โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิด INVESTiGUARD นักสืบกันโกง เสริมภูมิคุ้มกันคนไทย รู้ทันภัยหลอกลงทุน

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยพิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน INVESTORY เปิดตัวนิทรรศการพิเศษชุดใหม่ “INVESTiGUARD นักสืบกันโกง” ภายใต้แนวคิด “ดีเกินจริง” เร่งเสริมภูมิคุ้มกันให้คนไทยรู้เท่าทันกลโกงที่ทวีความรุนแรงขึ้น

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภัยหลอกลงทุนไม่เพียงสร้างความเสียหายทางทรัพย์สิน แต่ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นและสภาพจิตใจของประชาชน ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ดำเนินการให้ความรู้ในหลายรูปแบบ และล่าสุดได้พัฒนานิทรรศการพิเศษ “INVESTiGUARD นักสืบกันโกง” เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทยรู้เท่าทันภัยหลอกลงทุน มีทักษะการคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจอย่างรอบคอบก่อนการลงทุน ซึ่งจะมีส่วนในการยกระดับความเชื่อมั่นในการลงทุน และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มุ่งสู่การเป็น The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities

“ทุกวันนี้เทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลเปิดช่องให้มิจฉาชีพเข้าถึงประชาชนได้หลากหลายขึ้น การสร้างความรู้เท่าทันจึงเป็นเรื่องจำเป็น และอยากให้ทุกคนในวงการตลาดทุนช่วยกันส่งต่อความรู้ไปยังครอบครัว ญาติพี่น้อง และคนรอบตัว เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง” นายอัสสเดชกล่าว

นายอัสสเดชกล่าวว่า ความรู้ทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญ อยากให้ทุกคนรับทราบโดยพื้นฐานว่า โอกาสที่จะได้ผลกำไร จำนวนมากอย่างรวดเร็ว ที่เรียกว่า “too good to be true” หรือดีเกินจริง ต้องถามตัวเองก่อนว่าสิ่งที่เห็นนั้นดีเกินจริงหรือไม่ อยากให้ทุกคนตั้งคำถามและมีสติว่า สิ่งที่เห็น สิ่งที่เสนอ หรือสิ่งที่โฆษณานั้นดีเกินจริงหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจ

นายอัสสเดชกล่าวว่า ต้องยอมรับว่ามีการนำเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องมาใช้ประโยชน์ในทางที่ไม่ดีด้วย เท่าที่ได้รับข้อมูล ในไตรมาสแรก การหลอกลวงออนไลน์ด้านการลงทุนเป็นอันดับ 1 ของการหลอกลวงทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลและน่าเสียใจ

ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯ มีมาตรการหลายอย่าง เมื่อพบเห็นเพจหรือโฆษณาที่เข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่เป็นความจริง โดยมีระบบตรวจสอบ ผ่านเครือข่ายบุคคลที่สาม หรือ Service Provider เข้ามาช่วย เพื่อเร่งนำหน้าเพจหรือโฆษณาเหล่านั้นลง เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าไปคลิก เข้าไปเชื่อ หรือแม้กระทั่งเห็นเนื้อหาเหล่านั้น

ตลาดหลักทรัพย์ฯยังมี SET Contact Center และช่องทางอีเมล เพื่อให้ประชาชนสามารถสอบถามและตรวจสอบข้อมูลได้ก่อนตัดสินใจ

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ภาพรวมของ INVESTiGUARD

ในปี 2568 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยพิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน INVESTORY ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการวางแผนการเงินและการลงทุนแห่งแรกของประเทศไทย ในรูปแบบ Interactive Self-Discovery Museum ได้ริเริ่มโครงการจัดสร้างนิทรรศการพิเศษชุดใหม่ โดยมีแนวคิดเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องภัยหลอกลงทุน ตระหนักถึงภัย รู้ทันกลโกงที่เกิดขึ้นในสังคมเพื่อป้องกันตัวเองและบุคคลใกล้ชิดไม่ให้ถูกหลอก และรู้แหล่งตรวจสอบข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพื่อเริ่มต้นลงทุนได้ถูกที่

