นักลงทุนโลกเทขาย “หุ้นเอเชีย” 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์ หนีความเสี่ยงน้ำมันพุ่ง เงินไหลสูงสุดในรอบ 15 ปี
นักลงทุนโลกเทขาย "หุ้นเอเชีย" ไม่รวมจีน กว่า 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์ หนีความเสี่ยงน้ำมันพุ่ง เงินไหลสูงสุดในรอบ 15 ปี ขณะที่ตลาดสหรัฐยังแข็งแกร่ง
วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 11.37 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่านักลงทุนต่างชาติทั่วโลกกำลังถอนเงินออกจากตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศเอเชียเกิดใหม่ ยกเว้นจีน ในระดับที่อาจสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังสร้างความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของภูมิภาค
ข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg ระบุว่า นักลงทุนต่างชาติได้ขายหุ้นเอเชียไปแล้วประมาณ 52,000 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่สงครามในอิหร่านเริ่มต้นขึ้น ทำให้เดือนนี้มีแนวโน้มจะเป็นเดือนที่มีเงินไหลออกจากตลาดหุ้นเอเชียมากที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลในปี 2552 โดยตลาดที่ถูกขายมากที่สุดคือประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก เช่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ และอินเดีย
ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงกำลังกดดันเศรษฐกิจของประเทศที่นำเข้าพลังงานสุทธิ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเอเชีย โดยเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นในเดือนนี้ สูงกว่าช่วงวิกฤตโควิดในเดือนมีนาคม 2563 และยังมากกว่า สองเท่าของช่วงสงครามยูเครนในเดือนมิถุนายน 2565
Gary Tan ผู้จัดการกองทุนจาก Allspring Global Investments กล่าวว่า ขณะนี้นักลงทุนกำลังย้ายเงินลงทุนระยะสั้นไปยังตลาดที่ได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงด้านพลังงานตะวันออกกลางน้อยกว่า และแนวโน้มนี้อาจดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์อิหร่าน
เขายังระบุว่า เอเชียคิดเป็นประมาณ 80% ของความต้องการใช้น้ำมันดิบที่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ดังนั้น หากเส้นทางนี้เกิดการหยุดชะงัก จะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียมากกว่าภูมิภาคอื่น
ในเดือนนี้ ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวอ่อนแอและให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งยังค่อนข้างแข็งแกร่ง เนื่องจากสหรัฐเป็นประเทศ ผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดหุ้นเอเชีย
นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ยังแนะนำให้นักลงทุน ขายทำกำไรหุ้นเอเชีย โดยระบุว่าภูมิภาคนี้มีความเปราะบางต่อความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมัน
ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับโอกาสการหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่าน แม้ว่าสหรัฐจะยืนยันว่าการเจรจายังคงดำเนินอยู่ แต่ทางอิหร่านได้ปฏิเสธข้อเสนอเจรจาจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
อ้างอิง : bloomberg.com