โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เพื่อไทย’ กางแผนรับมือวิกฤติพลังงาน ส่ง สส. ลงพื้นที่ รับฟังปัญหาจริง

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 12.51 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 12.51 น. • The Bangkok Insight

"เพื่อไทย" กางแผนรับมือวิกฤติพลังงาน ส่ง สส. บัญชีรายชื่อลงพื้นที่ รับฟังปัญหาจริง เร่งเสนอรัฐบาลใช้กลไกภาครัฐอุ้มประชาชน พร้อมชูยุทธศาสตร์ "พลังงานสีเขียว"

พรรคเพื่อไทย ได้จัดการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และบุคลากรทางการเมืองประจำสัปดาห์ ณ ที่ทำการพรรค นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรค เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากวิกฤตพลังงานที่ทวีความรุนแรงขึ้น

เพื่อไทย

ศ.ดร.ยศชนัน เน้นย้ำว่าปัญหาวิกฤตพลังงานในขณะนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและการดำเนินชีวิต พรรคเพื่อไทยจึงให้ความสำคัญกับการสื่อสาร "ฉากทัศน์" (Scenario) ที่อาจเกิดขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลล่วงหน้า

"เราต้องมองความจริงว่า หากการเจรจากับประเทศที่ขัดแย้งสามารถหาข้อสรุปได้ใน 1 เดือน ผลกระทบจะเป็นอย่างไร? หากลากยาวไป 3 เดือน 6 เดือน หรือถึง 1 ปี ประประชาชนจะได้รับผลกระทบในมิติไหนบ้าง? สิ่งเหล่านี้ต้องสื่อสารให้ชัดเจน เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถเตรียมความพร้อมและปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลาได้" ศ.ดร.ยศชนันกล่าว

ทั้งนี้ จากการส่งทีมผู้สมัครและสมาชิกพรรคลงพื้นที่รับฟังปัญหาในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนต้องแบกรับภาระรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนใน 3 หมวดสำคัญ คือ ที่อยู่อาศัย ต้นทุนการจัดการ และพลังงานในครัวเรือน การคมนาคมขนส่ง ปัญหาราคาน้ำมันแพง และการกระจายน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการที่ไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอุปสรรคในการเดินทางและการใช้ชีวิต และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากต้นทุนการผลิตและการขนส่ง โดยเฉพาะสินค้าปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

เพื่อไทย

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักคือ เกษตรกร ที่ต้องแบกรับต้นทุนพลังงานและราคาปุ๋ย รวมถึง ผู้ประกอบการผลิตและผู้รับเหมา โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หากวิกฤตพลังงานทำให้หน้างานต้องหยุดชะงัก สิ่งที่ตามมาคือปัญหาแรงงานและการจ้างงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่อาจส่งผลกระทบลูกโซ่ที่รุนแรงกว่าที่คาดคิด

และเพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างทั่วถึง ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยได้มอบหมายให้ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ในจังหวัดหรือเขตที่พรรคไม่มี สส. เพื่อไปรับฟังปัญหาและดูสภาพหน้างานจริง (Site Visit) โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำมาประมวลผลเพื่อทำข้อเสนอส่งถึงรัฐบาลโดยตรง เพื่อให้รัฐบาลสามารถใช้กลไกภาครัฐที่มีอยู่เข้าดูแลและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นในระยะสั้นให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด

สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาว ศ.ดร.ยศชนัน เสนอว่าประเทศไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างด้านพลังงานอย่างเป็นระบบ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและเข้าสู่ "พลังงานสีเขียว" (Green Energy) และการใช้พลังงานทดแทนให้มากขึ้น โดยมีกรอบเวลาดำเนินการภายใน 1-2 ปี และไม่เกิน 4 ปี ซึ่งต้องอาศัยการปรับเปลี่ยน 3 ส่วนหลัก

  • โครงสร้างการปฏิบัติงาน ปรับปรุงขั้นตอนการทำงานของภาครัฐและเอกชนให้คล่องตัว
  • การแก้กฎหมายและการใช้วิทยาศาตร์และเทคโนโลยี แก้ไขข้อจำกัดทางกฎหมายที่ขัดขวางการพัฒนาพลังงานสะอาด พร้อมนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการผลิต
  • การกระจายความเสี่ยง ใช้กลไกการต่างประเทศประเมินและหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ ควบคู่ไปกับกลไกทางเศรษฐกิจ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งพลังงานเพียงแหล่งเดียว

"พรรคเพื่อไทยจะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถในการเป็นกระบอกเสียงสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชน และจะผลักดันให้รัฐบาลใช้ทุกกลไกที่มีเพื่อพาคนไทยก้าวผ่านวิกฤตพลังงานครั้งนี้ไปด้วยกัน" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

https://www.thebangkokinsight.com/wp-content/uploads/2026/03/FDownloader.Net_AQOmB0fhXsjeTeiiz2utbgznv37VbycJDfg9G0eRqDAbGm4SrwxoUzZ95ss-fI8hdikjprXqKcHuzEv2MxHg7vsKsixxCjVIjKdYathAfrbeMg_720p_HD.mp4

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...