นิทรรศการพิเศษชุดใหม่นี้มีชื่อว่า “INVESTiGUARD นักสืบกันโกง” ชื่อนิทรรศการมาจากคำว่า Investigate + Guard = INVESTiGUARD นักสืบกันโกง เมื่อผสมคำ Invest + I + Guard จะสื่อความหมายที่ซ่อนอยู่ตรงกลาง คือ I หมายถึง “ตัวเรา” ต้องเรียนรู้วิธีป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่มาพร้อมกลโกงหลอกลงทุน

นิสรรศการนี้มีเป้าหมายให้ความรู้ แก่ คนรุ่นใหม่อายุ 15 ปี ขึ้นไปที่ต้องการเริ่มต้นลงทุน

“ทุกคนมีสิทธิ์เป็นเหยื่อ” เป็นจุดเริ่มต้นของนิทรรศการ INVESTiGUARD โดยนิทรรศการได้จำลองให้ผู้เข้าชมสวมบทบาทนักสืบ เพื่อหาคำตอบด้วยตัวเอง (Personalized Learning) เริ่มจากเรียนรู้คดีหลอกลงทุน ฝึกทักษะการสังเกต วิเคราะห์แยกแยะ โฆษณาและข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับผ่านช่องทางออนไลน์ เรียนรู้กลโกง “ดีเกินจริง” (Too Good to be True) ซึ่งมิจฉาชีพมักหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อจนโอนเงินมหาศาล โดยใช้กลยุทธ์แอบอ้างเป็น “คนที่ดีเกินจริง” (Too Good People) หลอกให้เชื่อด้วย “เรื่องที่ดีเกินจริง” (Too Good Story) และเร่งรัดให้ตัดสินใจด้วย “โอกำสที่ดีเกินจริง” (Too Good Opportunity) หลังจากนั้น ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์จากตัวอย่างกรณีศึกษาที่เป็นภัยหลอกลงทุน พร้อมได้ทดลองฝึกทักษะเป็นนักสืบกันโกง ผ่านเกมและเทคโนโลยีที่หลากหลาย รวมทั้งรู้จักแหล่งข้อมูลด้านการลงทุนที่น่าเชื่อถือ เมื่อจบกระบวนการเรียนรู้ ผู้เข้าชมจะได้รับผลจากการฝึกทักษะว่าเป็นยอดนักสืบระดับใด

นิทรรศการ INVESTiGUARD เน้นการมีปฏิสัมพันธ์ในรูปแบบ Interactive Self-Discovery Museum เช่นเดียวกับนิทรรศการหลักของ INVESTORY ใช้การเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีและเกม และมีการออกแบบกราฟิกผนังที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยการใช้สัญลักษณ์ของคน หน้ากาก โล่ สัญญาณ Wi-Fi และเครื่องหมาย Verified มาจัดวางในลักษณะ “ลายก้านต่อดอก” เพื่อช่วยสื่อสารและสร้างการจดจำ

เส้นทางการเรียนรู้

Lesson 1 ส่องความจริง (Uncovering the Fact)
‘ความจริง’ ที่น่าตกใจในโลกของการลงทุน คือ มิจฉาชีพไม่ได้เลือกใครเป็นเหยื่อ ทุกคนมีสิทธิ์โดนหลอกได้เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีความรู้ เช่น หมอ ทนาย ตำรวจ นายธนาคาร นักศึกษา หรือแม้แต่ เซียนหุ้น ก็ล้วนเคยตกเป็นเหยื่อมาแล้วเพียงเพราะหลงเชื่อเรื่องที่ดีเกินจริง

