ทนายอั๋น แถลงจุดยื่นเดินหน้าทำคดี ฮั้ว สว. พร้อมนำหมอผีพรมน้ำมนต์ปัดเป่าขับไล่มนต์ดำเขมร ทางเข้า กกต.
วันนี้ (18 มีนาคม 2569) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ นำกลุ่มบุคคลแต่งชุดพราหมณ์มาพรหมน้ำมนต์ เดินทางไปที่หน้าสำนักงาน กกต.โดยระบุว่าเพื่อขับไล่มนต์ดำเขมรออกจากสำนักงาน กกต. เพื่อให้ กกต.ทำหน้าที่ในคดีฮั้วเลือก สว.อย่างตรงไปตรงมา
ทั้งนี้ นายภัทรพงศ์ ได้นำสำเนาเอกสาร 2,000 หน้า ที่อ้างว่าเป็นหลักฐานในคดีฮั้ว สว.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ที่รวบรวมไว้มาแถลงต่อสื่อมวลชน เรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยข้อมูลของผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วเลือก สว.ทั้ง 229 ราย ว่ามีหลักฐานอะไรที่สามารถหักล้างผลการสอบสวนของคณะสืบสวนฯชุดที่ 26 ได้
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่ามีการล้มคดีฮั้ว สว.อย่างเป็นขบวนการ เพราะตั้งแต่ดีเอสไอ และคณะสืบสวนฯชุดที่ 26 เริ่มทำคดีนี้มักจะถูกสกัดและเบรกทุกขั้นตอน โดยเฉพาะในขั้นตอนการสอบพยาน แต่คณะสืบสวนฯชุดที่ 26 ก็ทำงานอย่างหนัก และสามารถรวบรวมหลักฐานกล่าวหาผู้กระทำความผิดทั้ง 229 ราย โดยมีสำนวนกว่า 70,000 หน้า และสรุปสำนวนส่งให้ กกต.พิจารณาเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2568 แต่ กกต.ก็ไม่ได้ดำเนินการอะไร แต่ยังตั้งคณะอนุฯวินิจฉัยปัญหา หรือข้อโต้แย้งคณะที่ 36 ในเดือนก.ย.2568
โดยเป็นเวลาเดียวกับคดีเขากระโดง คดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รวมถึงคดีรันเวย์สนามบินที่ อ.ปากช่อง ที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรอิสระ ต่างพ้นผิดหมด แล้วมาวันนี้คณะอนุวินิจฉัยฯ คณะที่ 36 กลับวินิจฉัยบอกว่าคดีไม่มีมูล ให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน พ้นผิดทั้งที่ ดีเอสไอหาเส้นทางการเงินและมีหลักฐานเพียงพอ
“อยากรู้ว่า ผู้ถูกกล่าวหา 229 คนมีหลักฐานเด็ดอะไร หักล้างกับคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ที่มีมากถึง 7 หมื่นหน้า และหลักฐานนั้นจะต้องหักล้างถึงขั้น กกต.ไม่มีความสงสัยเลย จึงตั้งคำถามว่า กกต.มั่นใจในหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหา 229 คน มากกว่าคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ที่ตัวเองตั้งขึ้นมาหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาดีเอสไอพยายามส่งเส้นเงินให้กับ กกต. แต่ กกต.ไม่รับหลักฐานดังกล่าวเพราะอะไร หรือเพราะมีธงที่จะล้มคดีฮั้วเลือก สว.ใช่หรือไม่ เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนตัว เพราะหากมองตามหลักความเป็นจริง ยืนอยู่ในหลักเหตุผลและพยานหลักฐาน” นายภัทรพงศ์กล่าว
นายภัทรพงศ์ ระบุอีกว่า เขาว่ากันว่าในคณะสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 มีบุคคลหนึ่งเป็นคนเดินเกม และจะให้คนนู้นคนนี้แต่งตั้งคณะอนุฯวินิจฉัยชุดที่ 36 คนนึงโค้งคำนับนายอนุทิน คนนึงถูกไล่ออกจากราชการในระดับสูง ถามว่าเหล่านี้สร้างความเคลือบแคลงสงสัยคนไทยคนไทยหรือไม่ มันคือกระบวนการจะล้มหรือไม่ ทุกอย่างคือกระบวนการความลับที่ กกต.ทำ ยังไม่มีการเปิดเผยต่อประชาชนและที่สำคัญกระบวนการกระบวนการตัดสินชี้ขาดเป็นแกร็กเดียวของ กกต. มันคือจบ ทุกอย่างก็เป็นไปตามกระบวนการที่เขาทำ แต่ผมว่าไม่มีพยานหลักฐาน ผมกล้าฟันธงวันนี้ผู้ถูกกล่าวหา 229 คนไม่มีปัญญาเอาหลักฐานมาหักล้างได้ นี่คือความเชื่อส่วนบุคคล
เมื่อถามว่า หากคดีที่ กกต.ยกฟ้อง คดีที่ดีเอสไอทำอยู่ จะได้รับผลกระทบหรือไม่? นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ถ้ายกคำร้อง ก็เป็นเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้ดุลพินิจสั่งฟ้องโดยไม่ชอบ ซึ่งตนมองว่าพฤติกรรมของ กกต. เป็นพฤติกรรมของ “อั้งยี่” ซึ่งตนอาจจะฟ้อง กกต.ต่อศาลยุติธรรมเร็วๆ นี้