โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ทวี แฉ รถก่อเหตุยิงส.ส. เป็นของกอ.รมน. จี้นายกฯคลี่ข้อสงสัย กมลศักดิ์ ยันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทวี แฉ รถก่อเหตุยิงส.ส. เป็นของกอ.รมน. จี้นายกฯคลี่ข้อสงสัย กมลศักดิ์ ยันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส ร่วมแถลงความคืบหน้าคนร้ายใช้อาวุธสงครามเอ็ม 16 ยิงถล่มนายกมลศักดิ์ ล่าสุดออกหมายจับ 4 ราย เป็นอดีตนาวิกโยธิน และพบซากรถกระบะสีขาวที่ใช้ก่อเหตุถูกชำแหละ ว่า เหตุที่เกิดกับส.ส.กมลศักดิ์ มาถึงวันนี้ ทราบดีว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เกี่ยวข้องทำงานอย่างเต็มที่ จนมีข่าวปรากฎว่าใช้กฎหมายพิเศษ เอาตัวบุคคลมาหลายคน และออกหมายจับผู้ก่อเหตุ

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ไม่สบายใจคือรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ทราบว่าเป็นรถของทางราชการ โดยเฉพาะหลังจากกระทำผิดเอาไปชำแหละ ทิ้งน้ำ และหน่วยราชการหน่วยนั้นคือ กอ.รมน. ในฐานะที่นายกฯ ได้คุมกอ.รมน. โดยเฉพาะกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เลยต้องการขอความมั่นใจว่าทำไมถึงปล่อยรถให้เอาไปสังหารกมลศักดิ์

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ถ้ารัฐบาล และผู้บังคับบัญชาโดยตรงไม่ส่งสัญญาณให้เอาตัวคนผิด คนก็จะเคลือบแคลงสงสัย รวมทั้งการยิงเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งภาคใต้ ก็มีการใช้นิติวิทยาศาสตร์ที่สมบูรณ์ และการแก้ปัญหาภาคใต้ ก็ใช้กอ.รมน.เป็นหลัก เลยอยากให้ผู้ว่าฯ หรือผู้เกี่ยวข้องมาตรวจสอบว่าทำไมรถคันดังกล่าวถูกนำมาใช้ก่อเหตุ และไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ถูกครอบงำในการทำงาน ก็เรียกร้องนายกฯ และผบ.ทบ. แม่ทัพภาคที่ 4 ให้กำลังใจผู้ปฏิบัติให้ทำงานตรงไปตรงมา

ด้านนายกมลศักดิ์ กล่าวว่า การลอบยิงครั้งนี้ ผู้เกี่ยวข้องที่ถูกจับกุม หรือออกหมายจับ ไม่เคยรู้จักเป็นส่วนตัว ดังนั้นเรื่องโกรธแค้นส่วนตัวตัดไปได้เลย ซึ่งก็อยากรู้มูลเหตุจูงใจว่าทำไมมีรถของราชการมาลอบยิงตน อีกทั้งการก่อเหตุใช้ M16 มาลงมือ 2 กระบอก เป็นปืนที่ไม่เคยก่อเหตุมาก่อนด้วย หวังเอาชีวิต แต่ก็ถูกเบี่ยงเบนประเด็นว่าพุ่งเป้าคนขับรถ ก็เห็นว่าหากต้องการเช่นนั้น ก็ไม่ต้องติดตามมาตั้งแต่หาดใหญ่

ขณะที่พรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ ว่า ด้วยเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลา 01:05 น. โดยประมาณ จากกรณีมีคนร้ายลอบยิงรถยนต์ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ บริเวณหน้าบ้าน ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ขณะเดินทางกลับจากสนามบินหาดใหญ่ หลังจากการประชุมสภาฯ ส่งผลให้นายอุชลัมห์ โกะเลาะ คนขับรถ และด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ ตำรวจติดตามถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้ได้นอนรับการรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาส ตามที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนแล้วนั้น

จากการตรวจที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนจำนวน 30 ปลอก และการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามาจากอาวุธปืน M16 จำนวน 2 กระบอกและได้ภาพรถก่อเหตุเป็นรถยนต์กระบะ 4 ประตูสีขาว

