" 6 พรรค" ผนึกกำลังชงญัตติกู้วิกฤตพลังงาน "โรม-มาร์ค" บี้นายกฯอนุทิน แจงปมน้ำมันแพง "เอกนัฏ" เตือนสติรมว.ใหม่ อย่ากลัวเจ้าหน้าที่จนลืมปชช.
">
เปิดฉากสภาฯ ยุคนายกฯ "อนุทิน" ฝ่ายค้านและรัฐบาลแท็กทีมจี้แก้ปัญหาน้ำมัน "รังสิมันต์-อภิสิทธิ์" ประสานเสียงเรียกผู้นำแจงด่วนสร้างความเชื่อมั่น ด้าน "เอกนัฏ" รีดข้อมูลโรงกลั่นแฉความผิดปกติโควตาน้ำมันปั๊มหาย พร้อมฝากบทเรียนล้ำค่าถึง รมว.พลังงานคนใหม่ "ต้องมีเจตจำนงทางการเมืองและกล้าหาญ" อย่าตกหลุมพรางข้อมูลข้าราชการ
วันที่ 25 มี.ค.2569 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมที่ประชุมได้รับรับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี
จากนั้นได้หารือถึงกรอบเวลาการประชุมสภาฯ ในแต่ละสัปดาห์ ที่ประชุมเห็นตรงตามข้อเสนอของนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอให้มีการประชุมสภาฯ สัปดาห์ละ 2 วัน คือ วันพุธ และวันพฤหัสบดี เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. และในแต่ละเดือนให้เพิ่มการประชุมสภาฯในวันศุกร์ 1-2 ครั้ง เพื่อเร่งพิจารณากฎหมาย
ต่อมาเวลา 10.00 น.ที่ประชุมสภาฯได้พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาถึงแนวทางรับมือวิกฤติตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย มีสส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ร่วมเสนอญัตติด่วน 6 คนได้แก่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายวีระยุทธ กาญจนชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรคกล้าธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ
ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม และนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาให้ประชาชนรับทราบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน
แต่นายกรวีร์ ปริศนานนันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย แย้งว่า การให้นายกฯมาชี้แจงสามารถทำได้ หากประธานสภาฯอนุญาต แต่ญัตติด่วนดังล่าวจะต้องส่งให้รัฐบาลพิจารณาอยู่แล้ว ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล การให้นายกฯมาชี้แจงสามารถทำได้ในการตอบกระทู้สดอยู่แล้ว
ขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเสริมว่า ไม่สามารถบังคับให้ฝ่ายบริหารมาตอบญัตติด่วนด้วยวาจา เป็นเรื่องฝ่ายบริหารจะมาชี้แจงหรือไม่ ก่อนจะตัดบทเข้าสู่การพิจารณาญัตติด่วนต่อไป
จากนั้นนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติว่า ปัญหาขณะนี้คือ เรื่องการสื่อสารไปคนละทางจนประชาชนสับสน แม้กระทรวงพลังงานยืนยันมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบเพียงพอใช้ได้เป็นร้อยวัน โรงกลั่นเดินเครื่องเต็มสูบกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น ไม่มีลดลง น้ำมันออกจากโรงกลั่นไปถึงผู้ค้าน้ำมันปริมาณมากกว่า 77-84 ล้านลิตร แต่อดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใดปั๊มน้ำมันหลายแห่งได้รับโควตาน้ำมันน้อยลง ข้อมูลสวนทางกัน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การรวบรวมข้อมูลทุกขั้นตอนเปิดเผยให้ประชาชนรับรู้ เรื่องการผลิตน้ำมันส่งออกให้ปั๊มและผู้ประกอบการ เหตุใดไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาเปิดเผยต่อสาธารณะที่จะช่วยรักษาโรคความตื่นตระหนกประชาชนได้ หวังว่าทุกหน่วยงานจะนำเสนอข้อมูลว่า กลั่นน้ำมันเท่าไร ส่งให้ปั๊มเท่าไร เพื่อให้รัฐบาลทำงานง่ายขึ้น ถ้าสถานการณ์ยังบานปลายต้องใช้มาตรการเข้มงวดมากขึ้น ส่วนเรื่องเงินกองทุนน้ำมันที่เป็นสิ่งสะกดจิตคนไทยว่า ยังมีน้ำมันใช้ราคาถูก ขณะที่เพื่อนบ้านใช้น้ำมันลิตรละะ 50 กว่าบาท เอาเงินอนาคตมาใช้ ควรทบทวนกลไกกองทุนน้ำมันต้องใช้ชดเชยชั่วคราว ไม่ใช่ถาวร จะอยู่กับความจริงหรือโลกจินตนาการ
“วันนี้ยังไม่รู้รมว.พลังงานคนใหม่เป็นใคร แต่ขอใช้โอกาสนี้ส่งข้อความไปยังรมว.พลังงานคนใหม่ ถ้าท่านลืม ก็ฝากเพื่อนสมาชิกไปเตือนสติท่านด้วย เข้าใจว่า ปัญหาพลังงานมีคนเก่งเยอะมาก แต่คนที่จะเข้าไปทำไม่มีความกล้า พอไปดำรงตำแหน่งก็ขาดเจตจำนงทางการเมือง ขอเตือนสติท่าน อย่าฟังข้อมูลจากเจ้าหน้าที่เสนอมามากกว่าข้อมูลจากประชาชน ให้เชื่อประชาชน ตั้งใจทำงานให้ดี ใช้ความกล้าและเจตจำนงทางการเมืองมาแก้ปัญหา” นายเอกนัฏกล่าว