โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘นราพัฒน์’ เตือนดราม่าทุเรียน 100 บาท ระวังทุบราคาตลาดพังยับ กระทบส่งออกระยะยาว

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 เม.ย. เวลา 09.45 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. เวลา 09.45 น. • The Bangkok Insight

"นราพัฒน์" เตือนดราม่าทุเรียน 100 บาท ระวังทุบราคาตลาดพังยับ กระทบส่งออกระยะยาว

นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงประเด็นร้อน “ขายทุเรียนลูกละ 100 บาท” ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ โดยระบุว่า การไลฟ์ขายสินค้าออนไลน์ถือเป็นความทันสมัยของยุคปัจจุบัน เป็นการเพิ่มช่องทางการขาย ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง และทำให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ยิ่งหากมีอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงเข้ามาช่วย ก็จะยิ่งเพิ่มความสนใจ ทำให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้จำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องเสียหาย และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค เพียงแต่ต้องยึดหลักความตรงไปตรงมา สินค้าต้องได้มาตรฐาน และตรงตามที่โฆษณา

นราพัฒน์

นายนราพัฒน์ ยังระบุอีกว่า มาตรการลักษณะนี้จะสามารถช่วยระบายสินค้าได้ในกรณีสินค้าล้นตลาดหรือราคาตกต่ำ การบริหารจัดการซัพพลายเพื่อระบายสินค้าและพยุงราคา เป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์ด้านอุปสงค์และอุปทาน แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ คือสถานการณ์ปัจจุบัน ราคาสินค้าตกต่ำจริงหรือไม่ ผลผลิตล้นตลาดแล้วหรือยัง และจำเป็นต้องใช้มาตรการดังกล่าวในเวลานี้หรือไม่ หากเป็นเพียงการคาดการณ์ว่าผลผลิตจะเพิ่มขึ้น การระบายล่วงหน้าสามารถทำได้ แต่ต้องระวังไม่กำหนดราคาต่ำกว่าตลาดอย่างมีนัยสำคัญ เพราะอาจเข้าข่าย “ทุบราคา” และกระทบต่อโครงสร้างราคาทั้งระบบ รวมถึงราคาส่งออกในระยะยาว

ทั้งนี้ นายนราพัฒน์ ยังมองว่ากลยุทธ์ดังกล่าวอาจยังไม่ถูกที่ถูกเวลา แม้การไลฟ์ขายจะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ทั้งในภาวะปกติและช่วงสินค้าล้นตลาด แต่การใช้กลยุทธ์ด้านราคาต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้ค้า และตลาดโดยรวมอย่างรอบด้าน และเชื่อว่าผู้ที่เกี่ยวข้องมีเจตนาดีในการช่วยเหลือเกษตรกร แต่ยังอาจพิจารณาผลกระทบไม่ครบทุกมิติ พร้อมกันนี้ เสนอให้ต่อยอดไปสู่การสร้าง “แพลตฟอร์มตลาดกลางออนไลน์ของเกษตรกรไทย” เพื่อให้สามารถขายสินค้าได้โดยตรงตลอดทั้งปี ไม่ต้องพึ่งพากระแสหรืออินฟลูเอนเซอร์เพียงบางช่วงเวลา รวมถึงควรมีแผนบริหารจัดการผลผลิตล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ทั้งการกระจายสินค้าในประเทศ การแปรรูปเพิ่มมูลค่า และการขยายตลาดส่งออกใหม่ เพื่อลดปัญหาสินค้าล้นตลาดที่เกิดซ้ำซาก

นอกจากนี้ นายนราพัฒน์ ยังฝากถึงรัฐบาลให้พิจารณาเรื่อง “ต้นทุนปุ๋ย” โดยส่งเสริมการลงทุนในวัตถุดิบสำคัญ เช่น โพแทสเซียมและไนโตรเจน เพื่อพัฒนาเป็นแม่ปุ๋ยของประเทศ และผลักดันการจัดตั้งโรงงานปุ๋ยแห่งชาติ เพื่อลดการนำเข้าและช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยในราคาที่เหมาะสมในระยะยาว

“การช่วยเกษตรกรอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องสร้างระบบที่มั่นคง และลดต้นทุนการผลิตอย่างยั่งยืน” นายนราพัฒน์ กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...