จากการรวบรวมพยานหลักฐานในเบื้องต้น ทั้งภาพถ่ายที่ได้จากกล้องด้านหน้ารถ และการติดต่อสื่อสารช่วงเวลาก่อนและหลังเกิดเหตุจาก จากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสื่อสาร เจ้าพนักงานตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 9 ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 รวม 2 คน เป็นอดีตทหารนาวิกโยธิน ชื่อนายสมพร ลังเดช และนายยศกร ลังเดช ต่อมามีการขยายผล ไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติม จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐาน คดีได้เพิ่มขึ้น กล่าวคือเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ชุดคลี่คลายคดีได้ส่งกำลังรวมกับหน่วยเก็บกู้ และตรวจสอบวัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนราธิวาสเข้าตรวจสอบเป้าหมาย 2 จุด บ้านบาวง ตำบลบางขุนทอง อำเภอตากใบ นราธิวาส เป็นชำแหละชิ้นส่วนรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ และอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปก่อนนี้

จากพฤติการณ์การก่อเหตุถือเป็นการกระทำเป็นกระบวนการแบ่งหน้าที่กันทำ นับเป็นการกระทำที่ร้ายแรง และสะเทือนขวัญอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเป็นการคุกคามต่อความปลอดภัยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

จากพฤติการณ์การก่อเหตุถือเป็นการกระทำเป็นกระบวนการโดยแบ่งหน้าที่กันทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการตรวจสอบความเชื่อมโยง อาจมีผู้บงการใช้จ้างวานให้ก่อเหตุในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังคงมีประเด็นที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะต้องสืบสวนสอบสวน วิธีร่วมกระทำความผิด และผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป พรรคประชาชาติเห็นว่า ควรรีบดำเนินการ ดังนี้

1.เนื่องจากคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแถลงความคืบหน้าของคดีอย่างต่อเนื่อง

2.ในเบื้องต้น หากพบพยานหลักฐานความเชื่อมโยงกับบุคคลใดที่น่าเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะระดับใดหรือหน่วยงานใด ให้รีบดำเนินการเรียกมาสอบในฐานะพยานหรือผู้ต้องสงสัย

3.ที่มาของรถยนต์คันที่ใช้ในการก่อเหตุมีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับบุคคลใด ให้ดำเนินการเรียกมาสอบปากคำเพื่อขยายผลโดยเร็ว

4.การสืบสวนเชิงลึกเพื่อหาตัวผู้บงการและเครือข่ายผู้สนับสนุน การสืบสวนเพื่อให้ถึงตัว ผู้ใช้จ้างวาน และผู้สนับสนุนการก่อเหตุ ไม่ได้ตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ไม่ควรหยุดเพียงแค่การจับกุมผู้ปฏิบัติการโดยใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสื่อสาร เพื่อระบุตัวตนผู้บงการที่แท้จริงมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุดไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับผู้ใดก็ตาม

[ข้อเสนอมาตรการความปลอดภัย จชต]

1. นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. ใหญ่ ดูแล กอ.รมน.ภาค 4 สน. มีหน้าที่ควบคุมการบริหารงานภาพรวม ติดตามสถานการณ์ และสั่งการหน่วยงานรัฐเพื่อแก้ปัญหาความมั่นคง มาถึงวันนี้ สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรต้องลงพื้นที่ รับฟัง ตรวจสอบสถานการณ์จริง เพื่อทบทวน สั่งการดำเนินการด้นคดี ทุกคดีอย่างรวดเร็ว เด็ดขาด

2.ทบทวนโครงสร้าง อัตรากำลังพล กอ.รมน.ระดับภาค ให้รัดกุม เน้นการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนมากขึ้น

3.นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผู้กำกับดูแล ศอ.บต. ต้องสั่งการ ทบทวน อำนาจหน้าที่ ศอ.บต. ให้มีบทบาทในการอำนวยความเป็นธรรม ด้านคดี และการติดตามเร่งรัด ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรายงาน เสนอแนะ และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมที่้เข้มแข็ง ผ่านสภาที่ปรึกษา ศอ.บต. (ในอดีต สภาที่ปรึกษาเคยตั้งคณะ กก.ตรวจสอบข้อเท็จจริง)

4.เนื่องจากสถานการณ์ในความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ในขณะนี้ มีการก่อเหตุ มีความรุนแรงมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับ ศอ.บต.ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ศอ.บต. หรือ หน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรม ติดตาม เร่งรัด ตรวจสอบข้อเท็จจริงในแต่ละคดี เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกกรณี ไม่เฉพาะแต่กรณีการก่อเหตุลอบยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทวี แฉ รถก่อเหตุยิงส.ส. เป็นของกอ.รมน. จี้นายกฯคลี่ข้อสงสัย กมลศักดิ์ ยันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...