โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“Samsung Electronics” กำไรทุบสถิติใหม่ พุ่ง 8 เท่า รับอานิสงส์ธุรกิจชิป AI โตแรง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 เม.ย. เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. เวลา 03.26 น.

“Samsung Electronics” กำไรทุบสถิติใหม่ พุ่ง 8 เท่า รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจชิป โดยเฉพาะหน่วยความจำสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ที่ยังคงเติบโตอย่างร้อนแรงทั่วโลก

วันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 09.08 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า Samsung Electronics รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ด้วยกำไรจากการดำเนินงานพุ่งขึ้นมากกว่า 8 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยบริษัทมีรายได้อยู่ที่ 133.9 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 8.996 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์ที่ 132.69 ล้านล้านวอน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 57.2 ล้านล้านวอน สูงกว่าคาดที่ 55.28 ล้านล้านวอน

กำไรดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่า 750% เมื่อเทียบรายปี และสูงกว่ากำไรทั้งปี 2568 ของบริษัทที่ 43.6 ล้านล้านวอน สะท้อนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องจากปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ซัมซุงเพิ่งทำลายสถิติเดิมที่ 17.6 ล้านล้านวอนในไตรมาส 3 ปี 2561

แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากธุรกิจชิปของบริษัท โดยเฉพาะกลุ่มหน่วยความจำ (memory) ซึ่งได้รับประโยชน์โดยตรงจากกระแสการเติบโตของศูนย์ข้อมูล AI ทั่วโลก ที่ทำให้ความต้องการชิปเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานตึงตัวและราคาชิปปรับตัวสูงขึ้น ทั้งในกลุ่มศูนย์ข้อมูล สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และเครื่องเล่นเกม

ซัมซุง ระบุว่า ความต้องการหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์จะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องไปจนถึงครึ่งหลังของปี จากการที่ผู้ให้บริการ hyperscaler เร่งลงทุนรองรับ AI และการใช้งาน agentic AI ที่เพิ่มขึ้น

ในด้านตลาดหุ้น ราคาหุ้นของซัมซุงปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 0.9% หลังการประกาศงบ ส่งผลให้ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีปรับขึ้นแล้วประมาณ 90%

สำหรับธุรกิจชิป ซึ่งอยู่ภายใต้หน่วย Device Solutions (DS) ถือเป็นแหล่งรายได้หลัก โดยสร้างกำไรจากการดำเนินงานถึง 53.7 ล้านล้านวอนในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้นอย่างมากจากเพียงราว 1 ล้านล้านวอนในช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 90% ของกำไรรวมของบริษัท ขณะที่ยอดขายชิปรวมอยู่ที่ 81.7 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นถึง 225% เมื่อเทียบรายปี

การเติบโตดังกล่าวยังมาจากการขยายธุรกิจหน่วยความจำแบบแบนด์วิดท์สูง (HBM) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของชิป AI โดยความต้องการ HBM ได้รับแรงหนุนจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Nvidia ท่ามกลางข้อจำกัดด้านอุปทาน

อย่างไรก็ตาม ซัมซุงยังคงเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด HBM โดยเฉพาะจาก SK Hynix ซึ่งยังคงเป็นผู้นำตลาด โดยมีส่วนแบ่งรายได้ถึง 57% ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

แม้ซัมซุงจะเร่งไล่ตาม โดยประกาศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่าเป็นบริษัทแรกของโลกที่สามารถผลิต HBM4 ในระดับ mass production ได้สำเร็จ และเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าแล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่า SK Hynix ยังคงมีความได้เปรียบในการแข่งขันในเทคโนโลยีดังกล่าว แม้ช่องว่างระหว่างทั้งสองบริษัทจะเริ่มแคบลงก็ตาม

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...