หนุ่มอุดรฯ แล่เนื้อหมาทำ "โหย๋ย" อ้างรถชนตายเลยนำมาปรุงรส-ขายต่อ
(3 เม.ย. 69) ตำรวจบุกจับชายวัย 49 ปี คาบ้านพักขณะกำลังปรุงเมนู “โหย๋ยหมา” อ้างสุนัขถูกรถชนตายจึงนำมาแล่เนื้อแบ่งขายเพื่อนบ้านหาเงินซื้อเครื่องปรุง ด้านพลเมืองดีสุดทนโพสต์แฉพฤติกรรมสะเทือนใจ ผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดซ้ำ
เมื่อวานนี้ ( 2 เม.ย. 69) เวลา 11.00 น. พ.ต.ท.มานิตย์ แก้วเจริญ รอง ผกก.หน.สภ.ย่อยห้วยหลวง อ.เมือง จ.อุดรธานี สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและสายตรวจรุดเข้าตรวจสอบบ้าน หมู่ 15 บ้านเชียงยืน ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากโซเชียลมีเดียกรณีมีการฆ่าชำแหละสุนัขในพื้นที่
ในที่เกิดเหตุพบ นายบางกอก โคกโพธิ์ หรือ กอก อายุ 49 ปี เจ้าของบ้าน กำลังก่อไฟเตรียมปรุงเนื้อและเครื่องในสุนัขในหม้อพะโล้ นอกจากนี้ยังพบเนื้อและไส้สุนัขที่แล่เตรียมไว้ทำเนื้อแดดเดียววางอยู่ในกะละมังอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการระงับเหตุและควบคุมตัว
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายบางกอกให้การรับสารภาพด้วยอาการตะกุกตะกักว่า เนื้อดังกล่าวเป็นสุนัขจริง โดยอ้างว่าเป็นสุนัขสีขาวดำที่ถูกรถชนบริเวณหน้าร้านค้าในหมู่บ้าน เจ้าของสุนัขจึงจ้างตนด้วยเหล้าขาว 1 ขวดให้นำไปฝังดิน แต่ตนกลับนำมาชำแหละเพื่อปรุงอาหารแทน เนื่องจากชื่นชอบในรสชาติที่คล้ายเนื้อหมู และได้แบ่งขายเนื้อบางส่วนให้เพื่อนในราคา 40 บาทเพื่อนำเงินมาซื้อเครื่องปรุง ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าเอง
ขณะที่ นส.พลอย (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี พลเมืองดีผู้โพสต์ภาพแฉพฤติกรรม เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวเป็นคนรักสัตว์ ในช่วงเช้าสังเกตเห็นสุนัขที่เลี้ยงไว้มีอาการตื่นตระหนกผิดปกติ และได้กลิ่นคาวเลือดรุนแรงโชยมาจากบ้านที่เกิดเหตุ เมื่อเดินไปดูพบชาย 3 คนกำลังล้อมวงแบ่งเนื้อสุนัขใส่ถุงพลาสติก จึงตัดสินใจถ่ายภาพและโพสต์ลงโซเชียลเพื่อตามหาเจ้าของสุนัขและขอคำแนะนำในการดำเนินคดี เนื่องจากทนเห็นพฤติกรรมทารุณกรรมสัตว์เช่นนี้ไม่ได้
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายบางกอกไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง และมักมีพฤติกรรมข้องเกี่ยวกับอบายมุข เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจปัสสาวะพบว่าเป็นสีม่วง ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเพิ่งเสพยาบ้ามาเมื่อวันก่อน เบื้องต้นตำรวจจึงแจ้งข้อหา "เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย" และ "กระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์" ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป