โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สับสน-ย้อนแย้ง เปิดคำให้การหัวหน้าข่าวกรองสหรัฐฯ ปมสงครามอิหร่าน

PPTV HD 36

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ผอ.สำนักงานข่าวกรองสหรัฐฯ ผอ.ซีไอเอ และ ผอ.เอฟบีไอ ให้การต่อวุฒิสภาสหรัฐฯ เกี่ยวกับการโจมตีอิหร่าน พบคำให้การสับสน-ย้อนแย้งกับ “ทรัมป์”

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์ให้การต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เริ่มสงครามกับอิหร่านเมื่อเกือบ 3 สัปดาห์ก่อน

เจ้าหน้าที่เหล่านั้น รวมถึงผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ทุลซี แกบบาร์ด ผู้อำนวยการซีไอเอ จอห์น แรตคลิฟฟ์ และผู้อำนวยการเอฟบีไอ แคช พาเทล ให้การต่อหน้าคณะกรรมการข่าวกรองวุฒิสภา ซึ่งพวกเขาถูกซักถามเกี่ยวกับคำกล่าวอ้างที่สับสนและขัดแย้งกันของรัฐบาลเกี่ยวกับสงครามกับอิหร่านและข้อมูลข่าวกรองที่เกี่ยวข้อง

การให้การดังกล่าวเกิดขึ้น 1 วันหลังจากที่ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ โจ เคนต์ ประกาศลาออกเนื่องจากคัดค้านสงคราม พร้อมชี้ว่า รัฐบาลทรัมป์โกหกว่า อิหร่านเป็นภัยคุกคามในทันที (imminent threat)

ขีดแย้งกับคำกล่าวอ้างของ “ทรัมป์”

ปรากฏว่า คำให้การของพวกเขา ขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของทรัมป์และรัฐบาลซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือไม่สามารถหาหลักฐานมาสนับสนุนได้

เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทรัมป์กล่าวว่า “อิหร่านพยายามที่จะสร้างโครงการนิวเคลียร์ขึ้นใหม่” หลังจากสงคราม 12 วันเมื่อเดือน มิ.ย. 2025 และเขากล่าวในสุนทรพจน์แถลงนโยบายประจำปีเมื่อเดือน ก.พ. ว่าอิหร่านกำลัง “เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด”

สตีฟ วิตคอฟฟ์ ที่ปรึกษาของทำเนียบขาว กล่าวเพิ่มเติมว่า “น่าจะเหลือเวลาอีกเพียง 1 สัปดาห์ อิหร่านก็จะมีวัตถุดิบสำหรับทำระเบิดนิวเคลียร์ในระดับอุตสาหกรรม” และทำเนียบขาวได้อ้างถึง “ภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ที่ใกล้เข้ามา”

แต่ในคำแถลงของแกบบาร์ดกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

เธอกล่าวว่า “ผลจากปฏิบัติการมิดไนต์แฮมเมอร์ในเดือน มิ.ย. 2025 โครงการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกทำลายลงแล้ว นับตั้งแต่นั้นมาไม่มีความพยายามใด ๆ ที่จะสร้างความสามารถในการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ขึ้นใหม่”

ที่น่าสังเกตคือ แกบบาร์ดไม่ได้อ่านส่วนนี้ของคำแถลง เมื่อถูกถามถึงเหตุผล เธอกล่าวว่าเป็นเพราะเวลาของเธอกำลังจะหมด

เมื่อถูกถามโดยวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต จอน ออสซอฟฟ์ จากรัฐจอร์เจีย ว่านั่นยังคงเป็นการประเมินของหน่วยข่าวกรองอยู่หรือไม่ เธอกล่าวว่า “ใช่”

นอกจากนี้ ในสุนทรพจน์แถลงนโยบายประจำปีของประธานาธิบดีทรัมป์ เขายังอ้างว่าอิหร่านกำลังสร้างขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ที่จะสามารถโจมตีสหรัฐฯ ได้ในไม่ช้า

แต่นั่นไม่ตรงกับข้อมูลหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ แถลงการณ์ของแกบบาร์ดได้ย้ำการประเมินก่อนหน้านี้ว่า “อิหร่านสามารถใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่เพื่อเริ่มพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีปที่ใช้งานได้จริงทางการทหารก่อนปี 2035 หากอิหร่านพยายามที่จะพัฒนาขีดความสามารถนั้น”

แกบบาร์ดกล่าวว่าการประเมินนั้นจะได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้นโดยคำนึงถึงสงครามในปัจจุบัน

เมื่อประธานคณะกรรมการข่าวกรองวุฒิสภา ทอม คอตตอน อ้างถึงการประมาณการของนักวิเคราะห์คนอื่น ๆ ว่าอิหร่านอาจมีขีปนาวุธข้ามทวีป “เพื่อคุกคามสหรัฐฯ ได้ภายในเวลาเพียง 6 เดือน” แรตคลิฟฟ์ปฏิเสธที่จะระบุช่วงเวลาที่แน่นอน

แรตคลิฟฟ์กลับกล่าวว่า คอตตอนมีเหตุผลที่จะกังวล และบอกว่า “หากปล่อยไว้โดยไม่ขัดขวาง พวกเขาก็จะมีศักยภาพในการยิงขีปนาวุธไปยังแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ”

แต่เขาไม่ได้กล่าวถึงกรอบเวลา 6 เดือน หรือคำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่ามันอาจจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้

