รัฐบาลแจง สมช. เคาะยกเลิก MOU 44 ยึดกรอบกฎหมายสากล UNCLOS แทน ด้านกองทัพเรือย้ำไม่กระทบภารกิจปกป้องอธิปไตย
วันนี้ (25 เมษายน) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้มีมติให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเล (MOU 44) โดยปรับเปลี่ยนแนวทางไปใช้กลไกของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) เข้ามาเป็นกรอบหลักในการดำเนินการเจรจาแทน
ซึ่งในประเด็นนี้ กองทัพเรือได้ออกมาชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่า การยกเลิกบันทึกความเข้าใจดังกล่าว จะไม่เป็นข้อจำกัดหรือส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงทางทะเลของประเทศไทยแต่อย่างใด
ด้าน พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า MOU 44 นั้น มีสถานะเป็นเพียงกลไกหรือกรอบในการเจรจาระหว่างรัฐเท่านั้น มิใช่ข้อจำกัดต่อการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงทางทะเลของกองทัพ ดังนั้น ไม่ว่ากรอบความร่วมมือดังกล่าวจะมีอยู่ ถูกปรับเปลี่ยน หรือสิ้นสุดลง กองทัพเรือก็ยังคงดำรงภารกิจหลักในการปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างเต็มขีดความสามารถ โดยจะไม่มีการลดระดับความเข้มข้นของการปฏิบัติการลงแต่อย่างใด
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองทัพเรือได้ดำเนินการรายงานความคืบหน้าและสถานการณ์ต่อนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความพร้อมของกำลังรบทางเรือ การลาดตระเวน และการเฝ้าระวังในพื้นที่ทางทะเลที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยยึดหลักการปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ รัดกุม เพื่อป้องกันมิให้เกิดสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
ในขณะเดียวกัน กองทัพเรือยังคงยึดมั่นในแนวทางปฏิบัติแบบสันติวิธีและไม่ยั่วยุ แต่พร้อมที่จะตอบสนองต่อทุกสถานการณ์ที่อาจเข้ามากระทบต่ออธิปไตยของชาติได้อย่างทันท่วงทีและเหมาะสม
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงบทบาทของการใช้กฎหมายทางทะเลในระยะต่อไปว่า กองทัพเรือจะเข้ามาเป็นหน่วยงานสำคัญในการทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ แผนที่ ตลอดจนข้อเท็จจริงเชิงเทคนิคต่างๆ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้ตามหลักสากล
ทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการเจรจาของภาครัฐดำเนินไปอย่างมีความชัดเจน โปร่งใส และสามารถรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน