‘ผู้ค้าน้ำมัน’ ส่งหนังสือจี้ ‘เอกนัฏ’ กำหนดแนวทางปรับราคาน้ำมัน หลังกระทบหนัก!
The Bangkok Insight
อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. เวลา 10.15 น. • The Bangkok Insight"สมาคมการค้าผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมันพลังไทย" ส่งหนังสือจี้ "เอกนัฏ" กำหนดแนวทางการปรับราคาน้ำมันให้เหมาะสม หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการปรับรวดเร็วและต่อเนื่อง!
เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นายสิริพงษ์ เสรีพันธ์ นายกสมาคมการค้าผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมันพลังไทย ผู้แทนจําหน่ายสถานีบริการน้ำมันพลังไทย ได้ยื่นหนังสือถึงนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรียกร้องให้กระทรวงพลังงาน กำหนดแนวทางการปรับราคาขายปลีกน้ำมันให้เหมาะสม สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงของผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน
โดยระบุว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบันมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการปรับขึ้นลงของราคาขายปลีกน้ำมันในช่วงนี้ ซึ่งการดำเนินนโยบายปรับลดราคาน้ำมัน เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ถือเป็นแนวทางที่มีเจตนาที่ดี และเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกระจายพลังงานสู่ประชาชน กำลังได้รับผลกระทบจากการปรับลดราคาน้ำมันในระดับที่รวดเร็วและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนสต๊อกน้ำมันที่ได้จัดซื้อไว้ในราคาสูงก่อนหน้า ส่งผลให้เกิดภาวะขาดทุนโดยตรงและกระทบต่อสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ
โดยขอให้ภาครัฐปรับราคาขายปลีกน้ำมัน ขึ้น หรือ ลงไม่เกิน 0.60 บาทต่อลิตรต่อครั้ง แทนการปรับขึ้นหรือลงในอัตราที่สูงมากในแต่ละครั้ง เพื่อลดผลกระทบต่อสภาพคล่องของสถานีบริการ โดยหากปรับขึ้นหรือลงมากกว่าอัตราดังกล่าว ควรมีการแจ้งล่วงหน้า หรือมีกลไกบรรเทาภาระต้นทุนให้เกิดความสมดุล ระหว่างการดูแลประชาชน และการคงอยู่ของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน มีอัตรากำไรขั้นต้น ในระดับที่จำกัดโดยเฉลี่ยประมาณ 0.90 บาท/ลิตร ซึ่งยังไม่ได้หักต้นทุนการดำเนินการ การปรับราคาขึ้นอย่างรวดเร็วในราคาที่มากกว่าปกติ จะทำให้ผู้ประกอบการประสบภาวะขาดทุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประกาศล่วงหน้าว่าจะลดหรือขึ้นราคาน้ำมันจะทำให้กลไกของระบบจัดการน้ำมันมีปัญหา การประกาศปรับขึ้นและลงราคาน้ำมันล่วงหน้าในอัตราสูง ๆ (ตั้งแต่ 1 บาท ขึ้นไป) ย่อมทำให้ทั้งผู้บริโภคและสถานีบริการมีการเตรียมการล่วงหน้า
หากจะประกาศว่าราคาน้ำมันจะลดลง ผู้บริโภคก็จะชะลอการเติม และสถานีบริการจะพยายามให้น้ำมันในถังเหลือน้อยเพื่อลดการขาดทุน ในทางกลับกัน ถ้าราคาน้ำมันจะขึ้น ผู้บริโภคจะรีบเติม สถานีบริการจะเร่งรับน้ำมัน ความไม่สอดคล้องของอุปสงค์และอุปทาน ที่เกิดขึ้น ย่อมส่งผลให้การบริหารจัดการตลอดกระบวนการที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การผลิต การขนส่งและการจำหน่ายเป็นไปอย่างไม่สมดุล
ดังนั้น การที่รัฐจะประกาศราคาขึ้นหรือลงในอัตราสูง ๆ ล่วงหน้า ควรที่จะมีการวางแนวทางเพื่อลดผลกระทบไม่เกิดการขาดแคลน สร้างให้เกิดความเป็นธรรมในระบบ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- กบน. เคาะลดราคาน้ำมันดีเซล 1.50 บาทต่อลิตร พรุ่งนี้ดีเซลเหลือ 40.20 บาท
- ‘เอกนัฏ’ แจงสภา! หั่นราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น 3 บาท พร้อมดัน ‘โซลาร์รูฟท็อป’
- ราคาน้ำมันโลก พุ่งกว่า 3 ดอลล์ หลังสต็อกเชื้อเพลิงสหรัฐลด-เหตุยิงเรือช่องแคบฮอร์มุซ
ติดตามเราได้ที่