“ชนินทธ์ โทณวณิก” ซื้อหุ้น “ชนัตถ์และลูก” รวมถือ 98.73% ปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ดุสิตธานี
ดุสิตธานี แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ “ชนินทธ์ โทณวณิก” เข้าซื้อหุ้นเพิ่มใน “ชนัตถ์และลูก” จาก 52% เป็น 98.73% ตอกย้ำการปรับโครงสร้างภายในกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยไม่กระทบนโยบายธุรกิจ การบริหาร
7 เมษายน 2569 - บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นในนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท คือ บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด โดยระบุว่า บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่า ภายหลังจากที่บริษัทได้เเจ้งข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามที่อ้างถึงข้างต้นแล้ว บริษัทได้รับแจ้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท (ถือหุ้นในบริษัทในสัดส่วนร้อยละ 49.74 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท) ซึ่งสรุปได้ว่า
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 นายชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของบริษัท ซึ่งถือหุ้นในชนัตถ์และลูกอยู่แล้วจำนวน 3,919,635 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 52.12 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก ได้ซื้อหุ้นในชนัตถ์และลูกเพิ่มเติมจำนวน 3,505,065 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 46.61 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก จากนางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค
โดยภายหลังการซื้อหุ้นดังกล่าว นายชนินทธ์ ถือหุ้นในชนัตถ์และลูก จำนวน 7,424,700 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 98.73 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก
ทั้งนี้ ภายหลังการซื้อหุ้นดังกล่าว นางสุนงค์จะไม่ได้ถือหุ้นในชนัตถ์และลูกอีกต่อไป ส่งผลให้ชนัตถ์และลูกสิ้นสุดสถานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 258 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ของนางสุนงค์ โดยนางสุนงค์ได้รายงานการสิ้นสุดซึ่งนิติบุคคลตามมาตรา 258 ตามแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 3 เมษายน 2569
ในการนี้ บริษัทขอให้ทราบว่า นายชนินทธ์และนางสุนงค์ไม่มีการเข้าซื้อหรือได้หุ้นทางตรงในบริษัทเพิ่มเติมแต่อย่างใด ดังนั้น สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือในบริษัทจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตามรายละเอียดนี้
บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ถือหุ้นจำนวน 422,821,310 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 49.7436% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด เท่าเดิมทั้งก่อนและหลังการปรับโครงสร้าง
ขณะที่ นายชนนท์ โทณวนิก ถือหุ้นจำนวน 526,000 หุ้น คิดเป็น 0.0618% และ นางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ถือหุ้นจำนวน 10 หุ้น หรือ 0.0000% โดยสัดส่วนการถือหุ้นของทั้งสองรายไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน รวมจำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นทั้ง 3 รายอยู่ที่ 423,347,320 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 49.8055% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท
การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในชนัตถ์และลูก ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อนโยบายการดำเนินธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงานและการจัดการของบริษัทแต่อย่างใด และไม่ทำให้บุคคลใดมีหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท (Tender Offer) ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 12/2554 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)