BKIพุ่งชนเป้าหมายปีนี้โต4% ผถห.ปลื้ม BKIHปันผลรวม17.50บ.
#BKIH #ทันหุ้น – BKIบริษัทลูกของ BKIHพร้อมขับเคลื่อนการเติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอน ตั้งเป้าขยายตัว 4%เบี้ยรับรวม 32,600ล้านบาท แผนโตผ่านตลาดประกันรถยนต์ และประกันวิศวกรรม ขณะที่ผลงาน ปี 2568BKIH โดดเด่น ทำกำไรสุทธิกว่า 3,135ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2.2% พร้อมจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีหุ้นละ 17.50บาท
ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI มองว่า ความท้าทายจากสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดยังคงมีต่อเนื่องในปี2569 ทั้งจากภัยธรรมชาติที่ไม่คาดคิด และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก แต่กระนั้นในปีนี้บริษัทก็ยังคงตั้งเป้าในการเติบโตที่ระดับ 4% เป็นเบี้ยรับรวม 32,600 ล้านบาท
*เป้าหมายโต 4%
“ในปีที่ผ่านมาผลงานของเบี้ยรวมเราถือว่าทรงตัวไม่ได้เติบโตมากเพราะเราต้องการเน้นบรรทัดสุดท้ายออกมาดี นั่นคือกำไรซึ่งก็เป็นไปตามที่คาดหวัง ขณะเดียวกันสถานการณ์ความเวี่ยงต่างๆในปีนี้ก็ยังมีความไม่แน่นอนเหมือนปีก่อน แต่เราต้องเติบโต เพราะไม่เช่นนั้นเราก็จะไม่มีลูกค้า หรือเบี้ยต่ออายุเพิ่มเข้ามา ซึ่งนั่นทำให้เราตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 4%”
ปัจจัยที่จะทำให้เราเติบโนภายใต้สถานการ์ที่อาจไม่เอื้อมากนักหลัง โดยเฉพาะเมื่อเกิดการรบกันในตะวันออกกลางตั้งแต่ต้นปี ดร.อภิสิทธิ์ มองว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซ สร้างผลกระทบถ้วนหน้า ทั้งระดับเศรษฐกิจภาพรวม ธุรกิจ SME และประชาชนทั่วไป ที่อาจได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันขึ้น และนำไปสู่เงินเฟ้อที่ปรับตัวขึ้นจนกดดันกำลังซื้อ โดยเฉพาะกับภาคครัวเรือนไทยที่ค่อนข้างเปราะบางจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง
*ประกันรถเน้นงานต่ออายุ
ดร.อภิสิทธิ์ กล่าวต่อถึงแผนกลยุทธ์ ปี 2569 ว่าจะเดินหน้าเติบโตในส่วนของประกันรถยนต์ แต่ทั้งนี้จะไม่ได้ลงไปแข่งขันในเรื่องของราคา โดยจะเน้นรับงานในส่วนของประกันรถงานต่ออายุสำหรับรถที่ทำประกันในปีที่ 2 หรือ 3 มากกว่าเน้นรถใหม่ป้ายแดง เนื่องจากรถใหม่ป้ายแดงโดยมากจะซ่อมศูนย์ซึ่งทำให้อัตราค่าสินไหมอยู่ในระดับสูงและอาจกระทบต่อกำไรจากการรับประกัน อย่างไรก็ตามจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันเชื่อว่า ยอดขายรถใหม่อาจไม่ได้เติบโตสูงมาก
“โดยเฉพาะรถไฟฟ้า หรือ EV น่าจะทำราคาเพื่อกระตุ้นยอดขายแบบปีที่ผ่านมาไม่ได้แล้ว คาดว่าต้นทุนของรถยนต์EV ไม่น่าจะต่ำกว่านี้เนื่องจากแร่แรร์เอิร์ทที่สำคัญในการผลิตแบตล้วนราคาปรับตัวขึ้นสูงในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งจากจีนที่ต้องการจำกัดการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ เพื่อตอบโต้สหรัฐในเรื่องของกำแพงภาษี”
นอกจากนี้ก็มีโอกาสขยายตัวในส่วนของ ประกันภัยทางวิศวกรรม ซึ่งมาจากการลงทุนในโรงการก่อสร้างต่างๆ ทั้งจากเอกชนและภาครัฐ โดยในส่วนของเอกชนจะเป็นการลงทุนใน DATA CENTER ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ ขณะที่โครงการภาครัฐก็ยังคงมีอยู่บ้างเช่น โครงการขยายรถไฟฟ้าสายสีส้ม โครงการทางด่วน 2 ชั้น เป็นต้นที่ยังคงมีการลงทุนต่อเนื่อง
ผลการดำเนินงานของ BKIH ในปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.) มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.03 และมีกำไรสุทธิ 3,135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2.2 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 29.45 บาท
*ปันผลเพิ่มขึ้น
สำหรับการจัดสรรเงินปันผลในปี 2568 บริษัทจัดสรรเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว อัตราหุ้นละ 11.25 บาท และในงวดสุดท้ายของปี 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเสนอให้จ่ายเงินปันผล หุ้นละ 6.25 บาท รวมจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 17.50 บาท โดยมีอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ร้อยละ 5.8 และคิดเป็นร้อยละ 59.4 ของกำไรสุทธิต่อหุ้น
*BKIH มีรายได้ 31,350.7ล้านบ.
ในส่วนของบริษัท BKI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักของ BKIH ในปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.) มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท และแม้ต้องเผชิญกับมหันตภัยใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินที่รับประกันภัยจากภัยแผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้
กอปรกับมีต้นทุนการซื้อประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับมหันตภัย กรุงเทพประกันภัยยังสามารถสร้างผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 3,121.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 และถือเป็นการทำกำไรสุทธิที่ทำลายสถิติเดิม โดยคิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานที่ 29.32 บาท และได้รับการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินที่แข็งแกร่ง Credit Rating ระดับ A- (Stable) อย่างต่อเนื่อง จากสถาบันการจัดอันดับทางการเงินชั้นนำของโลก Standard & Poor’s (S&P)