‘เอกนัฏ’ ลั่นรับซื้อไม่อั้น ไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป เพิ่มครั้งละ 500 เมกะวัตต์
ปลดล็อกโซลาร์รูฟท็อป "เอกนัฏ" เผย กพช. ลงมติรับซื้อไม่อั้น เพิ่มทีละ 500 เมกะวัตต์ จากเดิม 90 เมกกะวัตต์ หนุนเปลี่ยนหลังคาบ้านเป็นโรงไฟฟ้า ขายคืนรัฐได้ 2.20 บาท พร้อมปรับโครงสร้างค่าไฟช่วยบ้านพักอาศัย 21 ล้านครัวเรือน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน มีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและลดภาระค่าครองชีพประชาชนโดยมีมติสำคัญในการปลดล็อกโควตาการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ภาคประชาชน
ทั้งนี้ จากเดิมที่มีการจำกัดการรับซื้อไว้เพียง 90 เมกะวัตต์ทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าน้อยมากและเป็นอุปสรรคต่อผู้ที่ต้องการติดตั้ง โดยมติใหม่จะให้ขยายเพิ่มทันทีครั้งละ 500 เมกะวัตต์ และหากมีการสมัครจนเต็มโควตา ก็จะขยายต่อเพิ่มขึ้นไปอีกครั้งละ 500 เมกะวัตต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้หลังคาบ้านผลิตไฟฟ้าใช้เอง และขายคืนเข้าสู่ระบบให้ได้มากที่สุด
สำหรับการรับซื้อไฟฟ้า ประชาชนสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าระบบได้ในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับการที่การไฟฟ้าซื้อจากโซลาร์ฟาร์ม โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดให้เสนอขายไฟฟ้าได้ตั้งแต่หลังเดือนมิ.ย.เป็นต้นไป ระยะสัญญารับซื้อ 10 ปี
ขณะเดียวกัน ได้ลดขั้นตอนการขออนุญาตให้เหลือเพียงจุดเดียว (One Stop Service) ผ่านทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือการไฟฟ้านครหลวง ทั้งนี้หากเป็นการติดตั้งเพื่อใช้เอง จะเร่งรัดให้เรียบร้อยภายใน 7 วัน และหากมีการขายไฟฟ้าคืนด้วย จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังอยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อจัดหาเงินทุนสำหรับการผ่อนชำระโซลาร์เซลล์ ซึ่งตั้งเป้าให้ยอดผ่อนจ่ายต่อเดือนมีราคาถูกกว่าค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายปกติ รวมทั้งให้ การไฟฟ้าฯ เร่งศึกษาโครงการเข้าไปลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านให้ประชาชนฟรี สำหรับบ้านที่ไม่ต้องการลงทุนเอง โดยการไฟฟ้าจะขายไฟฟ้าจากโซลาร์นั้นคืนให้เจ้าของบ้านในราคาถูก เช่น ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนด้วย
พร้อมกันนี้ ที่ประชุม ยังได้เห็นชอบการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าใหม่ (Progressive Rate) เพื่อช่วยลดค่าไฟให้แก่บ้านพักอาศัยโดยเฉพาะ โดยกำหนดให้ผู้ที่ใช้ไฟ 200 หน่วยแรก ให้มีราคาต่ำกว่า 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะส่งผลให้ครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน หรือคิดเป็นค่าไฟประมาณ 2,200 บาท ซึ่งมีจำนวนกว่า 21 ล้านครัวเรือน (หรือกว่า 90% ของประเทศ) ได้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่ถูกลง โดยจะดำเนินการต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 4 ปี
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'เอกนัฏ' แจงสภา! หั่นราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น 3 บาท พร้อมดัน 'โซลาร์รูฟท็อป'
- เอกนัฏ เตรียมประชุม กบง. หั่นค่ากลั่น 2 บาท 23 เม.ย.นี้ มั่นใจอนาคตลดได้อีก
- เอกนัฏ เกาะติดราคาน้ำมันมีหลายกลไกใช้พยุงราคา!
ติดตามเราได้ที่