“สายการบินเอเชีย” เร่งปรับแผน ลดเที่ยวบิน-เพิ่มจุดเติมน้ำมัน แบกรับต้นทุนพุ่ง
"สายการบินเอเชีย" เร่งปรับแผน ลดเที่ยวบิน กักตุนเชื้อเพลิง และปรับเส้นทางบิน ขณะที่ต้นทุนพุ่งเสี่ยงกระทบราคาตั๋วและการเดินทางทั่วโลก
วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 07.56 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สายการบินทั่วเอเชียเริ่มปรับลดเที่ยวบิน เพิ่มปริมาณเชื้อเพลิงที่บรรทุกจากสนามบินต้นทาง และเพิ่มจุดแวะเติมน้ำมันระหว่างทาง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่ออุปทานเชื้อเพลิงเครื่องบินในหลายประเทศ ซ้ำเติมอุตสาหกรรมการบินที่เผชิญต้นทุนพลังงานพุ่งสูงอยู่แล้ว
สถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มลุกลามไปยังยุโรป หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งน้ำมัน ส่งผลให้ซัพพลายเชื้อเพลิงเครื่องบินทางทะเลของโลกลดลงเกือบ 21% ตามข้อมูลของ Kpler ต่างจากวิกฤตน้ำมันในอดีตที่กระทบเพียงด้านราคา ครั้งนี้ยังส่งผลต่อปริมาณอุปทานจริง ทำให้หลายประเทศเริ่มพิจารณามาตรการจำกัดการใช้น้ำมัน
นักวิเคราะห์ระบุว่า เอเชีย ยุโรป และแอฟริกา เป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้า ขณะที่สหรัฐฯ ยังมีอุปทานภายในประเทศรองรับได้มากกว่า โดยในเอเชีย ประเทศที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ เวียดนาม เมียนมา และปากีสถาน หลังจีนและไทยระงับการส่งออกเชื้อเพลิงเครื่องบิน และเกาหลีใต้จำกัดปริมาณการส่งออก
สายการบินหลายแห่งเริ่มปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับภาวะขาดแคลน เช่น AirAsia X เพิ่มการบรรทุกเชื้อเพลิงจากมาเลเซียก่อนบินไปเวียดนาม เนื่องจากสนามบินปลายทางจำกัดปริมาณน้ำมัน ขณะที่ Air India ต้องแวะเติมน้ำมันที่โกลกาตา ระหว่างเที่ยวบินจากย่างกุ้งไปนิวเดลี ส่วนในปากีสถาน นักบินได้รับคำแนะนำให้บรรทุกน้ำมันให้มากที่สุดจากต่างประเทศ แม้จะเพิ่มต้นทุนจากน้ำหนักที่มากขึ้น
ในหลายประเทศ เริ่มมีการจำกัดการใช้น้ำมัน (rationing) โดยสนามบินบางแห่ง เช่น ตาฮิติ จำกัดปริมาณการเติมน้ำมันเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการบิน ขณะที่สายการบินในเมียนมาต้องระงับเที่ยวบินภายในประเทศบางช่วง และ Vietnam Airlines ปรับลดเที่ยวบินภายในประเทศลงสัปดาห์ละ 23 เที่ยว
หากวิกฤตยืดเยื้อ สายการบินอาจต้องลดเที่ยวบินเพิ่มเติม โดยผู้บริหาร Ryanair ระบุว่า หากอุปทานเชื้อเพลิงลดลง 10-20% ในช่วงกลางปี สายการบินทั่วโลกอาจต้องยกเลิกเที่ยวบินหรือปรับลดกำลังการให้บริการ
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่านับตั้งแต่เริ่มสงคราม ได้กดดันให้สายการบินบางแห่งต้องปรับลดเที่ยวบิน ขึ้นราคาตั๋ว และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่มเติม โดย Batik Air Malaysia ลดความจุเที่ยวบินภายในประเทศลงถึง 36% เพื่อควบคุมความเสี่ยงด้านต้นทุน
แม้สายการบินจะเริ่มลดเที่ยวบิน แต่ความต้องการเดินทางของผู้โดยสารยังไม่ลดลงมากพอที่จะสอดคล้องกับอุปทานเชื้อเพลิงที่หายไป โดยมีเชื้อเพลิงเครื่องบินอย่างน้อย 400,000 บาร์เรลต่อวันที่ได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่การยกเลิกเที่ยวบินในเอเชียช่วยลดความต้องการได้เพียง 50,000-100,000 บาร์เรลต่อวันเท่านั้น
นักวิเคราะห์เตือนว่า หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการเดินทางในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับลดเที่ยวบินเพิ่มเติมในระยะต่อไป
อ้างอิง : reuters.com