โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ฮอนด้า’ ขาดทุน 4 แสนล้านเยน ครั้งแรกในรอบ 69 ปี เซ่นพิษ EV และนโยบายโลกที่เปลี่ยนทิศ

Positioningmag

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TopTen

ถ้าพูดถึงความมั่นคงในวงการรถยนต์โลก ฮอนด้า (Honda) คือหนึ่งในชื่อที่หลายคนนึกถึงก่อนเลย บริษัทที่ผ่านมาแทบทุกวิกฤต ไม่ว่าจะฟองสบู่แตกในญี่ปุ่นยุค 90s หรือวิกฤตการเงินโลกปี 2009 ที่แม้แต่ Toyota ยังขาดทุน แต่ Honda ก็ยังยืนหยัดและมีกำไรมาโดยตลอด แต่จากการมาของ รถอีวีจีน ทุกอย่างก็พลิกกลับ

ขาดทุนครั้งแรกในรอบ 69 ปี

ในปีก่อนหน้า Honda มีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1.2 ล้านล้านเยนแต่ล่าสุด Nikkei Asiaรายงานเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า Hondaบันทึกผล ขาดทุน จากการดำเนินงานราว 400,000 ล้านเยน หรือประมาณ 8 ล้านล้านบาท สำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2026
นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 69 ปีที่ Honda ขาดทุนนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเมื่อปี 1957และขนาดของการขาดทุนครั้งนี้ยังถูกจัดเป็น อันดับสองในประวัติศาสตร์ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นรองจาก Toyota ที่ขาดทุน 461,000 ล้านเยน ในช่วงวิกฤตการเงินโลกปี 2009

แตกพ่ายจากหลายปัจจัยรุมเร้า

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา Honda ทุ่มทรัพยากรมหาศาลเพื่อไล่ตามกระแสรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยความเชื่อมั่นว่า EV คืออนาคต แต่ผลที่ได้คือรถที่ออกมาแข่งขันกับคู่แข่งไม่ได้ทั้งในสหรัฐฯ และจีน และยิ่งซ้ำเติมตัวเองเข้าไปอีก เพราะทรัพยากรที่ควรไปพัฒนารถเบนซินและไฮบริดก็ถูกดึงมาใช้กับ EV จนรุ่นที่ขายได้จริงก็เริ่มสูญเสียความสามารถในการแข่งขันไปด้วย
สถานการณ์ยิ่งแย่ลงเมื่อ รัฐบาลสหรัฐฯ เปลี่ยนกติกากลางทาง ทั้งยกเลิกเงินอุดหนุนภาษีสำหรับการซื้อ EV และผ่อนปรนกฎระเบียบด้านเชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้ความต้องการ EV ในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ Honda ชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว แผนที่วางไว้ก็พังพินาศไปเกือบหมด
ในฝั่งจีน ปัญหาเป็นคนละมิติกัน ผู้บริโภคที่นั่นไม่ได้สนใจสเปกฮาร์ดแวร์อย่างความประหยัดน้ำมันหรือพื้นที่ห้องโดยสารอีกต่อไปแล้ว แต่หันมาต้องการความสามารถด้านซอฟต์แวร์ ระบบ ADAS และประสบการณ์ดิจิทัลในรถ ซึ่งนั่นคือจุดแข็งของผู้ผลิต EV รายใหม่จากจีนที่พัฒนาสินค้าได้เร็วกว่าและเชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์กว่า Honda มาก
และในขณะที่ธุรกิจ EV กำลังจมน้ำ ภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ กำหนดกับสินค้าญี่ปุ่นก็ยังกัดกร่อนกำไรของรถเบนซินและไฮบริดที่ยังขายได้อยู่ด้วย ทำให้แทบไม่มีเสาหลักให้พิงในช่วงเวลาที่ยากที่สุดนี้

ยกเลิก 3 รุ่น

จากการสะดุดดังกล่าวทำให้ Honda ประกาศ ยกเลิกการพัฒนาและวางจำหน่ายรถ EV 3 รุ่น ที่เตรียมไว้สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ ได้แก่

  • Honda 0 SUV

  • Honda 0 Saloon

  • Acura RSX

ซึ่งทั้ง 3 รุ่นนี้เคยถูกนำเสนอในงาน CES ที่ลาสเวกัสต้นปี 2025 ในฐานะอนาคตของ Honda ด้านรถยนต์ไฟฟ้า แต่ตอนนี้ทั้งหมดถูกยกเลิกแล้ว พร้อมการบันทึกผลขาดทุนจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายจากการยกเลิกโครงการ

ไม่ใช่แค่ Honda ที่เจ็บ

ทั้งนี้ Honda จะประกาศผลประกอบการอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 พฤษภาคม 2026นี้ และตั้งเป้าพลิกกลับมามีกำไรในปีงบประมาณ 2027 โดยพึ่งพาธุรกิจมอเตอร์ไซค์ที่ยังแข็งแกร่ง และรถไฮบริดรุ่นใหม่ที่กำลังพัฒนาอยู่
ส่วนเรื่อง EV Honda ยังไม่ได้ทิ้งไปทั้งหมด แต่จะ "ยืดหยุ่น" มากขึ้น และมองระยะยาวมากขึ้น ซึ่งในทางปฏิบัติอาจหมายความว่า EV ของ Honda จะไม่มาเร็วๆ นี้
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ Honda ที่เจ็บ เพราะถ้ามองภาพรวมอุตสาหกรรมในสถานการณ์ตอนนี้ Ford เพิ่งบันทึกผลขาดทุนจาก EV 19.5 พันล้านดอลลาร์ Volkswagen กำลังพิจารณาปิดโรงงานในเยอรมนี ส่วน Toyota ก็มีกำไรน้อยกว่าที่คาดด้วยเหตุผลคล้ายกัน วงการรถยนต์โลกกำลังอยู่ในช่วงปรับตัวครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครรู้ว่าจะจบลงตรงไหน
Nikeiasia / theautopian

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...