โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธุรกิจร้านอาหาร 6 แสนล้าน ถึงโตช้าแต่ยังไปได้ต่อ CRG สปีดดันรายได้ 1.9 หมื่นล้าน

TODAY Bizview

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • TODAY

ธุรกิจร้านอาหารในปี 2569 ยังคงมีแนวโน้มเติบโต แม้จะเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยมีการประเมินว่ามูลค่าตลาดร้านอาหารอาจแตะระดับ 600,000 ล้านบาท ขณะที่อัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 2–3% ต่อปีเท่านั้น

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ การเข้ามาของแบรนด์ใหม่จำนวนมาก รวมถึงผู้เล่นต่างชาติ โดยเฉพาะแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มจากจีนที่เริ่มเข้ามาทำตลาดมากขึ้นและพยายามปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยและพรีเมียมมากขึ้น

ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” มากขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน ขณะเดียวกันการกินอาหารไม่ได้มีเพียงเรื่องรสชาติ แต่ยังเกี่ยวข้องกับประสบการณ์และภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่สามารถแชร์บนโซเชียลมีเดียได้ เทรนด์อย่างการกินคนเดียว (Solo Dining) ร้านอาหารเฉพาะทาง รวมถึงอาหารสุขภาพยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางการแข่งขันและสารพัดปัจจัยข้างต้นนั้น TODAY Bizview มีโอกาสอัพเดทสถานการณ์จากบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารรายใหญ่ของไทย ซึ่งเปิดแผนธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Beyond the Best” โดยตั้งเป้าเติบโต 14% พร้อมผลักดันรายได้แตะระดับ 19,300 ล้านบาท และเตรียมงบลงทุนกว่า 900 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาใหม่ประมาณ 140–160 แห่ง ครอบคลุมแบรนด์ในเครือ

‘ณัฐ วงศ์พานิช’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า แม้ในปี 2568 ธุรกิจร้านอาหารต้องเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก แต่บริษัทก็ยังสามารถเติบโตได้ โดยปิดรายได้รวมกว่า 16,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 7% จากปีก่อนหน้า

“เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดค่อนข้างชัด ทั้งการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เราทำคือพยายามพัฒนาแบรนด์ให้เป็นมากกว่าร้านอาหาร แต่เป็นประสบการณ์ที่ผู้บริโภคอยากกลับมาใช้บริการซ้ำ” ณัฐกล่าว

[ กลยุทธ์ธุรกิจผ่าน 4 แกนหลัก Grow, Drive, Build และ Sustain ]

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ CRG ในปีนี้คือการขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 4 แกนหลัก ได้แก่ Grow, Drive, Build และ Sustain โดยในส่วนของ Grow บริษัทมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพผ่านการขยายสาขาใหม่ และการพัฒนาโมเดลร้านรูปแบบใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่

ตัวอย่างเช่น การพัฒนารูปแบบร้านที่ตอบโจทย์ความสะดวกและรวดเร็ว รวมถึงการเปิดร้านในคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เน้นประสบการณ์การรับประทานอาหารมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการสร้าง New S-Curve ผ่านการขยายแบรนด์ใหม่และการต่อยอดแบรนด์เดิม เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติม

ในด้าน Build บริษัทให้ความสำคัญกับการเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจผ่านการร่วมทุนกับพันธมิตร (JV Partner) รวมถึงการนำแบรนด์ใหม่ที่มีศักยภาพเข้ามาอยู่ในเครือ โดยตั้งเป้าจะเพิ่มแบรนด์ใหม่อีกประมาณ 2–3 แบรนด์ในปีนี้

หนึ่งในตัวอย่างของความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จคือแบรนด์ Salad Factory ซึ่งร่วมทุนกับ CRG ตั้งแต่ปี 2562 และสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีสาขามากกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ

‘ปิยะ ดั่นคุ้ม’ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ Salad Factory กล่าวว่า ความร่วมมือกับ CRG ช่วยให้แบรนด์สามารถขยายธุรกิจได้รวดเร็วขึ้น ทั้งในด้านการบริหารจัดการและการเข้าถึงเครือข่ายสาขา

“จุดแข็งของทั้งสององค์กรช่วยเสริมกันได้อย่างลงตัว CRG มีประสบการณ์ในการบริหารเครือร้านอาหารขนาดใหญ่ ขณะที่ Salad Factory มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ ทำให้เราสามารถขยายแบรนด์และเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น” ปิยะ กล่าว

[ ต้นทุนขนส่งผันผวน ส่วนราคาอาหารต้องทำให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ]

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในความท้าทายสำคัญของธุรกิจร้านอาหารในปีนี้คือความผันผวนของต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

‘ณัฐ’ เปิดเผยว่า บริษัทติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากต้นทุนพลังงานส่งผลต่อราคาวัตถุดิบหลายประเภท เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล รวมถึงบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่ง

“ในช่วงนี้เรายังไม่เห็นการหยุดชะงักของซัพพลายเชนอย่างมีนัยสำคัญ แต่มีแรงกดดันด้านต้นทุนเกิดขึ้นเป็นระยะ เราจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการรองรับไว้ล่วงหน้า” ณัฐกล่าว

แนวทางที่บริษัทใช้ในการบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุน ได้แก่ การทำสัญญาจัดหาวัตถุดิบล่วงหน้า การกระจายแหล่งซัพพลายเออร์ รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อวัตถุดิบภายในประเทศ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลก

นอกจากนี้ บริษัทยังปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดและการพัฒนาเมนู โดยเน้นแนวคิด “Value for Money” หรือความคุ้มค่า เพื่อให้ผู้บริโภคยังสามารถเข้าถึงสินค้าได้ แม้กำลังซื้อจะมีความระมัดระวังมากขึ้น

“ในภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน แบรนด์ที่สามารถรักษาคุณภาพสินค้าและสร้างความคุ้มค่าให้ผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง จะมีความได้เปรียบในการแข่งขัน ธุรกิจร้านอาหารยังถือเป็นการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเงินที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่า ทั้งในด้านคุณภาพอาหาร ประสบการณ์ และการบริการ” ณัฐ กล่าว

สำหรับในระยะยาว บริษัทมองว่าความผันผวนของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม แต่ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่มีแบรนด์หลากหลายและระบบซัพพลายเชนที่แข็งแรง ทำให้ CRG ยังมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวและสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...