และสุดท้าย แกบบาร์ดก็ไม่ได้สนับสนุนคำกล่าวอ้างของทรัมป์ในสัปดาห์นี้ที่ว่า ไม่มีผู้เชี่ยวชาญคนใดคาดการณ์ว่าอิหร่านจะตอบโต้การถูกโจมตีด้วยการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย อันที่จริง อิหร่านได้พูดถึงความเป็นไปได้นั้นต่อสาธารณะแล้ว และมันไม่ใช่ความลับ

เมื่อวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต รอน ไวย์เดน จากรัฐโอเรกอน ถามเกี่ยวกับคำกล่าวอ้างของทรัมป์ แกบบาร์ดหลีกเลี่ยงการตอบคำถามโดยตรง

เมื่อถูกกดดันโดยรองประธานพรรคเดโมแครต มาร์ก วอร์เนอร์ ทางแกบบาร์ดกล่าวว่า เธอ “ไม่ทราบเกี่ยวกับคำพูดเหล่านั้น” และปฏิเสธที่จะบอกว่าเธอได้แจ้งให้ทรัมป์ทราบถึงความเป็นไปได้นั้นหรือไม่ โดยอ้างว่าเป็น “การสนทนาภายใน”

อิหร่านเป็นภัยคุกคามในทันทีจริงหรือ?

เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า อิหร่านกำลังก่อให้เกิดภัยคุกคามที่ “ใกล้เข้ามา” จนจำเป็นต้องทำสงครามหรือไม่?

รัฐบาลทรัมป์ได้เสนอเหตุผลต่าง ๆ มากมายว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ซึ่งหลายเหตุผลก็ไม่ผ่านการตรวจสอบ

เคนต์กล่าวในจดหมายลาออกของเขาว่า อิหร่านไม่ได้ก่อให้เกิดภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาเช่นนั้น และหลังจากนั้น แกบบาร์ดได้ออกแถลงการณ์ที่ระมัดระวัง โดยที่เธอไม่ได้ตัดสินข้อกล่าวอ้างนั้นด้วยตนเอง แต่เธอกล่าวว่าเป็นการตัดสินใจของทรัมป์เองว่าจะพิจารณาว่าภัยคุกคามนั้น “ใกล้เข้ามา” หรือไม่

แต่เป็นสิ่งที่น่าสังเกตว่า ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติของทรัมป์เองยังปฏิเสธที่จะเรียกภัยคุกคามนั้นว่า “ใกล้เข้ามา” ไม่ว่าจะเป็นในความเห็นของเธอเองหรือของหน่วยข่าวกรอง

การให้การล่าสุดนี้ไม่ได้ให้หลักฐานมากนักว่าหน่วยข่าวกรองแสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา

คำให้การเกี่ยวกับเจตนาทางนิวเคลียร์และโครงการขีปนาวุธข้ามทวีปของอิหร่านไม่ได้บ่งชี้ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา

เมื่อออสซอฟฟ์ถามว่า ข้อมูลข่าวกรองแสดงให้เห็นถึง “ภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ที่ใกล้เข้ามา” หรือไม่ แกบบาร์ดตอบว่า “คนเดียวที่จะตัดสินได้ว่าอะไรคือภัยคุกคามและอะไรไม่ใช่ คือประธานาธิบดี”

แกบบาร์ดกล่าวเสริมว่า “ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยข่าวกรองที่จะตัดสินว่าอะไรคือภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาและอะไรไม่ใช่”

ออสซอฟฟ์ปฏิเสธจุดยืนของแกบบาร์ด โดยกล่าวว่าการตัดสินใจอย่างอิสระเช่นนั้นเป็นหน้าที่ของหน่วยข่าวกรองต่างหาก

ในการแสดงความคิดเห็นของเขาเอง แรตคลิฟฟ์ได้อ้างถึงการโจมตีชาวอเมริกันในภูมิภาคตะวันออกกล่าง และกล่าวว่ามันเป็นภัยคุกคาม “ในทันที” มานานแล้ว

แรตคลิฟฟ์กล่าวว่า “ผมคิดว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน และเป็นภัยคุกคามในทันทีในขณะนี้”

แรตคลิฟฟ์ยังถูกถามด้วยว่า เขาไม่เห็นด้วยกับเคนต์เกี่ยวกับศักยภาพของอิหร่านหรือไม่ และเขากล่าวว่า “ผมไม่เห็นด้วย”

แต่การสนทนาส่วนใหญ่ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การโจมตีของอิหร่านต่อแผ่นดินสหรัฐฯ แต่กลับมุ่งเน้นไปที่การโจมตีชาวอเมริกันในตะวันออกกลาง รวมถึงการโจมตีผ่านกลุ่มตัวแทนของอิหร่าน

ตลอดทั้งการให้การในวันที่ 18 มี.ค. ไม่มีใครกล่าวว่า “อิหร่านเป็นภัยคุกคามในทันที” ต่อสหรัฐฯ ด้วยคำพูดของพวกเขาเอง

เรียบเรียงจาก CNN

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกาะติดสงครามอิหร่าน 19 มี.ค. 69 อิสราเอล-อิหร่านเปิดฉากโจมตีแหล่งพลังงาน!

“ทรัมป์” ไม่อยากให้ยิงโครงสร้างพลังงาน-ของบกลาโหมเพิ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สับสน-ย้อนแย้ง เปิดคำให้การหัวหน้าข่าวกรองสหรัฐฯ ปมสงครามอิหร่าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...