นายกฯ แถลงหลังประชุม ครม.นัดพิเศษ ยอมรับวิกฤตพลังงานโลกกระทบไทย ขอ ปชช.ปรับตัวรับสถานการณ์
นายกฯ แถลงหลังประชุม ครม.นัดพิเศษ ยอมรับข้อเท็จจริงวิกฤตพลังงานโลกกระทบไทย ขอประชาชนเข้าใจและปรับตัวรับสถานการณ์ ยันจะทำงานหนักเพื่อแก้ปัญหา-จะยืนอยู่ข้างประชาชน
วันที่ 6 เมษายน 2569 เวลา 22.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ นัดพิเศษ/2569 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถือเป็นการประชุมนัดแรก โดยระบุว่า เรียน พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่าน ดังเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า ได้เกิดการสู้รบในตะวันออกกลาง อันเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำคัญของโลก ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งสิ่งพลอยได้ จากการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เช่น ปุ๋ย เม็ดพลาสติกในตลาดโลก ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งต้องน้าเข้าพลังงานจากแหล่งตะวันออกกลางถึงประมาณร้อยละ 50
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นตามล้าดับ และยกระดับสู่การโจมตีแหล่งผลิต โรงกลั่น คลังน้ำมัน และระบบขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วภูมิภาค เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ในอนาคตเหตุการณ์ความขัดแย้งจะยุติลง แต่โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูให้กลับมาผลิตได้ตามปกติ ดังนั้น ราคาพลังงานและการขาดแคลนผลิตภัณฑ์จากปิโตรเคมีจะยังคงดำรงอยู่อีกระยะหนึ่ง
ข้อเท็จจริงประการสำคัญที่รัฐบาลต้องเรียนพี่น้องประชาชนทราบตามตรงก็คือ แม้รัฐบาลจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ แต่ปริมาณของน้ำมันและก๊าซที่หายไปจากแหล่งในตะวันออกกลาง ทำให้มีความยากล้าบากมากขึ้นในการหาน้ำมันและก๊าซจากแหล่งอื่น ๆ
พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ
รัฐบาลเลือกที่จะแถลงข้อเท็จจริงนี้ ต่อพี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และพร้อมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่อไป
ผม และคณะรัฐมนตรีทุกคน ขอยืนยันว่า จะทำงานหนักเพื่อแก้ปัญหา ช่วยเหลือ และรักษาประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ให้สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากล้าบากนี้ไปให้ได้
ขอให้มั่นใจได้ว่ารัฐบาลนี้ จะยืนอยู่ข้างประชาชน และทำงานเพื่อประชาชน เพราะเราเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชน
รัฐบาลจะปรับลดงบประมาณในส่วนของภาครัฐ เพื่อนำงบประมาณมาใช้ช่วยเหลือ ลดผลกระทบให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นลำดับแรก
รัฐบาลจะปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน และค่าไฟฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด
รัฐบาลจะจัดให้มีมาตรการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส โครงการไทยช่วยไทย การจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกกลุ่ม และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งจะได้สื่อสารในรายละเอียดในโอกาสต่อไป และดำเนินการให้เร็วที่สุด ภายหลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว
พี่น้องชาวไทยที่รัก เรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบในระดับโลก เราต้องยอมรับความจริง และต้องร่วมกัน ปรับเปลี่ยน เพื่อให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้
ความสามัคคีของคนในชาติ เป็นต้นทุนทางสังคมที่สำคัญที่สุดในยามนี้
ผมเชื่อว่าความร่วมมือของพี่น้องประชาชนทุกคน จะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ และอยู่กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคตได้