เปิดมุมมองกูรู ทำไมทรัมป์'เลื่อนถล่ม'โรงไฟฟ้าอิหร่าน
แหล่งข่าวในตะวันออกกลางสองรายเผยกับรอยเตอร์ว่า อิหร่านส่งสัญญาณเตือนไปยังรัฐบาลประเทศอ่าวเปอร์เซีย ผ่านคนกลางอาหรับว่า หากสหรัฐโจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่าน พันธมิตรอ่าวเปอร์เซียจะถูกตอบโต้อย่างไม่ยั้งมือ
“ทรัมป์ คำนวณผิดอย่างมาก ตอนที่เขาบอกว่า คุณมีเวลา 48 ชั่วโมงต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ” อลัน อาย อดีตนักการทูตสหรัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์
“เมื่อชัดเจนว่า อิหร่านเอาจริงจะตอบโต้ด้วยการโจมตีระบบพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย ทรัมป์ก็ถอย”
อเล็กซ์ วาตันกา จากสถาบันตะวันออกกลาง กล่าวว่า เตหะรานทำให้ ทรัมป์ ประหลาดใจด้วยความสามารถในการยืนหยัดต่อสู้ และยินดียกระดับความขัดแย้งโดยไม่ออมมือ“พวกเขาแสดงให้เห็นว่าไม่มีข้อจำกัด ไม่มีอุปสรรค ไม่มีการยับยั้งใดๆ”
เอ็บเตซัม อัล-เคตบี ประธานศูนย์นโยบายเอมิเรตส์ มองว่า การที่ทรัมป์หยุดชั่วคราวชี้ให้เห็นถึงสองแนวทางที่เป็นไปได้
แนวทางแรกในเชิงยุทธวิธี เป็นการซื้อเวลาเพื่อวางกำลังให้เสร็จสมบูรณ์ทดสอบการตอบโต้ของอิหร่าน และออกคำเตือนครั้งสุดท้ายก่อนการโจมตีครั้งใหญ่กว่าเดิม แนวทางที่สองคือเชิงยุทธศาสตร์ใช้การลดความตึงเครียดเพื่อเตรียมพื้นฐานสำหรับข้อตกลงที่กว้างขึ้น รวมถึงการกำหนดกฎเกณฑ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียขึ้นใหม่
ไม่ว่าในกรณีใด นักวิเคราะห์รายนี้กล่าวว่า สงครามยังไม่สิ้นสุด เพียงแต่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองเท่านั้น
ส่วนรัฐอ่าวเปอร์เซียก็ถูกทิ้งให้แบกรับความเสียหายราคาแพง
“ถ้าผมเป็นผู้นำอ่าว ผมคงโกรธ พวกเขาต้องอยู่กับความเสี่ยงมโหฬารโดยไม่ได้ยินยอม ความเสียหายสี่สัปดาห์อาจต้องใช้เวลาแก้ไขหลายปี” วาตันกาให้ความเห็น
เหล่านักวิเคราะห์กล่าวว่า ทรัมป์ประเมินผิดทั้งในแง่ความอึดของอิหร่านและขนาดความเสียหายในภูมิภาคและโลก
เขาคาดการณ์ว่า เตหะรานจะอ่อนแอ แตกแยก หรือถูกป้องปรามเกินกว่าจะตอบโต้ด้วยกำลัง แต่กลับต้องเผชิญกับการยกระดับความขัดแย้งแบบอสมมาตรสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อพันธมิตรของสหรัฐและเศรษฐกิจโลก
ผลที่ตามมาคือการพลิกผันอย่างที่ทรัมป์ทำเป็นประจำโดยใช้ถ้อยคำที่แข็งกร้าวควบคู่กับการยืดเวลา การรักษาทางเลือกของเขาไว้หมายถึงการไม่ยกระดับความขัดแย้ง ที่อาจเปลี่ยนความแข็งแกร่งให้กลายเป็นหลุมพรางของประธานาธิบดี
นักวิเคราะห์มองว่า ปัญหาที่ลึกกว่านั้นคือ อิหร่านได้ทำหลายสถานภาพเดิมที่ทรรัมป์เชื่อว่าเขาอาจเปลี่ยนแปลงได้ อิหร่านบอบช้ำแต่ไม่แตก พร้อมได้บทเรียนว่า การป้องปรามใช้ได้ผล ขณะนี้รัฐบาลเตหะรานประเมินสถานการณ์ทั้งจากความมั่นใจและความกลัวว่า ทำสงครามแล้วต้องได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ไม่เช่นนั้นแล้วต้องถูกลากกลับไปทำสงครามอีก
สำหรับทรัมป์ ข้อตกลงใดๆ จะแคบลง มีต้นทุนมากขึ้น และยากจะยอมรับได้กว่าที่เขาต้องการ
“อิหร่านรู้สึกฮึกเหิมระคนหวาดกลัว”
“พวกเขาได้รับความเสียหาย ถูกทำลายล้างเสียชีวิตไปมากและไม่ต้องการให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก แต่พวกเขาไม่สามารถกลับไปสู่สถานการณ์เดิมได้” อายกล่าว เพราะอิสราเอลจะ “โจมตี” อีกครั้งอย่างแน่นอน