ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะลุ 116 ดอลลาร์ หลังเหตุอิหร่านตีกาตาร์
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งทะลุ 116 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาก๊าซในยุโรปทะยานสูงขึ้น หลังเกิดเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในกาตาร์และอิหร่าน
วันที่ 19 มีนาคม 2569 - สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ภายหลังจากเกิดเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานที่สำคัญในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลให้เกิดความกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับภาวะขาดแคลนอุปทานพลังงานในระดับโลก
ทางการกาตาร์เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่านได้สร้างความเสียหายต่อโรงงานส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่สำคัญ โดยการปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่รัฐบาลกรุงเตหะรานได้ออกคำเตือนก่อนหน้า เกี่ยวกับการโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานในประเทศกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเป็นการตอบโต้กรณีที่อิสราเอลได้ปฏิบัติการทิ้งระเบิดใส่โรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติในประเทศอิหร่าน
ความเคลื่อนไหวของราคาพลังงานในตลาดโลก
สถานการณ์ความขัดแย้งที่ลุกลามส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดซื้อขายล่วงหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent): สัญญาซื้อขายล่วงหน้าส่งมอบเดือนพฤษภาคม ปรับตัวสูงขึ้น 8% แตะระดับ 116.2 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
- น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI): ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.4% อยู่ที่ 97.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
- ก๊าซธรรมชาติในยุโรป (TTF): ราคาซื้อขายที่ศูนย์ซื้อขายก๊าซ Dutch Title Transfer Facility (TTF) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของยุโรป พุ่งสูงขึ้นถึง 21% มาอยู่ที่ 66.3 ยูโร (ประมาณ 75.9 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง
- ก๊าซธรรมชาติสหรัฐฯ: ปรับตัวสูงขึ้น 4% ซื้อขายที่ระดับ 3.19 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู
- น้ำมันเบนซิน (Nymex RBOB): สัญญาซื้อขายล่วงหน้าส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 4.6% แตะระดับ 3.24 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี
รัฐบาลกาตาร์ระบุว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านส่งผลให้เกิด "ความเสียหายเป็นวงกว้าง" ต่อเขตอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน (Ras Laffan Industrial City) ซึ่งเป็นแหล่งส่งออกก๊าซ LNG ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้าน บริษัทกาตาร์เอนเนอร์ยี่ (QatarEnergy) ได้เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ได้มีการส่งทีมกู้ภัยเข้าควบคุมเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นภายในเขตอุตสาหกรรมดังกล่าวแล้ว และยืนยันว่าไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยในเวลาต่อมา กระทรวงมหาดไทยของกาตาร์แถลงว่าสามารถควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้ไว้ได้ในที่สุด
กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ได้ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีในครั้งนี้ว่าเป็นการ"ยกระดับความขัดแย้งที่อันตราย" และเป็นการ "ละเมิดอธิปไตยอย่างร้ายแรง" พร้อมทั้งเตือนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสั่นคลอนความมั่นคงแห่งชาติและเสถียรภาพของภูมิภาค โดยกาตาร์ยืนยันสิทธิในการตอบโต้ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ประเทศซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ประกาศยกระดับการเฝ้าระวังขั้นสูงสุดภายหลังจากอิสราเอลเข้าโจมตีโรงงานก๊าซของอิหร่าน
ทั้งนี้ กาตาร์ได้ระงับการผลิตก๊าซ LNG มาตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม หลังจากที่ถูกโจมตีด้วยโดรนจากอิหร่านในเขตอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน และเมซาอีด โดยกาตาร์ถือเป็นผู้ส่งออกก๊าซ LNG รายใหญ่อันดับสองของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา และมีสัดส่วนการส่งออกเกือบ 1 ใน 5 ของปริมาณการขนส่งทั่วโลกตามข้อมูลจาก Kpler
การยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในตะวันออกกลางมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิด"ภาวะช็อกด้านอุปทาน" (Supply Shock) ที่รุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อการสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 20% ของโลก กำลังถูกปิดกั้นเป็นส่วนใหญ่
นายทอม โคลซา ที่ปรึกษาอาวุโสด้านพลังงานจาก Gulf Oil ให้ความเห็นว่า ตลาดอาจเข้าสู่สถานการณ์ที่ "ไม่อาจคาดเดาได้" หากความขัดแย้งขยายตัวออกนอกภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย และเริ่มมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอื่น เช่น ยุโรป หรือ สหรัฐอเมริกา โดยระบุว่า "หากอิหร่านพุ่งเป้าไปยังโรงกลั่นในรอตเทอร์ดามหรือสถานประกอบการในสหรัฐฯ เมื่อนั้นราคาพลังงานอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงจนถึงระดับวิกฤต (Apocalyptic)"
นายแดน พิกเคอริง ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Pickering Energy Partners ชี้ให้เห็นว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากปัญหา "ห่วงโซ่อุปทาน" ไปสู่ปัญหา "ตัวอุปทาน" โดยตรง ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากการแก้ไขปัญหาห่วงโซ่อุปทานสามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่หากความสามารถในการผลิตก๊าซ LNG หรือน้ำมันลดลง และปริมาณสินค้าหายไปจากระบบจนไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ตามปกติ สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นการยกระดับวิกฤตการณ์ที่รุนแรงและส่งผลกระทบต่อโครงสร้างราคาและความเสี่ยงในระดับที่โมเดลการคำนวณแบบเดิมไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป
อ้างอิง : cnbc.com