงสร้างดีลแบบไม่ใช้เงินสด (non-cash transaction) ซึ่งอาจเพิ่มความกังวลด้าน valuation หุ้น ในการแลกหุ้นมากขึ้น (ถ้าเป็นแนวทางนี้)

บล.ดีบีเอสฯ แนะนำ"ซื้อสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว" ให้ราคาเป้าหมายหุ้น CPALL ที่ 65 บาท ณ ราคาปัจจุบันมี P/E ปีนี้ที่ 14 เท่า เทียบเท่ากับ Mean-1.1SD นับว่าไม่แพง ทั้งนี้กำไรหลักเติบโตได้สม่ำเสมอ เนื่องจากธุรกิจมีความ Defensive คาดการณ์กำไรหลักปี 26F-27F ขยายตัวที่ +9% ต่อปี ประมาณการ DY ที่ราคาหุ้นปัจจุบัน ไว้ที่ 3.5% และ 3.9% ตามลำดับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...