จากการรวบรวมข้อมูลโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งแต่ 1 มีนาคม 2565 ถึง 30 พฤศจิกายน 2568 พบว่า การหลอกลงทุนจัดอยู่ในอันดับ 1 ของการหลอกลวงออนไลน์ทุกประเภทเมื่อพิจารณาจากมูลค่าความเสียหาย โดยคดีหลอกลงทุนมีมูลค่าความเสียหายกว่า 3 หมื่นล้านบาท เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป เกราะป้องกันที่ดีที่สุดคือการ ‘รู้เท่าทัน’

Lesson 2 ส่อง 3 กลโกง (Defining the 3 Deceptions)
ส่อง 3 กลโกง กับดัก “ดีเกินจริง” ที่มิจฉาชีพมักใช้
•แอบอ้างเป็น “คนที่ดีเกินจริง” (Too Good People)
•เสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริงเพื่อหลอกให้เชื่อด้วย “เรื่องที่ดีเกินจริง” (Too Good Story)
•เร่งรัดให้ตัดสินใจด้วย “โอกาสดีเกินจริง” (Too Good Opportunity)

Lesson 3 เปิดโปงคดีหลอกลงทุน (Unveiling Investment Scam Cases)
ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาที่ดัดแปลงจากเรื่องจริงและจุดสังเกต (Red Flag) ที่มิจฉาชีพใช้ทั้งหมด 15 ตัวอย่าง ซึ่งแบ่งเป็น 3 ประเภทตามกลโกงของมิจฉาชีพ

Lesson 4 ส่องสูตรโกง (Decoding Scammer Formula)
สรุปหน้ากากมิจฉาชีพ 3 รูปแบบเพื่อเข้าหาเหยื่อหลอกลงทุน
1.หน้ากากคนดีเกินจริง: สร้างโปรไฟล์หรู ดูใจดี เข้ามาตีสนิทและให้ความสนใจเป็นพิเศษ หรือแอบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญ และองค์กรใหญ่ให้เหยื่อเชื่อใจ
2.หน้ากากเรื่องดีเกินจริง: การันตีผลตอบแทนสูง ไม่มีความเสี่ยง ลงทุนน้อยแต่รวยเร็ว
3.หน้ากากโอกาสดีเกินจริง: อ้างว่าเป็นสิทธิพิเศษเฉพาะรายเท่านั้น มีจำนวนจำกัด
ส่อง ‘สูตรโกง 6 สเต็ป’ กระบวนการที่มิจฉาชีพใช้หลอกเหยื่อ ประกอบด้วย หลอกให้เชื่อ ลวงเข้ากลุ่ม ลองลงทุน ล่อใจให้ลงเพิ่ม รีดก้อนสุดท้าย และเลิกติดต่อ ในทางกลับกัน ให้สังเกต ‘6 เอ๊ะ กันโกง’ (Red Flags) ในแต่ละสเต็ป เพื่อ ‘เอ๊ะ’ ให้ไวจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ

Lesson 5 สแกนจับโกง (Scanning and Detecting Scams)
เป็นฐานฝึกทักษะนักสืบ INVESTiGUARD ผู้เข้าชมจะได้รับภารกิจสังเกตและเก็บหลักฐานกลโกงหลอกลงทุนให้ได้มากที่สุด เพื่อสะสมเป็นคะแนนของยอดนักสืบ ซึ่งฐานนี้เป็นเกมที่ใช้เทคโนโลยี Interactive สามารถเล่นคนเดียวหรือแข่งขันเป็นคู่ได้

Lesson 6 รับมือกลโกง (Dealing with Scams)
เป็นฐานฝึกทักษะนักสืบ INVESTiGUARD ผู้เข้าชมจะได้รับภารกิจปกป้องเป้าหมายที่มิจฉาชีพจ้องเล่นงาน ฝึกอ่านใจเป้าหมาย อ่านเกมมิจฉาชีพ และพาเป้าหมายออกจากสถานการณ์หลอกลวงให้ได้ โดยเป็นการเรียนรู้ผ่านเกมชื่อ “ภารกิจเซฟเหยื่อ” และสะสมเป็นคะแนนของยอดนักสืบให้ได้มากที่สุด

