โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ชาวนา ฝาก “อนุทิน” เร่งแก้น้ำมันขาด-ปุ๋ยแพง อ้อนประกันข้าวเปลือกตันละ 11,000 บาท

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 19 มีนาคม 2569 ในการการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผลที่ประชุมนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับเสียงสนับสนุนโหวตให้เป็นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 จำนวน 293 คะแนน

นายธีรสินทร์ ธนชวโรจน์ เกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขอแสดงความยินดีกับนายอนุทิน ที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อจากช่วงรัฐบาลรักษาการ ก็มั่นใจว่าจะเข้าใจปัญหาดี สิ่งที่อยากให้นายกรัฐมนตรีช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาผู้เพาะปลูกข้าว ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโลก เรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง และปุ๋ยเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ในสภาวะราคาข้าวตกต่ำ

ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้ภาครัฐดำเนินนโยบายประกันรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง รอบฤดูกาลผลิต ปี2568/69 ในอัตรา 11,000บาท ตัน จำนวน 30 ตันต่อครัวเรือน ที่จะทำการเก็บเกี่ยวในปลายเดือนมีนาคม - เมษายน 2569 เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าให้เกษตรกร ในสถานการณ์วิกฤตโลก พร้อมทั้งเร่งควบคุมปัจจัยการผลิตอย่างเข้มงวด เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุนการผลิตให้พี่น้องเกษตรกรไทยอันเป็นการช่วยเหลือให้ภาคเกษตรกรรมได้ฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ด้วย

ด้านนายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ ที่ปรึกษาสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวถึงสถานการณ์ความเดือดร้อนของเกษตรกรในขณะนี้ว่า กำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนน้ำมันอย่างหนัก ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้างทุกอาชีพไม่ต่างจากกลุ่มรถบรรทุกที่ออกมาเคลื่อนไหว โดยเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องพึ่งพา "ปั๊มหลอด" หรือปั๊มน้ำมันขนาดเล็กตามหมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบันน้ำมันขาดแคลนจนต้องหยุดให้บริการ

"ปัญหาคือปั๊มที่อยู่ไกลจากตัวเมือง ตามหมู่บ้านเป็นปั๊มหลอด พอไม่มีน้ำมันเขาก็ต้องหยุด ทุกคนก็ต้องแห่กันเข้าเมืองไปจังหวัดใหญ่ ๆ วิ่งรถไป 20-30 กิโลเมตรเพื่อหาเติมน้ำมัน ซึ่งน้ำมันที่เสียไปกับที่ได้มาคุ้มหรือเปล่าก็ไม่รู้"

นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า วิกฤตน้ำมันในครั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อเครื่องจักรกลการเกษตรและระบบโลจิสติกส์อย่างรุนแรง โดยรถเกี่ยวนวดข้าวขาดแคลนน้ำมันสำหรับการทำงาน ขณะที่รถขนส่งข้าวเปลือกและข้าวสารต้องเผชิญกับรอบการวิ่งที่ยืดเยื้อออกไปอีก 3-4 ชั่วโมง เนื่องจากต้องไปจอดรอคิวเติมน้ำมัน

ทั้งนี้ นายเกรียงศักดิ์ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีความยากลำบากกว่าช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน เพราะในขณะนั้นแม้น้ำมันจะมีราคาแพงแต่ยังมีน้ำมันให้เติมโดยไม่ต้องรอคิว แต่ปัจจุบันคือปัญหาการไม่มีน้ำมันให้เติมจนกลายเป็นภาระหนักของรัฐบาลในการเร่งแก้ไข อย่างไรก็ตาม ความหวังของเกษตรกรอยู่ที่วันที่ 20 มีนาคมนี้ ซึ่งตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ระบุว่ากลุ่มเกษตรกรเป็นหนึ่งใน "กลุ่มเปราะบาง" ที่จะได้รับการช่วยเหลือ

โดยทางสมาคมฯ กำลังติดตามแนวทางการเสนอความช่วยเหลือเพื่อให้สอดรับกับมาตรการรัฐ เช่น การใช้เครือข่ายสหกรณ์การเกษตรที่มีอยู่ทั่วประเทศและมีสถานีบริการน้ำมันบางจากในสังกัด เพื่อเป็นช่องทางในการกระจายน้ำมันให้ถึงมือเกษตรกรและลดความแออัดในพื้นที่เมือง

สอดคล้องกับนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ที่กล่าวว่า ในช่วงนี้ข้าวนาปรังของชาวนาได้ทยอยเก็บเกี่ยวแล้ว แต่รถเกี่ยวไม่สามารถมาได้ เนื่องจากอ้างว่าไม่มีน้ำมัน ทำให้หลายจังหวัดเริ่มออกมากดดันให้สมาคมเคลื่อนไหว เพื่อกดดันรัฐบาลด้วยวิธีที่รุนแรงนั้น ซึ่งได้ให้คำแนะนำว่าไม่ควรใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา เพราะตอนนี้ทุกๆ อาชีพเดือดร้อนเหมือนกันหมด รัฐบาลกำลังทำการบ้านอย่างหนัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...