โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลแจง สมช. เคาะยกเลิก MOU 44 ยึดกรอบกฎหมายสากล UNCLOS แทน ด้านกองทัพเรือย้ำไม่กระทบภารกิจปกป้องอธิปไตย

THE STANDARD

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
รัฐบาลแจง สมช. เคาะยกเลิก MOU 44 ยึดกรอบกฎหมายสากล UNCLOS แทน ด้านกองทัพเรือย้ำไม่กระทบภารกิจปกป้องอธิปไตย

วันนี้ (25 เมษายน) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้มีมติให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเล (MOU 44) โดยปรับเปลี่ยนแนวทางไปใช้กลไกของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) เข้ามาเป็นกรอบหลักในการดำเนินการเจรจาแทน

ซึ่งในประเด็นนี้ กองทัพเรือได้ออกมาชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่า การยกเลิกบันทึกความเข้าใจดังกล่าว จะไม่เป็นข้อจำกัดหรือส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงทางทะเลของประเทศไทยแต่อย่างใด

ด้าน พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า MOU 44 นั้น มีสถานะเป็นเพียงกลไกหรือกรอบในการเจรจาระหว่างรัฐเท่านั้น มิใช่ข้อจำกัดต่อการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงทางทะเลของกองทัพ ดังนั้น ไม่ว่ากรอบความร่วมมือดังกล่าวจะมีอยู่ ถูกปรับเปลี่ยน หรือสิ้นสุดลง กองทัพเรือก็ยังคงดำรงภารกิจหลักในการปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างเต็มขีดความสามารถ โดยจะไม่มีการลดระดับความเข้มข้นของการปฏิบัติการลงแต่อย่างใด

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองทัพเรือได้ดำเนินการรายงานความคืบหน้าและสถานการณ์ต่อนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความพร้อมของกำลังรบทางเรือ การลาดตระเวน และการเฝ้าระวังในพื้นที่ทางทะเลที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยยึดหลักการปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ รัดกุม เพื่อป้องกันมิให้เกิดสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

ในขณะเดียวกัน กองทัพเรือยังคงยึดมั่นในแนวทางปฏิบัติแบบสันติวิธีและไม่ยั่วยุ แต่พร้อมที่จะตอบสนองต่อทุกสถานการณ์ที่อาจเข้ามากระทบต่ออธิปไตยของชาติได้อย่างทันท่วงทีและเหมาะสม

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงบทบาทของการใช้กฎหมายทางทะเลในระยะต่อไปว่า กองทัพเรือจะเข้ามาเป็นหน่วยงานสำคัญในการทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ แผนที่ ตลอดจนข้อเท็จจริงเชิงเทคนิคต่างๆ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้ตามหลักสากล

ทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการเจรจาของภาครัฐดำเนินไปอย่างมีความชัดเจน โปร่งใส และสามารถรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...