Lesson 7 รู้เลือก รู้เลิก (Taking or Ignoring)
เป็นฐานฝึกทักษะนักสืบ INVESTiGUARD ผู้เข้าชมจะได้รับภารกิจ “เลือกโล่” และ “เลิกสนใจหน้ากาก” ซึ่งเป็นการเรียนรู้ผ่านเกม สนุกกับการเลือกรับพลังและปัดป้องอุปสรรคให้พ้นทางเพื่อรับคะแนนของยอดนักสืบให้ได้มากที่สุด

Lesson 8 เซฟโซนนักลงทุน (Starting in the Safe Zone)
เริ่มถูกที่ มิจหนีหาย สำหรับมือใหม่ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือการขอคำแนะนำในการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นจาก ‘ธนาคารใกล้บ้าน’ หรือเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นกับบริษัทที่เป็น ‘สมาชิกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)’ เท่านั้น
จุดสังเกตสำคัญ การซื้อขายหุ้นที่ ‘ไม่ต้องเปิดบัญชี’ หรือให้ ‘โอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคล’ หรือบัญชีบริษัทที่ไม่ใช่สมาชิก SET ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่านั่นอาจเป็น ‘มิจฉาชีพ’ และที่สำคัญ เช็กข้อมูลให้ชัวร์ก่อนลงทุนจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

Lesson 9 อาวุธกันโกง Anti-Scam Weapons
ท่องให้ขึ้นใจพ้นภัยหลอกลงทุน “ไม่เชื่อ ไม่เข้ากลุ่ม ไม่โหลดแอป ไม่โอนเงิน”

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการดังกล่าวได้ฟรี ณ พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน INVESTORY ชั้นใต้ดิน อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่เวลา 9:30 – 18:00 น. (วันอังคาร – วันอาทิตย์) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://INVESTORY.setgroup.or.th หรือโทร. 02-009-9000 ต่อ 3566

เสวนาหัวข้อ “INVESTiGUARD : รู้ทันภัยหลอกลงทุน” โดย พ.ต.ท. พากฤต กฤตยพงษ์(กลาง) สารวัตรกลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และนายพีรพล อนุตรโสตถิ์(ซ้าย) ผู้จัดการศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท.

“หลอกลงทุนออนไลน์” ภัยเงียบที่พัฒนาล้ำหน้ากว่าที่คิด

พร้อมกับการเปิดตัวนิทรรศการพิเศษชุดใหม่ “INVESTiGUARD นักสืบกันโกง” นี้ ได้มีการจัดงานเสวนาหัวข้อ “INVESTiGUARD : รู้ทันภัยหลอกลงทุน” โดย พ.ต.ท. พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรกลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และนายพีรพล อนุตรโสตถิ์ ผู้จัดการศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท. เพื่อร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับภัยหลอกลงทุน ให้ผู้สนใจ ผู้ลงทุนทั่วไปด้วย

พ.ต.ท. พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรกลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า ปัจจุบันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีการพัฒนาไปไกลมากในทุกรูปแบบ ประกอบกับวิถีชีวิตแบบ Globalization ที่ผู้คนใช้สมาร์ทโฟนแทบจะตลอดเวลา ทำให้หลีกเลี่ยงภัยเงียบนี้ได้ยากขึ้น

โดยมีประเด็นสำคัญ คือ ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน มียอดแจ้งความออนไลน์รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง แสนล้านกว่าบาท และ คดีหลอกลงทุน ครองอันดับ 1 จากทั้งหมด 14 ประเภทคดีออนไลน์ โดยมีมูลค่าความเสียหายเฉพาะส่วนนี้สูงถึง 30,000 กว่าล้านบาท

