เปิดสูตรจัดพอร์ตประกันรับเกษียณ “เมื่ออยู่ยืนต้องอยู่รอด”
13 เมษายนของทุกปี คือ “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” วันที่หลายคนใช้เวลากับครอบครัว ดูแลพ่อแม่ หรือแสดงความกตัญญู แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่คือวันที่ควรถามตัวเองให้ชัดว่า“เราพร้อมหรือยัง…ถ้าต้องใช้ชีวิตหลังเกษียณอีก 20–30 ปี” เมื่อวันนี้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประเทศ และกำลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่อายุคาดเฉลี่ยของคนไทยขยับเข้าใกล้ 80 ปี หมายความว่า เราจะ “อยู่ได้นานขึ้น” แต่ “รายได้จะสั้นลง”
โจทย์ของวันนี้จึงไม่ใช่แค่“มีเงินเท่าไหร่” แต่คือ “เงินจะพอใช้ไปจนวันสุดท้ายหรือไม่” เมื่อต้องเจอกับค่าใช้จ่ายหลังเกษียณกับความจริงที่หนีไม่พ้น แม้จะหยุดทำงาน แต่ค่าใช้จ่ายไม่เคยหยุดตาม โดยลองประเมินง่าย ๆ ต่อคนต่อเดือนกับระดับการใช้ชีวิตต่อเดือน ได้ดังนี้
- ค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้ชีวิตในระดับพื้นฐาน: 10,000–15,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้ชีวิตระดับกลาง: 15,000–25,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี: 25,000–40,000 บาท
นอกจากนี้ จากตัวเลขของภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) ที่ทำให้ค่ารักษาพยาบาลกำลังเพิ่มขึ้น 8-12% ต่อปีแปลว่าในอีก 10-15 ปีข้างหน้าค่ารักษาอาจ “เพิ่มเป็น 2–3 เท่า” ได้ไม่ยาก หากไม่มีแผนรองรับ เงินเก็บทั้งชีวิตอาจหมดไปกับ “การเจ็บป่วยเพียงครั้งเดียว” ดังนั้น ลองมาเปิดพอร์ตประกัน “วัยเกษียณอยู่รอด” ว่าต้องมีอะไรบ้าง เมื่อเราอายุ 50+ หรือเริ่มคิดเรื่องเกษียณ กับ 3 แบบประกันที่ควรมี คือ
- ประกันสุขภาพ เพื่อกันเงินก้อนใหญ่ไม่ให้หายไป เพราะค่ารักษาคือ “ความเสี่ยงอันดับ 1” ของผู้สูงอายุ โดยควรเลือกแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองยาวถึงอายุ 80–90 ปีขึ้นไป ครอบคลุมทั้ง IPD (ผู้ป่วยใน) และ OPD (ผู้ป่วยนอก) วงเงินสอดคล้องค่าห้องของโรงพยาบาลเอกชน โดยอาจเลือกแบบ Copay เพื่อลดเบี้ยประกันลง เป้าหมายคือ “เป็นการแยกเงินรักษา ออกจากเงินในการใช้ชีวิต”
- ประกันบำนาญ สร้างกระแสเงินสดหลังเกษียณ เมื่อเงินเดือนหายไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “รายได้ต่อเนื่อง” ซึ่งประกันบำนาญจะช่วยให้มีเงินใช้แบบรายเดือน รายปี เพื่อลดความเสี่ยง “เงินหมดก่อนอายุ” เป็นการวางแผนชีวิตได้ชัดเจน โดยควรมีรายได้หลังเกษียณอย่างน้อย 50–70% ของรายได้เดิม
- ประกันโรคร้ายแรง กันความเสี่ยงเงินก้อน หากเป็นโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งจะไม่กระทบแค่สุขภาพ แต่จะกระทบ “ทั้งระบบการเงิน” ของเรา โดยแบบประกันประเภทนี้ จะจ่ายผลประโยชน์เป็น “เงินก้อน” เพื่ดนำไปใช้รักษาได้ตามต้องการ รวมถึงเป็นการชดเชยรายได้ ลดภาระครอบครัว
สูตรจัดพอร์ต “อยู่ยืนต้องอยู่รอด”
ดังนั้น เพื่อรับมือ Longevity Risk อย่างสมดุลเพื่อรับมือกับการมีอายุยืนและอยู่รอดได้อย่างมีความสุข โดยการจัดพอร์ตประกันในสัดส่วน ดังนี้
- ประกันชีวิต/บำนาญ 40% เพื่อสร้างรายได้
- ประกันสุขภาพ 40% เพื่อคุมค่ารักษา
- ประกันประเภทอื่น ๆ 20% เพื่อลดความเสี่ยง
กับดักที่สูงวัยต้องเลี่ยง…ก่อนจะสายเกินไป
ที่ผ่านมาเรามักจะพลาดไม่ได้ทำประกันเพราะคิดว่า “ยังไม่จำเป็น” ดังนั้น ควรจะเลี่ยงก่อนที่จะสายเกินไป ก่อนที่จะเจอกับดักของคนอายุยืน คือ
- มีเงินเก็บ…แต่ไม่มีประกันสุขภาพ
- ซื้อประกันช้าทำให้จ่ายเบี้ยแพง หรือถูกปฏิเสธจากบริษัทประกัน
- มีเงินก้อน…แต่ไม่มีรายได้ประจำ
- ใช้เงินเกษียณไปกับค่ารักษาจนหมด
ดังนั้น วันผู้สูงอายุ…คือวันเริ่มต้นของคนวัยทำงาน ที่ไม่ใช่แค่วันของคนวัยเกษียณ แต่คือวันที่คนวัยทำงานต้องเริ่มวางแผน เพราะในโลกที่คนอายุยืนขึ้น ความมั่นคงทางการเงิน ไม่ได้วัดจากการมีเงินมาก แต่วัดจากการวางแผนเป็น และประกัน ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่คือเครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยให้ชีวิตยืนยาวและมั่นคงไปพร้อมกัน
เตรียมตัวให้พร้อมรับวัยเกษียณในงาน “มหกรรมการเงิน Money Expo 2026” วันที่ 7–10 พฤษภาคม 2569 นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้ธีม “AI Wealth Creation” งานเดียวที่รวมทุกคำตอบสู่การเกษียณที่มั่นคงและมั่งคั่ง ด้วยผลิตภัณฑ์ประกันที่ครบถ้วนทั้ง ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันวินาศภัย พร้อมแคมเปญโปรโมชั่นสุดพิเศษในรอบปี