YLG แนะเปิดสถานะขายทอง หากราคาดีดไม่ผ่าน 4,335 ดอลลาร์
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง ประจำวันที่ 24 มีนาคม 2026
สภาวะตลาดในวันนี้ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 4,100-4,525 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 66,600 บาทต่อบาททองคำ ราคาลดลง 3,850 บาท จากราคาวันก่อนหน้าที่ระดับ 70,450 บาท
ปัจจัยพื้นฐาน
วันจันทร์เปิดมาราคาทองคำร่วงลงแรงไปสู่ 4,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหลักๆที่กดดันราคาทองตอนนี้จะมีอยู่ 2 ปัจจัย 1.สงครามความไม่สงบระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน รวมถึงมีแนวโน้มจะขยายวงกว้างไปสู่ชาติพันธมิตรของสหรัฐฯด้วย เมื่อวันเสาร์อาทิตย์มีการแถลงของทรัมป์ที่กล่าวว่าจะถล่มโรงไฟฟ้าอิหร่านให้พินาศ หากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซใน 48 ชม. นั่นทำให้ทางอิหร่านออกมาตอบโต้ในทันทีว่า ถ้าสหรัฐกล้าทำเช่นนั้น อิหร่านจะถล่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน-น้ำจืดทั่วภูมิภาคทั้งสหรัฐและชาติพันธมิตร ทำให้บรรยากาศตึงเครียดมากขึ้น 2.การที่ Fed และธนาคารกลางประเทศต่างๆคงอัตราดอกเบี้ยฯและส่งสัญญาณเข้มงวดทางการเงินเพิ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนนั้น ยังคงมี Effect กับราคาทองคำตกค้างอยู่ในปัจจุบัน ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ราคาพลังงานสูงขึ้น กระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้อ และดอลล่าร์สหรัฐฯกับ Bond Yield ยังคงอยู่ในระดับที่สูง
เหล่านี้เป็นเหตุที่ทำให้ราคาทองในวันนี้ร่วงลงอย่างรวดเร็ว และได้เปลี่ยนโฟกัสของตลาดจากการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยไปสู่มุมมองมหภาค โดย BMI ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ Fitch Solutions ระบุว่า การแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์และความเป็นไปได้ที่เฟดจะไม่ลดดอกเบี้ย อาจกดดันราคาทองคำต่อเนื่อง นอกจากนี้ CNBC รายงานว่านักลงทุนบางส่วนเริ่มหันไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลซึ่งให้ผลตอบแทนมากขึ้นแทนทองคำ ขณะที่ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ชี้ว่าตลาดเริ่มให้น้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าการลดดอกเบี้ยภายในปี 2569 ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามพัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาพลังงาน และท่าทีของเฟดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดแนวโน้มเงินเฟ้อ ค่าเงินดอลลาร์ และทิศทางราคาทองคำในระยะถัดไป
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน
- สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เปิดสถานะขาย หากราคาดีดไม่ผ่าน 4,335 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- หากผ่าน 4,335 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ชะลอไปขายบริเวณ 4,540-4,672 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ตัดขาดทุนหากราคาดีดผ่าน 4,672 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ซื้อคืนสถานะขาย หากราคาไม่หลุด 4,098-3,993 ดอลลาร์ต่อออนซ์