นอกจากนี้ มิจฉาชีพใช้ AI สร้างวิดีโอ โฆษณา และเนื้อเรื่องปลอมที่ดูสมจริงจนแยกไม่ออก มีการปลอมหน้าเว็บไซต์และเพจของหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น ตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยใช้ URL ที่คล้ายคลึงกัน (Top Level Domain) ซึ่งผู้ใช้ทั่วไปมักไม่ได้สังเกต และต่างจากแก๊ง Call Center ที่เน้นจู่โจมเร็ว (Short Attack) การหลอกลงทุนจะเน้น “เลี้ยงเหยื่อ” ในระยะยาวผ่านกลยุทธ์ต่างๆ เช่น ผสมผสานการหลอกให้รัก (Romance Scam) แล้วชวนลงทุน ใช้หน้าม้าในกลุ่มไลน์ส่งสลิปปลอมเพื่อยืนยันว่าได้เงินจริง กระตุ้นให้เหยื่อเกิดอาการ Fear of Missing Out (FOMO) หรือกลัวการเสียโอกาส

ด้วยการ เริ่มจากให้เหยื่อลองลงทุนน้อยๆ และให้ผลกำไรจริงในตอนแรก เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนจะล่อให้ลงเงินก้อนใหญ่ขึ้นเมื่อเหยื่อต้องการถอนเงิน มิจฉาชีพจะอ้างว่าต้อง “จ่ายเงินเพิ่ม” เพื่อเป็นค่าธรรมเนียมหรือภาษี ทำให้เหยื่อตกอยู่ในสภาวะ “กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง” เพราะเสียดายเงินก้อนแรกที่ลงไป สุดท้ายจึงยอมจ่ายเพิ่มจนความเสียหายบานปลาย

ด้านนายพีรพล อนุตรโสตถิ์ ผู้จัดการศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท. กล่าวว่า จากการวิเคราะห์กลยุทธ์ของมิจฉาชีพ พบว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่เงินในบัญชีของเหยื่อจนหมดเกลี้ยงเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบที่รุนแรงกว่านั้น เพราะมิจฉาชีพจะไม่หยุดแค่เงินเก็บของเหยื่อ แต่จะชี้นำและกดดันให้เหยื่อไปขุดเงินจากแหล่งอื่นมาจ่ายเพิ่ม เช่น

  • การกู้หนี้ยืมสิน หรือใช้บัตรเครดิต/บัตรกดเงินสด
  • การขอหยิบยืมเงินจากพ่อแม่ พี่น้อง หรือคนรอบข้าง
  • เหยื่อไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ใหม่ แต่เริ่มต้นจากสภาวะ “ติดลบ” ที่มีหนี้สินมหาศาลพ่วงมาด้วย

ความเสียหายไม่ได้จบที่ตัวเงิน แต่ลามไปถึงโครงสร้างความสัมพันธ์ เมื่อเหยื่อไปยืมเงินคนในครอบครัวมาลงทุนตามคำหลอกล่อ ทำให้ความสัมพันธ์ในบ้านแตกร้าว อีกท้ั้ง หลายคนเลือกที่จะ “ไม่แจ้งความ” เพราะรู้สึกอาย หรือรู้สึกว่าแจ้งไปก็ไม่คุ้มค่าเสียเวลา/ค่าเดินทาง ส่งผลให้ตัวเลขสถิติความเสียหายที่แท้จริง (Dark Figure) สูงกว่าที่ปรากฏในระบบของตำรวจมาก

เหยื่อจำนวนมากตกอยู่ในภาวะสิ้นหวังจนไม่มีแรงจะลุกขึ้นสู้ต่อ บางคนไม่มีแม้แต่เงินค่าเดินทางไปสถานีตำรวจ และความบอบช้ำทางจิตใจทำให้ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก เป็นเหตุให้มิจฉาชีพยังคงลอยนวลได้เพราะเหยื่อไม่กล้าเอาผิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...